การเมือง

ทวี สอดส่อง “ดับไฟใต้ ควรให้พลเรือนนำการทหาร”

7 สิงหาคม 2019 เวลา 5:00
ทวี สอดส่อง “ดับไฟใต้ ควรให้พลเรือนนำการทหาร”
เปิดอ่าน 66

“…หัวใจสำคัญ เราต้องเปิดพื้นที่ ไม่ใช่พื้นที่อำเภอจังหวัดแต่เป็นพื้นที่ในการแก้ปัญหา ให้กับทุกคนเข้ามาแก้ปัญหา ไม่ใช่ผูกขาดเฉพาะทหารตำรวจ…”

สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนภาคใต้กลับมากระเพื่อมอีกครั้ง โดยกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบวางระเบิดป้อมทหาร  ลอบยิงเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงถี่ขึ้นในช่วงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา  

 

ล่าสุดเช้าวันนี้ ( 7 ส.ค.62)  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมพร้อมด้วย พล.อ.อภิรัช คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยจะหารือถึงการปรับแผนแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  

 

ทุกฝ่ายกำลังจับตามองแนวทางการปรับแผนดับไฟใต้จะเป็นอย่างไร

 

เช่นเดียวกับ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง  อดีตเลขาศอบต.(ต.ค.2554 -พ.ค. 2557 )  ซึ่งแม้พลิกผันตัวเองมาทำงานทางการเมืองตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาชาติ แต่ก็ยังติดตามพร้อมเสนอแนวทางแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ไปถึงรัฐบาล 

 

เพราะภาพจำของคนในพื้นที่สมัยเป็น เลขาศอบต. เขาสร้างความตื่นตัวให้พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้กลับคืนสู่สันติภาพ ด้วยการเป็นแกนหลักของทีมเจรจาจากฝ่ายไทยในการพูดคุยสันติภาพกับขบวนการบีอาร์เอ็น หาทางออกจากวิกฤติความรุนแรง

 

ก่อนอื่น พ.ต.อ.ทวี สะท้อนมุมมองถึงการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ผ่านเนชั่นสุดสัปดาห์ ในช่วงตลอด 5 ปี ผ่านมาว่า ต้องยอมรับว่า ในรอบห้าปี การแก้ปัญหาภาคใต้มีองค์กรนำคือ กอรมน.และตำรวจ ดูแลเรื่องเหตุการณ์ความไม่สงบ   ศอบต.ดูแลการพัฒนารวมถึงเป็นช่องทางประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม  เหมือนเอาหลายหน่วยงานมาอยู่ใต้กอ.รมน.นำ




 

“ ถามว่าองค์กรเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่บางครั้งปัญหาความเชื่อมั่นในตัวบุคคล และการให้ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้โครงสร้าง

 

พ.ต.อ.ทวี กำลังสื่อสารไปถึงรัฐบาล หากจะมีการปรับแผนการทำงานจะต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วม นั่นคือ ภาคประชาชน

 

“ผมไม่อยากวิจารณ์การทำงานที่ผ่านมา เนื่องจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่เชิงพหุวัฒนธรรม อาจไม่มีอะไรถูกหรือผิดทั้งหมด  อย่างการไปพูดถึงการแก้ปัญหาจะแก้ได้ด้วยการพูดคุยสันติสุข ก็ต้องคำนึงถึงประชากรในพื้นที่เป็นพุทธกับมุสลิม เขาอาจมองต่างกันในเรื่องสันติภาพ สันติสุข  เช่น  พี่น้องที่เป็นพุทธ มองสันติภาพหรือสันติสุขในเชิงความความปลอดภัย มีความกังวลหากถอนกำลังเจ้าหน้าที่ที่มาดูแลปกป้องออกจากพื้นที่ “

 

“ขณะที่พี่น้องมุสลิมมองในเชิงถ้ามีการพูดคุยสันติสุขได้ต้องเอากำลังเจ้าหน้าที่ทหารออกจากหมู่บ้าน เพราะเวลาพวกเขาออกจากหมู่บ้านจะมีปัญหาต้องเจอด่านตรวจ วิถีชีวิตเขาจะเป็นอีกแบบหนึ่งต้องยอมรับว่าการเพ่งเล็งผู้ก่อเหตุความไม่สงบไม่ได้เพ่งเล็งที่คนพุทธ เขาเพ่งเล็งคนที่นับถือศาสนาอิสลาม คนมลายู”

 

อดีตเลขาศอบต. กล่าวว่า  เนื่องจากภาคใต้พูดอะไร ไม่มีอะไรถูกหมดหรือผิดหมด  ทั้งพี่น้องชาวพุทธและมุสลิม จะมองเหมือนกันเมื่อเกิดเหตุอยากให้เจ้าหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดที่แท้จริงได้อย่างรวดเร็วไม่ผิดตัว

