การเมือง

เปิดใจ ตัวจี๊ด “สิระ เจนจาคะ” ผมไม่ใช่ตัวป่วน

16 พฤศจิกายน 2019 เวลา 07:11 น.
เปิดอ่าน 2243

สิระ เปรียบเทียบการทำงานกมธ.ชุดปิยบุตร และชุดพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

“สิระ เจนจาคะ” ส.ส. กทม. “ตัวจี๊ด” จากพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) จับมือ “เอ๋ ปารีณา ไกรคุปต์” ส.ส.ราชบุรี พรรคเดียวกัน เบรกเกมเสิร์ฟของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการ(กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่เล่นเกมเรียก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาชี้แจงมิได้หยุดหย่อน

 

 

เดิมที “สิระ” อยู่ในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน กระทั่งตัดสินใจลาออก เพื่อมาอยู่ใน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ภายหลัง “นายพยม พรหมเพชร" ส.ส.สงขลา และ “นายธนสิทธิ์ โควสุรัตน์" ส.ส.อุบลราชธานี ขอลาออก เพราะไม่อยากทนกับพฤติกรรมของ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์”

 

“สิระ” เชื่อว่า ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่มีอยู่ จะสามารถรับมือกับ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์”  และทำงานร่วมกับกรรมาธิการปราบโกงได้

 

หลังจากที่เข้าร่วมประชุมครั้งแรกในวันที่ 13 พฤศจิกายน “สิระ” เล่าบรรยากาศห้องประชุมในวันดังกล่าวว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ชี้หน้า “น.ส.ปารีณา” หลังจากที่ถูกท้วงติง โดยถามว่า “จบอะไรมา” ซึ่งแสดงออกให้เห็นถึงการดูหมิ่นศักดิ์ศรี และข่มขู่การทำหน้าที่ของกรรมาธิการ จึงอยากถามว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นนิสัยส่วนตัวหรือไม่ เพราะเราจะเอาพฤติกรรมที่บ้าน มาใช้ในการทำงานไม่ได้ ถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง

 

 

เขา เล่าให้ฟังว่า นอกจากนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังไม่ให้ดูเอกสารคำชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ส่งหนังสือชี้แจงกรรมาธิการเป็นลายลักษณ์อักษร แต่กลับให้กรรมาธิการลงมติทันที เพื่อจะเรียก พล.อ.ประยุทธ์ มาชี้แจงอีกรอบ

 

นอกจากนี้ ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  ยังแถลงข่าวดูหมิ่น น.ส.ปารีณา ว่าไม่ตั้งใจทำงาน  กล่าวหาว่า เดินเข้า-เดินออก ห้องประชุมอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ไม่มีข้อบังคับว่า จะต้องอยู่ในห้องประชุมตลอดเวลา ดังนั้น จึงถือเป็นการทำงานนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ด้วยเหตุนี้จึงรู้สึกว่า ทำงานร่วมกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  ลำบาก  

 

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ในการประชุมกรรมาธิการในวันพุธที่ 20 พฤศจิกายนนี้ “สิระ” และ “ปารีณา” จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาว่าประธานกรรมาธิการยังมีความเหมาะสมหรือไม่ และเสนอในที่ประชุมพิจารณาเลือกประธานกรรมาธิการใหม่ เบื้องต้นคิดว่ามีแนวร่วมอยู่เกินครึ่งของกรรมาธิการ เพราะ ส.ส.ในกรรมาธิการนั้นล้วนเป็นอิสระ ออกเสียงได้โดยไม่ต้องพึ่งมติพรรค จึงเชื่อว่าหากสมาชิกพิจารณาแล้วว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่มีความเหมาะสมอีกต่อไป ก็จะมีการเลือกประธานคนใหม่

 

 

สิระ ยืนยันว่านี่ไม่ใช่การเกมการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ หลังจากที่ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์”  จ้องเล่นงาน พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร เพราะได้อาสาเข้ามาทำงานนี้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่มติจากพรรคพลังประชารัฐ

 

“กรรมาธิการชุดนี้ ถ้าทำงานตรงกับอำนาจหน้าที่ ประเทศชาติและประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างมหาศาล เพราะในประเทศไทยนั้น มีเจ้าหน้าที่ทุจริตและประพฤติมิชอบจำนวนมากยังรอการตรวจสอบ แต่ที่ผ่านมากรรมาธิการชุดนี้ เสียเวลาไปอย่างมาก และกลับมาเล่นการเมือง ซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่  ผมต้องการเข้าไปเพื่อเอาคนทุจริตติดคุก และเอาเงินที่ทุจริตคืนมา พร้อมกับให้ความเป็นธรรมกับคนที่ถูกกล่าวหา ถูกตั้งข้อกล่าวหาแล้ว ไม่มีความผิด

 

ยืนยันว่าไม่ได้เข้ามาเพื่อป่วนการทำงานของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เพราะก่อนหน้านี้ ผมก็ถูกมองว่าจะเข้าไปป่วนในกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่มีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่เป็นประธาน แต่ปรากฏว่าทุกอย่างก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกัน ซึ่งกรรมาธิการชุดดังกล่าวได้เชิญ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผอ.สำนักงานพระธรรมนูญทหารบก มาชี้แจง ก็ไม่เห็นมีปัญหา เพราะผมไม่ได้ตั้งธง ว่าแตะคนของรัฐบาล หรือแตะทหารไม่ได้ ทุกอย่างต้องดูกันด้วยเหตุผล”

 

 

สิระ ซึ่งอยู่ในกรรมาธิการ 2 คณะ เปรียบเทียบการทำงานของประธานกรรมาธิการ ระหว่าง “นายปิยบุตร” และ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์”  ว่า แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะนายปิยบุตรให้เกียรติกรรมาธิการทุกคน ไม่เคยแอบอ้างว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น หรือแสดงออกในเชิงว่าคนอื่นโง่กว่าตน

 

"อาจารย์ปิยบุตร เข้าใจดีว่า ส.ส.ไม่จำเป็นต้องจบกฎหมาย แต่เป็นตัวแทนของประชาชนที่มาจากหลากหลายสาขาอาชีพ เพราะ ส.ส.ไม่ใช่ทนายความหรืออัยการ ท่านเข้าใจศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และศักดิ์ศรีของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน การทำงานจึงเป็นไปในลักษณะที่ให้เกียรติกันมาตลอด และไม่มีปัญหาเหมือนการทำงานกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์"

 

 

สิระ บอกด้วยว่า “ไม่กลัวเปลืองตัว” แม้จะเดินหน้าลุยในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น การเสนอปลดพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  ออกจากประธานกรรมาธิการ การเรียกร้องให้ตรวจสอบคอนโดมิเนียมบนพื้นที่ป่าในจังหวัดภูเก็ต และเรื่องอื่นๆ เพราะได้ดูของกฎหมายอย่างเคร่งครัด และไม่อยากให้มองว่านี่คือประเด็นทางการเมือง แต่อยากให้มองถึงความสมเหตุสมผลในการทำหน้าที่มากกว่า