การเมือง

สนิมกัดกร่อนเรือเหล็ก

15 พฤศจิกายน 2019 เวลา 20:55
สนิมกัดกร่อนเรือเหล็ก
เปิดอ่าน 1,963

พรรคพลังประชารัฐระแวงประชาธิปัตย์ เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนภูมิใจไทย ระแวงเรื่องเสียงไว้วางใจ

ใครจะนึกคิดว่าการที่ฝ่ายค้านจองกฐินซักฟอกรัฐมนตรี จะทำให้รัฐบาลกระเพื่อมถึงขนาดจะจมเรือกันเลย

 

ความหวาดวิตกนี้ ไม่ได้มาจากแกนนำรัฐบาลอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และพรรคพลังประชารัฐ แต่มาจากพรรคร่วมคือภูมิใจไทย

 

เพียงแค่ฝ่ายค้านปล่อยชื่อ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ออกมาเท่านั้น ทำให้ภูมิใจไทยหวั่นไหวออกอาการได้ขนาดนี้

 

ไม่มีใครไปถาม ศักดิ์สยาม สักคำว่า พร้อมรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ไม่มีใครถามสักคำว่า การบริหารงานภายใต้กระทรวงคมนาคม มีอะไรบกพร่องที่จะทำให้ถูกฝ่ายค้านโจมตีได้


มีแต่ต่างคนต่างคาดการณ์กันไปเอง

 

โดยเฉพาะ อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรค ในฐานะรองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ที่ดูจะตีอกชกตัว จินตนาการไปล่วงหน้าต่างๆนานาว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับศักดิ์สยาม น้องชายสุดรักสุดหวงของ เนวิน ชิดชอบ หากฝ่ายค้านอภิปรายแล้ว พรรคร่วมรัฐบาลเสียงแตกในการไว้วางใจ

 

แม้นว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 จะนับเสียงไม่ไว้วางใจ ว่าจะต้องเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ของสภาก็ตาม 
 
แต่ในทางการเมือง มักจะเอาคะแนนไว้วางใจมากดดันกันเอง ยิ่งฝ่ายค้านอภิปรายตัวรัฐมนตรีมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องนำคะแนนมาเปรียบเทียบกัน และยิ่งเป็นรัฐมนตรีต่างพรรค คะแนนที่แตกต่างกันจึงมีความสำคัญ

 

ด้วยเหตุนี้ อนุทิน จึงวิตกกังวลไปว่า หากคะแนน ที่ ศักดิ์สยาม จะได้รับ มีพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเบี้ยวหรือหักหลัง ไม่ยกมือให้ ทำให้คะแนนของ ศักดิ์สยาม น้อยกว่าคะแนนของรัฐมนตรีพรรคอื่น อันจะทำให้ นายกฯนำไปเป็นเหตุผลการปรับครม.

 

อนุทิน เลยประกาศกร้าวว่า หากปรับศักดิ์สยาม ออก อนุทินและพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องออก

 

คำพูดดังกล่าวเสมือนเป็นการไปขู่นายกรัฐมนตรี มันก็เลยยิ่งไปกันใหญ่

 

ยิ่งกว่านั้น ความหวาดระแวงของ อนุทิน ไม่หยุดเพียงแค่ว่าพรรคร่วมรัฐบาล จะไม่ยกมือให้ศักดิ์สยาม แต่ อนุทิน ยังเชื่อไปอีกว่า มีคนในรัฐบาลส่งข้อมูลให้ฝ่ายค้านและสื่อมวลชน ให้นำเสนอข่าวในทางลบแก่ ศักดิ์สยาม 

 

ขณะที่ฝ่ายค้านเองก็ยังไม่ได้เคาะว่าจะอภิปรายใครบ้าง ที่เปิดชื่อมาก่อนหน้านี้ว่า นอกจากศักดิ์สยามแล้ว ยังมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ

 

ซึ่งอาจเป็นเป้าหลอก เพราะเป้าจริงอาจจะมีมากกว่าหรือน้อยกว่าหรือมีคนอื่นเพิ่มเข้ามาอีก จึงไม่ควรตีโพยตีพายไปก่อน

 

ต้องยอมรับตามความจริงว่า การบริหารจัดการของพรรคภูมิใจไทย ยังมี”คนนอก” ที่มีอิทธิพลและบารมี คอยชี้นำอยู่ ขนาดเรื่องที่จะเข้าครม. ยังต้องส่งให้คนมีบารมีนอกพรรคเป็นคนตรวจสอบก่อน ดังนั้น แม้ อนุทิน เป็นหัวหน้าพรรคและ ศักดิ์สยาม เป็นเลขาธิการพรรค ก็หาได้มีอำนาจเด็ดขาดไม่

 

เช่นนี้เวลาที่จะขับเคลื่อนพรรค จึงมีคนคอยคุมเกมให้ทั้งในสภาและนอกสภา จึงไม่เป็นตัวของตัวเอง

 

ลำพังโดยส่วนตัว อนุทิน ไม่ใช่คนเล่นการเมืองแบบแตกหักหรือได้เสีย และไม่มีที่จะไปพูดกดดันนายกฯขนาดว่าหากปรับศักดิ์สยาม ออก ต้องปรับตัวเขาออกด้วย 

 

การพูดแบบนี้เพราะรู้ว่ารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ จำเป็นต้องพึ่ง50เสียงของพรรคภูมิใจไทย หากภูมิใจไทย ถอนตัว รัฐบาลก็ไปต่อไม่ได้ โหวตอะไรในสภาก็แพ้หมด ยิ่งมีกฎหมายงบประมาณรออยู่ ยิ่งถูกนำมาต่อรองทางการเมืองได้ง่าย

 

แต่ว่าคนอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จะมีใครมาต่อรองข่มขู่ได้ง่ายๆ พอนักข่าวไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ ก็ตอบทันที ว่าไม่มีใครมาต่อรองได้ ไม่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคเล็กพรรคน้อยที่รวมตัวกัน
 




 

เรียกว่า แข็งมาก็แข็งกลับ

 

หากอยากรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนเช่นใด ให้ดูบทบาทที่แสดงออกต่อกรรมาธิการปปช.ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ที่เรียกมา3ครั้งแต่ไม่ไปสักครั้ง

 

อย่าว่าแต่ไปชี้แจงกรรมาธิการฯเลย ขนาดหน้ายังไม่อยากมอง เสียงยังไม่อยากได้ยิน นี่แสดงให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนที่ไม่ยอมใคร

 

ยิ่งพรรคภูมิใจไทย ของ อนุทิน ถูกตรวจสอบมากเท่าไหร่ แหล่งข่าวในรัฐบาลบอกกับ “เนชั่นสุดสัปดาห์”ว่า นายกฯไม่สบายใจ เพราะมันกระทบภาพลักษณ์ของรัฐบาลโดยตรง 

 

ยิ่ง อนุทิน มาเข้าใจผิดว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะไม่ยกมือให้ ยิ่งทำให้สัมพันธภาพของพรรคร่วมรัฐบาลมีความอึมครึม ถึงขนาดว่า ณัฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ประสานงานเพื่อให้แกนนำรัฐบาลได้พบปะกัน มีอะไรจะได้เคลียร์ปัญหากัน

 

อย่าว่าแต่ภูมิใจไทยเลย พรรคประชาธิปัตย์ที่มี51เสียง วันนี้ทำตัวสงบสยบความเคลื่อนไหว ทำตัวผิดปกติ และอย่าลืมว่า พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองที่ช่ำชองการเมืองมากที่สุด รู้ว่าสถานการณ์ไหนจะขับเคลื่อนเรื่องอะไร

 

โดยคำนึงถึงผลประโยชน์และความได้เปรียบของตนเองที่สุด ยิ่งทำให้พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน หวาดระแวง พรรคพลังประชารัฐระแวงเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนภูมิใจไทย ระแวงเรื่องเสียงไว้วางใจ

 

รัฐบาลเองก็ยังตอบไม่ได้ว่า ฝ่ายค้านจะมีทีเด็ดอะไร แต่แหล่งข่าวฝ่ายค้าน แจ้งกับ “เนชั่น สุดสัปดาห์”ว่า มีข้อมูลที่เมื่อเปิดออกมาแล้วรับรองว่าเป็นหมัดน็อคแน่นอน 

 

“ภูมิใจไทยอาจมีรัฐมนตรีมากกว่าหนึ่งคนที่จะถูกซักฟอก” แกนนำฝ่ายค้านคนหนึ่งกล่าว

 

นี่ยิ่งจะเป็นการตอกย้ำให้ความหวาดระแวงของ อนุทิน เพิ่มมากยิ่งขึ้น ผู้มีบารมีในพรรคภูมิใจไทย คงยอมไม่ได้หากพรรคร่วมรัฐบาลยกมือไว้วางใจไม่เท่ากัน 

 

ขณะที่นายกฯเองก็จำเป็นจะต้องรักษาไว้ซึ่งภาพลักษณ์ของรัฐบาล ถ้านายกฯปรับครม.ไม่ได้ เพราะพรรคร่วมขู่ถอนตัวแบบนี้ นายกฯก็มีทางเลือก2ทางคือยุบสภาหรือลาออก


 

ต้องชั่งน้ำหนักว่าอย่างไหนเป็นทางออกที่ดีกว่ากัน นายกฯคงเลือกทางออกด้วยการ ลาออก เมื่อตัวนายกฯลาออก จะทำให้ครม.พ้นสภาพไปทันที จากนั้นก็มีการเลือกนายกฯใหม่ ซึ่งสว.
250 เสียง มีบทบาทในการเลือกนายกฯกลับมาใหม่ ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลก็คงหาใหม่แทนภูมิใจไทย

 

นึกถึงคำพูดของ วิษณุ เครืองาม รองนายกฯที่บอกว่า เรือเหล็กของนายกฯไม่มีล่ม เว้นเสียแต่”สนิม”ของเรือลำนี้จะกัดกร่อนกันเอง

 

อย่างที่บอกฝ่ายค้านไม่มีทางล้มรัฐบาลได้ทำดีได้แค่เปิดแผลเท่านั้นเอง

 

แต่สนิมเรือที่ว่านั้นก็คือพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองและพรรคนั้นก็คือภูมิใจไทย. 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน