การเมือง

"นิพิฏฐ์" เร่งคดีร้อน จับโกงเลือกตั้ง "พัทลุง"  โยงฟันโทษยุบพรรค 

14 พฤศจิกายน 2019 เวลา 08:26 น.
เปิดอ่าน 1711

อีก 2-3 สัปดาห์ไม่มีผลคำร้องออกมาจาก กกต.กลาง จะไปดำเนินการฟ้องศาลยุติธรรม 

 

เป็นคดีความที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุงออกมาร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในคำร้องให้ตรวจสอบการทุจริตเขต 2 จังหวัดพัทลุง เมื่อ 24 มี.ค.2562 โดยเชื่อว่าพบปัญหาการซื้อบัตรประชาชนนับหมื่นใบ

 

สำหรับการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 เมืองพัทลุงมีพื้นที่เลือกตั้งจำนวน 3 เขต จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 411,771 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 294,085 คน คิดเป็น 71.42 % โดยเป็นการแข่งขันระหว่างพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ มีผลเลือกตั้ง ดังนี้ 

 

เขต 1 อันดับ 1 นายภูมิศิษฏ์ คงมี จากพรรคภูมิใจไทยได้ 40,518 อันดับ 2 นาง สุพัชรี ธรรมเพชร จากประชาธิปัตย์ได้ 30,760 คะแนน อันดับ 3 นายสมคิด โสมณะ จากพรรคพลังประชารัฐ ได้ 12,168 คะแนน 

 

เขตเลือกตั้งที่ 2 อันดับ 1 นาย ฉลอง เทอดวีระพงศ์ จากพรรคภูมิใจไทย ได้ 47,584 คะแนน อันดับ 2 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติจากพรรคประชาธิปัตย์ได้ 22,428 คะแนน อันดับ 3 นายอนุชาติ จันทร์ทอง พรรคพลังประชารัฐ ได้ 10,309 คะแนน 

 

เขตเลือกตั้งที่ 3 อันดับ 1 นายนริศ ขำนุรักษ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 34,406 คะแนน อันดับ 2 นายนายเขมพล อุ้ยตยะกุลพรรคภูมิใจไทย 31,555 คะแนน อันดับ 3 นายปรัชญา นวลเปียน พรรคพลังประชารัฐ 14,144 คะแนน

 

ก่อนหน้านี้ "นิพิฏฐ์" เคยออกมาเปิดหลักฐาน 4 ข้อที่เชื่อว่ามีความไม่ชอบมาพากลในพื้นที่เลือกตั้ง 

 

1.บันทึกสนทนาของกลุ่มไลน์กลุ่มหนึ่งมีสมาชิกจำนวน 388 คน มีเนื้อหาแชตไลน์สนทนา "สั่งให้รวบรวมบัตรประชาชนในพื้นที่ เพื่อเตรียมการทุจริตการเลือกตั้ง โดยย้ำว่าทุกขั้นตอนอย่าประมาท เพราะเรากำลังสู้กับกฎหมาย" 

 

2.หลักฐานบันทึกสนทนาของกลุ่มไลน์อีกกลุ่ม เป็นการแจ้งเตือนจากกรรมการบริหารพรรคหนึ่ง ที่อยู่ในกลุ่มไลน์ด้วย โดยบอกกับสมาชิกในกลุ่ม "ให้ระวังเนื่องจากตนกำลังจับตาตรวจสอบอยู่ โดยประกาศให้รางวัลกับคนที่เก็บบัตรประชาชนหัวละ10 บาท"

 

3.ข้อความจากไลน์อีกหนึ่งกลุ่ม มีใจความว่า "หากใครถูกจับช่วงแจกเงินให้บอกว่า เป็นเงินของพรรคประชาธิปัตย์ ผมถูกตำรวจจับ ผมก็พูดว่าพรรคประชาธิปัตย์ให้ทำ" 

 

4.หลักฐานเป็นสมุดบัญชีการจ่ายเงินให้กับประชาชนเจ้าของบัตรมีรายละเอียด อาทิ จำนวนสมาชิกในครอบครัว ยอดจำนวนเงิน และสัญลักษณ์การจ่ายเงินแล้ว โดยทั้งหมดมีการรวบรวมบัตรประชาชนในเขตเลือกตั้งนี้ 5 หมื่นใบ

 

 

 

สำหรับความเคลื่อนไหวร้องเรียนจากการยื่นคำร้องไปถึง กกต. "นิพิฏฐ์" บอกว่าได้ไปติดตามมาแล้ว 2 ครั้ง โดยทุกครั้งที่เดินทางไปได้ทำหนังสือเพื่อขอทราบผล ภายหลัง กกต.พัทลุงแจ้งว่า ได้ส่งผลสอบไปให้กับกกต.กลางเป็นเวลา 5-6 เดือนแล้วแต่ทั้ง 2 ครั้งที่ถาม กกต.กลางกลับได้คำตอบเป็นหนังสือทั้ง 2 ครั้งว่า "อยู่ระหว่างการสอบสวน" จึงสงสัยว่า กกต.กลางรอดำเนินการเรื่องอะไร 

 

"นิพิฏฐ์" ยืนยันหากอีก 2-3 สัปดาห์ไม่มีผลคำร้องออกมาจาก กกต.กลาง จะไปดำเนินการฟ้องศาลยุติธรรม ด้วยตัวเองกับผู้สมัครที่คิดว่า "ซื้อเสียง" หรือเรียกว่านำคดีไปศาล จากที่กฎหมายเลือกตั้งฉบับใหม่สามารถให้พรรคการเมือง และผู้สมัคร ส.ส.ที่เป็นผู้เสียหายไปฟ้องผู้ที่คิดว่าทำผิดกฎหมายเลือกตั้งได้ อาทิ คนซื้อเสียง คนที่ให้ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กหรือไลน์ แต่ทำผู้สมัครคนอื่นเสียคะแนนนิยม

 

"ถ้าไปฟ้องแล้วศาลเห็นว่ามีมูล แต่ปรากฎว่า กกต.ไม่ได้ให้ใบเหลือง หรือใบแดงกับผู้สมัครรายนั้น ผมจะนำผลจากการไต่สวนแล้วมีมูลไปฟ้อง กกต.เป็นคดีอาญา" 

 

 

 

"นิพิฏฐ์" ได้เปรียบเทียบกับคำร้องที่ยื่นกับ กกต.ในคดีทุจริตเลือกตั้ง มีความแตกต่างกันอย่างการให้ใบเหลืองกับใบแดงของ กกต.ที่ผ่านมา เป็นสำนวนที่เกิดขึ้นภายหลังคดีที่ยื่นร้องของตัวเอง และหลักฐานที่ยื่นไปมีความชัดเจนมากกว่า แต่เพียงสงสัยในคดีนี้ตนได้พาดพิงไปถึง "กรรมการบริหารพรรค" ดังนั้นหาก กกต.วินิจฉัยว่า กรรมการบริหารพรรครายนี้ผิดจริงอย่างที่ได้ร้อง การดำเนินการจะไปไกลถึงการยุบพรรคการเมืองนี้ได้

 

"ต้องไปถาม กกต.ว่าทำไมการดำเนินการถึงล่าช้า กกต.เป็นองค์กรอิสระ ถ้าไม่อิสระจะทำให้บ้านเมืองยุ่งยาก ขอให้อิสระจริงๆ ผิดก็คือผิด ไม่ผิดก็คือไม่ผิด จึงสงสัยว่า กกต.รออะไรอยู่ เพราะการไต่สวนแล้วเสร็จตั้งแต่เดือน เม.ย.2562"

 

"นิพิฏฐ์" เปิดเผยว่าที่ผ่านมาเคยถามกับ เจ้าหน้าที่ กกต.พัทลุงว่า ผลที่ได้ฟังมาเป็นอย่างไร เขาก็บอกว่าอย่าให้พูดตรงๆเลยแต่พูดได้อย่างเดียวว่าเหตุที่เกิดขึ้นในเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.พัทลุง ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ก็ถามต่อไปว่าหากการเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม กกต.จะให้ใบเหลืองหรือใบแดง เจ้าหน้าที่คนนั้นก็ตอบเพียงว่าต้องให้ กกต.กลางเป็นผู้วินิจฉัย แต่เขายืนยันว่าไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรมแน่นอน 

 

ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ระบุว่า ขณะนี้การสืบสวนยังอยู่ในชั้นอนุกรรมการวินิจฉัย ซึ่งทราบว่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่อยู่ระหว่างการตรวจสำนวนให้เรียบร้อย ก่อนเสนอเข้ามาที่ กกต.ชุดใหญ่ ซึ่ฝขณะนี้มีสำนวนการสอบสวนจำนวนมาก จึงต้องรอให้อนุกรรมการส่งสำนวนขึ้นมาเช่นกัน