 

คราวนี้ต้องยอมรับว่า รัฐบาลทุ่มทุกอย่าง ทั้งงบประมาณ กำลังคน ทุ่มทั้งกม.พิเศษ อยู่เหนือกฎหมายที่อื่น  เช่นเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้ตามกฎหมายอัยการศึก  เสร็จแล้วควบคุมตามพรก.ฉุกเฉิน มากม.วิอาญา และมีกม.กอรมน .แต่ต้องยอมรับว่าการมีทรัพยากรหลายอย่างก็ไม่สามารถแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้

 

เมื่อภาครัฐทุ่มทุกอย่างลงพื้นที่แต่ยังไม่บรรลุเป้าหมายแสดงว่ายังขาดอะไร

 

พ.ต.อ.ทวี ชี้ว่า  “หัวใจสำคัญ เราต้องเปิดพื้นที่ ไม่ใช่พื้นที่อำเภอจังหวัด แต่เป็นพื้นที่ในการแก้ปัญหา ให้กับคนทุกคนแก้ปัญหา ไม่ใช่ผูกขาดเฉพาะทหารตำรวจ หรือผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะวิถีชีวิตของคนข้างล่างอาจต้องเปิดพื้นที่ให้กับคนทุกกลุ่ม เวลาเกิดเหตุการณ์ มีผู้ได้รับผลกระทบซึ่งเป็นทั้งหญิงหม้าย เด็กกำพร้า จะทำอย่างไรให้คนมุสลิมได้ร่วมคิดวางแผนว่าเขาจะอยู่อย่างไร

 

“ สิ่งที่ภาครัฐได้ทำการศึกษาสำรวจมันคนละทาง ผมคิดว่า เราต้องมีพื้นที่ทางการเมืองให้คนทุกคนได้มีโอกาสคุยกันไม่ใช่อยู่ในภาวะหวาดกลัว บางทีการเอางบลงใต้อาจเป็นความขัดแย้งก็ได้ เช่น เอางบไปสร้างอาคารสถานที่ราชการสวยงาม แต่ประชาชนไม่ได้เป็นเจ้าของมีส่วนร่วม คล้ายๆจะพัฒนาการศึกษา กลับไปสร้างอาคาร แทนที่จะนำเงินไปพัฒนาสมองเด็ก พัฒนาวิชาคณิตศาสสตร์ ภาษาอังกฤษให้มีคุณภาพจริงๆ”  


 

ส่วนการใช้แนวทางเจรจา สันติสุข  โดยมีมาเลเซียเป็นฝ่ายอำนวยความสะดวกนั้น  พ.ต.อ.ทวี แสดงความเห็นว่า “ เราต้องมาพูดคุยกันภายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แล้ว นำประเด็นปัญหามาพูดคุยกัน 

 

การพูดคุยบางประเด็นปัญหาต้องมีจิตใจกว้าง ทางเรื่องวัฒนธรรม ความยุติธรรม การเปิดโอกาส ให้ประชาชนได้มีสิทธิมีเสียงมีพื้นที่การเมือง ที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาพูดคุยกันได้

 

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี  เสนอด้วยว่า จะทำอย่างไรให้ความแตกต่างระหว่างกันได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขเป็นโจทย์ที่ต้องนำมาคิด  ซึ่งบางครั้งเราพูดในทางส่งเสริมพหุวัฒนธรรม แต่ในทางปฏิบติ งบประมาณในส่วนพหุวัฒนธรรมกลับไม่มี

 

เช่น กรณีไทยพุทธที่อยู่จำนวนน้อยมีหลักศาสนาพุทธ วัฒนธรรม วัดวาอาราม จริงๆอยากให้พี่น้องไทยพุทธพี่น้องมุสลิมอยู่ได้  คือการส่งเสริมวันทางศาสนาหรือกิจกรรมประเพณี ตอนนี้จะทำให้พี่น้องชาวพุทธได้สานสัมพันธ์ กิจกรรมระหว่างศาสนา อย่างชาวพุทธ มีวันสารทเดือนสิบ เขาจะได้รับวันหยุดก็ดีเหมือนกัน  ส่วนมุสลิมมีกิจกรรมอยู่แล้ว

 

"ผมก็อยากดูแนวทางแก้ปัญหาของภาครัฐ แต่คิดว่าถึงเวลาแล้ว พลเรือนควรนำการทหาร กล่าวคือ เอาความยุติธรรมนำการเมืองการทหารก่อน  ซึ่งความยุติธรรมคือของคนทุกคนทั้งพุทธและมุสลิม"  พ.ต.อ.ทวี กล่าวทิ้งท้าย



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน