การเมือง

3 สว. กับ 1 มุมคิด แก้รัฐธรรมนูญอย่าใช้ความรู้สึก

9 สิงหาคม 2019 เวลา 5:00
3 สว. กับ 1 มุมคิด แก้รัฐธรรมนูญอย่าใช้ความรู้สึก
เปิดอ่าน 400

เกมการเมืองว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญกลายเป็นประเด็นสำคัญที่พรรคร่วมฝ่ายค้านกำลังขับเคลื่อนอยู่ในเวลานี้ โดยทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะตัวละครหลักได้ประกาศรูปแบบของการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว

โดยทั้งสองพรรคต่างเห็นตรงกันว่าจะต้องเกิดการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับผ่านกระบวนการ “สภาร่างรัฐธรรมนูญ” ซึ่งจะมีจำนวนประมาณ 200 คน และมีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญหนึ่งคณะเพื่อทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นการเฉพาะ เมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการทำประชามติต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม การจะตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญได้นั้นจำเป็นต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 ก่อน ซึ่งขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีผลตามกฎหมายได้ ก็ต่อเมื่อมีเสียงของสว.จำนวน1ใน3 หรือ 84 คน จากสว.ทั้งหมด 250 คน จึงไม่แปลกที่สว.จะถูกมองว่าเป็นกระดูชิ้นโตที่อาจทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไปไม่ถึงฝั่ง




 

 

ในมุมสว.ของเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ‘เสรี สุวรรณภานนท์’ สว.และอดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ แสดงทัศนะต่อความเป็นไปได้ในการจัดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า โดยหลักแล้วรัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ แต่การจะดำเนินการเช่นนั้นจะต้องกระทำภายใต้เหตุผลและความเหมาะสม

 

ถ้าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงๆ จะต้องอธิบายให้ชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาอย่างไร และต้องแก้ไขในส่วนไหนบ้าง ไม่ใช่เอาแค่ความรู้สึกของตัวเองที่ไม่ชอบรัฐธรรมนูญเท่านั้น เพราะมิเช่นนั้นแล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะกลายเป็นการหนีเสือปะจระเข้ ดังนั้น การจะดำเนินการอย่างไรไม่ควรเอาความรู้สึกไปวัดเพียงอย่าเดียว”

 

สำหรับประเด็นสำคัญอย่างการให้ความร่วมมือของสว.ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น สว.รายนี้ บอกว่า “เชื่อว่าถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มต้นมาจากความมีเหตุผลและสามารถอธิบายได้ชัดเจน โดยไม่ใช่ความรู้สึกเป็นที่ตั้ง สว.จะไม่คัดค้านอย่างแน่นอน”

 

“รัฐธรรมนูญทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแก่บางพรรค เช่น บางพรรคถ้าไม่ได้ระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญก็อาจจะไม่ได้สส.มากขนาดนี้ หรือบางพรรคไม่มีสส.บัญชีรายชื่อ ดังนั้น การจะแก้รัฐธรรมนูญต้องหาเหตุผลให้ได้” เสรี ระบุ

 

 

 

เช่นเดียวกับ ‘วันชัย สอนศิริ’ สว.อีกราย ซึ่งคิดว่าวุฒิสภาพร้อมให้การสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องมีเหตุผลอย่างเพียงพอเท่านั้น

 

ส่วนตัวคิดว่าสว.น่าจะไม่ขัดข้องต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะสิ่งใดที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติบ้านเมืองก็พร้อมให้การสนับสนุน”

 

วันชัย อธิบายต่อว่า อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตุว่าเร็วเกินไปหรือไม่หากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากประเทศเพิ่งใช้รัฐธรรมนูญได้ไม่นาน โดยเฉพาะกระบวนการตามรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ประกอบกับ เพิ่งจะมีสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเข้ามาทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ จึงคิดว่าเราควรใช้เวทีของสภาให้เป็นประโยชน์ในการร่วมกันหาทางออกร่วมกัน

 

“คณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ต้องการให้รัฐธรรมนูญได้ถูกใช้ไปสักระหนึ่งก่อน เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วง 5 ปีของการเปลี่ยนผ่านประเทศ ซึ่งทุกคนไม่ได้หวังอยู่ในอำนาจตลอดไป  แต่การดำเนินการในเรื่องนี้จะต้องสร้างกระบวนการการมีส่าวนร่วม ถ้าทำความเข้าใจได้เช่นนั้นสว.ก็ไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด” วันชัย สรุป


 

 

ด้าน ‘กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ’ เป็นหนึ่งในสว. ซึ่งมองแตกต่างออกไปว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่มีความสำคัญในเวลานี้ เมื่อเทียบกับปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนที่รอการแก้ไข

 

“ก่อนจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทุกฝ่ายต้องหาผลดีและผลเสียและสรุปออกมาให้เป็นรูปธรรม หากฝ่ายค้านจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นสิทธิที่สามารถดำเนินการได้ แต่อยากบอกเวลานี้ประเทศมีปัญหารุมเร้ามาก จึงคิดว่าเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นหากจะดำเนินการก็ควรให้ประชาชนเป็นฝ่ายตัดสินใจมากกว่า” กิตติศักดิ์ แสดงความคิดเห็น



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน