การเมือง

เตือนแรง อย่าขยายเวลา กมธ.ยื้อแก้รัฐธรรมนูญ

25 กันยายน 2020 เวลา 16:40
เตือนแรง อย่าขยายเวลา กมธ.ยื้อแก้รัฐธรรมนูญ
เปิดอ่าน 685

ปชป.แฉไม่แจ้งล่วงหน้า เปลี่ยนเกมตั้ง กมธ.ยื้อแก้รัฐธรรมนูญ เตือนเข้าสมัยประชุมต้องโหวตวาระรับหลักการทันที

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) แถลงข่าวถึงการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีการพิจารณาเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญวานนี้ว่า พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันมาโดยตลอดถึงหลักการในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะมาตรา 256 รวมถึงการให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) อีกทั้งยังมีการขับเคลื่อนผลักดันจนรัฐบาลได้บรรจุไว้ในนโยบายเร่งด่วน ซึ่ง ส.ส.ของพรรคก็ได้ร่วมเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาหาแนวทางในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในชุดที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาคเป็นประธาน จนมีการดำเนินการแล้วเสร็จและยื่นรายงานเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงไม่หวั่นไหวกับคำกล่าวหา ที่ว่าประชาธิปัตย์ไม่มีจุดยืนในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพราะไม่เป็นความจริง 

นายราเมศ กล่าวว่า แต่จากเหตุการณ์วานนี้ที่มี ส.ส.คนหนึ่งเสนอญัตติให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญก่อนรับหลักการนั้น พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอย่างชัดเจนว่า พรรคไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญก่อนรับหลักการเหมือนที่เกิดขึ้น มีการบอกล่วงหน้าให้พรรคได้ทราบไม่ถึงชั่วโมง และทันทีที่ทราบนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.พรรค จึงได้เรียกประชุม ส.ส.พรรค ที่ห้อง 210 เพื่อกำหนดท่าทีของพรรค

ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ทั้งๆ ที่กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญควรที่จะได้เดินไปตามครรลอง เหตุผลที่ผมบอกอย่างนั้น เพราะเราได้ศึกษาเรื่องแก้รัฐธรรมนูญมาเยอะ ชุดของท่านพีระพันธุ์ ศึกษามาแล้วหลายเดือน ฉะนั้นถ้าจะบอกว่าตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญก่อนรับหลักการนั้น ผมก็อยากตั้งคำถามเหมือนกันว่า การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นมาเพื่อศึกษาเรื่องใดอีก คนที่เสนอให้ตั้งและคนที่เห็นด้วยจะต้องตอบคำถามให้ชัดด้วย”นายราเมศ กล่าว




นายราเมศ กล่าวว่า นอกจากนี้จากคำถามที่ว่า ในเมื่อประชาธิปัตย์ลุกขึ้นอภิปรายในที่ประชุมว่าไม่เห็นด้วยกับญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญก่อนรับหลักการ แต่เหตุใดจึงต้องส่ง ส.ส.ไปเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ เพราะพรรคมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งบุคคลเข้าไปเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ จากสิ่งที่พรรคเคยยืนยันเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 256 และการตั้ง สสร. รวมไปถึงอีกหลายประเด็น เช่น เรื่องสิทธิ เสรีภาพ สิทธิกระบวนการยุติธรรม สิทธิชุมชน และอีกหลายมาตรา รวมถึงการตรวจสอบการทุจริต ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่พรรคเตรียมไว้สำหรับการพูดคุยใน สสร.ดังนั้นพรรคจำเป็นต้องส่ง ส.ส. เข้าร่วมในคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งขึ้นมาก่อนรับหลักการชุดนี้ด้วย เพื่อเข้าไปควบคุมประเด็นที่พรรคพยายามนำเสนอ


“ถ้าเกิดประชาธิปัตย์เราไม่ส่ง เราจะไปควบคุมประเด็นได้อย่างไร เราต้องตามกลับไปเพื่อที่จะควบคุมประเด็นว่า ประชาธิปัตย์มีจุดยืนที่ชัดเจนในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตราที่เราได้ยื่นญัตติไปแล้ว นี่คือเหตุผลที่เราจำเป็นที่จะต้องไปดูในรายละเอียด ควบคุมให้อยู่ในหลักการของพรรคว่า เรายืนยันอย่างหนักแน่นในการที่จะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเมื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯมีกรอบระยะเวลา 30 วัน ผมก็เรียกร้องว่า อย่าขยายกรอบระยะเวลาของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าว เพราะปิดสมัยประชุมครั้งนี้ 2 เดือน ฉะนั้นมีเวลา 2 เดือนที่จะเตรียมการให้พร้อม"

นายราเมศ กล่าวว่า ทั้งนี้ เมื่อเปิดสมัยประชุมมา ต้องเข้าสู่โหมดวาระรับหลักการว่า จะรับหรือไม่รับในวาระที่ 1 ถึงแม้ตอนนี้จะตอบไม่ได้ว่าสมาชิกรัฐสภาจะเห็นพ้องไปในทิศทางใด แต่ตอบได้ในฐานะที่เป็นโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ว่ายืนยันเปิดรับหลักการในสมัยประชุมหน้า วาระแรกในเรื่องรับหลักการ ประชาธิปัตย์จะรับหลักการที่เราได้เสนอต่อรัฐสภา คือแก้ไขมาตรา 256 และให้มี สสร. ส่วนกรณีที่ที 2 ส.ส.ลงมติเห็นด้วยนั้น ขอให้ทั้ง 2 คนได้ตอบคำถามนี้เองถึงเหตุผลในการเห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าว 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน