การเมือง

‘วุฒิสภา’ ปรากฎรอยแยก ตั้งก๊กรอเวลา 2 ปี เขย่าเก้าอี้ ‘พรเพชร’

8 สิงหาคม 2019 เวลา 5:00
‘วุฒิสภา’ ปรากฎรอยแยก ตั้งก๊กรอเวลา 2 ปี เขย่าเก้าอี้ ‘พรเพชร’
เปิดอ่าน 27

ความเคลื่อนไหวของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ได้มีแต่เพียงฝั่งสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น แต่ซีกของวุฒิสภาก็มีบางมุมที่น่าสนใจเช่นกัน

ต้องยอมรับว่าการประชุมรัฐสภาเพื่อรับฟังการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่เพิ่งผ่านไปนั้น “วุฒิสภา” เป็นเป้าหมายหนึ่งที่ถูกโจมตีพอสมควร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมาจากการแต่งตั้งของของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

 

อย่างไรก็ตาม แม้วุฒิสภาจะมาจากแม่น้ำสายเดียวกัน แต่ปรากฏว่าพอมาถึงจุดนี้เริ่มปรากฏว่ารอยแยกให้เห็นบ้างแล้ว

 

ทั้งนี้ รอยร้าวเริ่มมีให้เห็นตั้งแต่เมื่อครั้งการชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภา ซึ่งเป็น ‘พรเพชร วิชิตชลชัย’ อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง อันเป็นที่มาของเสียงวิจารณ์ในสภาสูงว่า “เมื่อเป็นประธานสนช.มาถึง 5 ปีแล้วควรเปิดโอกาสให้คนอื่นได้ทำหน้าที่บ้าง”

 

แต่เมื่อตำแหน่งประธานวุฒิสภาเป็นสิ่งที่ คสช. มีตัวเลือกอยู่ในใจแล้ว ส่งผลให้สว.ที่เหลือทำอะไรไม่นอกจากปล่อยให้พรเพชรทำหน้าที่ดังกล่าวต่อไป

 

ไม่น่าเชื่อว่าแค่เก้าอี้ประธานวุฒิสภาเพียงตัวเดียวถึงกับส่งผลให้ ‘พรเพชร’ ต้องตกอยู่ในสภาพเดินเดียวดาย




 

ไม่ว่าจะเป็นการใส่เกียร์ของ สว. ที่ไม่ค่อยลุกขึ้นมาอภิปรายปกป้องประธานวุฒิสภาระหว่างการอภิปรายนโยบายของคณะรัฐมนตรีในที่ประชุมรัฐสภา

 

อย่างน้อยมีสองเหตุการณ์ที่พรเพชรถูกฝ่ายค้านรุกไล่อย่างหนัก แต่ สว. ไม่ทำหน้าที่องค์รักษ์ ได้แก่ เหตุวิวาทะกันกลางสภาระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ถึงขั้นมีการชี้หน้ากันกลางสภา และต้องสั่งพักการประชุม และการปะทะระหว่าง ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และ พล.อ.ประยุทธ์ หลังจากถูกพาดพิงเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

 

แม้ สว. จะมีข้อตกลงกันว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพื่อไม่ต้องการให้วุฒิสภาถูกมองว่าเข้าข้างรัฐบาล แต่การที่สว.ปล่อยให้พรเพชรโดนถล่มหนัก ย่อมเป็นการแสดงให้เห็นถึงภาวะไม่เป็นหนึ่งเดียวกันของ สว. เช่นกัน

 

ไม่เพียงเท่านี้ รอยร้าวในวุฒิสภากำลังถูกขยายด้วยสาเหตุเก้าอี้ “ประธานคณะกรรมาธิการสามัญ” ด้วย ซึ่งเริ่มมีผลให้สว.เริ่มแตกออกเป็น “ก๊ก” มากขึ้น

 

ผลจากศึกชิงเก้าอี้ประธานคณะกรรมาธิการสามัญ ทำให้เกิดสว.ออกมาเป็นอย่างน้อย 3 กลุ่ม

 

กลุ่มที่ 1 อดีตรัฐมนตรีจากรัฐบาลชุดก่อนและผบ.เหล่าทัพ ซึ่งกลุ่มสว.ที่แสดงความประสงค์ว่าต้องการเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมาธิการสามัญ ประมาณ 4-5 คน

 

กลุ่มที่ 2 อดีตสมาชิกสนช.และอดีตสว. เป็นอีกก๊กหนึ่งที่ต้องการเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมาธิการตามเดิม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตัวเองเคยทำงานมาอยู่ก่อนแล้ว โดยอาศัยเหตุผลว่าต้องการเข้ามาติดตามการปฏิรูปประเทศ

 

กลุ่มที่ 3 ภาคเอกชน อาจเรียกได้ว่าเป็นกลุ่ม สว. ที่มีบทบาทน้อยพอสมควรในวุฒิสภา แต่จะให้ความสำคัญกับการเข้ามาเป็นกรรมาธิการวิสามัญสำหรับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเป็นหลัก


 

อย่างไรก็ตาม คลื่นลมในวุฒิสภาช่วงปีแรกอาจจะสงบลงได้ เพราะต่างฝ่ายยังมีเวลาดื่มน้ำผึ้งกันอยู่ แต่หากวุฒิสภามีอายุครบ 2 ปีเมื่อไหร ถึงเวลานั้นวุฒิสภาฝุ่นคงตลบกันอีกครั้ง เนื่องจากปกติแล้วตามธรรมเนียมของวุฒิสภาจะมีการเปลี่ยนตัวประธานวุฒิสภาทุกสองปี เพื่อให้ สว. คนอื่นมีโอกาสขึ้นมาทำหน้าที่บริหารวุฒิสภาบ้าง

 

ทั้งนี้ ในกลุ่มสว.เองยังไม่ได้มองไปไกลถึงการเปลี่ยนตัวประธานวุฒิสภามากนัก เพราะเมื่อตอนตกลงกันในเรื่องตำแหน่งประธานวุฒิสภา ก็ไม่ได้มีสัญญาใจกันในหมู่สว.แต่อย่างใด ซึ่งต่างจากเมื่อครั้ง ‘ประสพสุข บุญเดช’ เป็นประธานวุฒิสภา

 

จึงเท่ากับว่าเมื่อครบระยะเวลา 2 ปี การจะลงจากตำแหน่งประธานวุฒิสภาจะเกิดขึ้นหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับผลงานและการตัดสินใจของพรเพชรเป็นสำคัญ

 

นับจากนี้ไปสถานการณ์ของวุฒิสภาน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง ศึกนอกว่าหนักแล้ว แต่ศึกในก็สาหัสไม่แพ้กัน



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน