การเมือง

ชำแหละ'งบสำนักนายกฯ' ซ้ำซ้อน-เบิกงบแต่ไม่มีการใช้จ่ายจริง จี้รัฐยุบหน่วยงานไม่จำเป็น

16 กันยายน 2020 เวลา 20:21
ชำแหละ'งบสำนักนายกฯ' ซ้ำซ้อน-เบิกงบแต่ไม่มีการใช้จ่ายจริง จี้รัฐยุบหน่วยงานไม่จำเป็น
เปิดอ่าน 657

สภาฯ รุมชำแหละ'งบสำนักนายกฯ' ซ้ำซ้อน-เบิกงบแต่ไม่มีการใช้จ่ายจริง จี้รัฐยุบหน่วยงานไม่จำเป็น

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 วงเงินไม่เกิน 3.3 ล้านล้านบาท วาระสอง เป็นรายมาตรา ในช่วงค่ำมีไฮไลท์สำคัญอยู่ที่มาตรา7 ในส่วนของงบสำนักนายกรัฐมนตรี โดยสมาชิกยังคงเน้นย้ำถึงความไม่ตอบโจทย์การใช้งบประมาณ 

อาทิ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปราย เสนอตัดงบประมาณสำนักนายกรัฐมนตรีลงไป 5% ยกตัวอย่างงบประมาณบางรายการที่สามารถลดลงได้ เช่น สำนักเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรีมีงบประมาณประชาสัมพันธ์ มีงบประมาณทำไลน์ ออฟฟิสเชียล 7,500,000 บาท ต้องการส่งข้อความที่มากเกินไปเพื่อให้ถึงประชาชนที่แอดไลน์ไทยคู่ฟ้ากว่า 4,700,000 คน แบ่งเป็น 4 ไตรมาส รวม 1,140 ข้อความ เทียบกับค่าบริการของไลน์ ถ้าสมัครแบบโปรอยู่ที่เดือนละ 1,500 บาท

แต่ถ้าเทียบกับงบประมาณของสำนักนายกฯ เดือนละ 625,000 บาทต่อเดือน คิดตามค่าบริการของไลน์คือจะส่งข้อความได้ถึง 175 ล้านคน ซึ่งความจริงสามารถปรับลดราคาได้มาก

อีกส่วนหนึ่งคือ งบกอ.รมน. ประมาณ 9,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ที่งบกำลังพล ทั้งที่มีงบประมาณบุคลากรอยู่แล้ว 80 ล้านบาท แต่กลับใช้เพิ่มในส่วนนี้อีก 4,000 ล้านบาทเพื่อจ่ายเงินให้ทหาร แล้วจุดประสงค์ในการตั้ง กอ.รมน. คือเสริมสร้างความตระหนักรู้สถาบันหลักของชาติในเยาวชน ทั้งที่กระทรวงศึกษาธิการก็น่าจะทำภารกิจนี้ได้  ขณะเดียวกันในส่วนของกอ.รมน. สามารถลดขนาด หรือไม่ก็ควรยุบหน่วยงานของกระทรวงต่างๆ ที่ทับซ้อนออกไป




ด้าน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เสนอปรับลดงบประมาณ 10% โดยเน้นที่ พ.ร.บ.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดย สภาพัฒน์ฯ เป็นประธานในการกลั่นกรอง และมีระเบียบการใช้จ่ายเงินกู้ให้สภาพัฒน์จัดทำกรอบนโยบายในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศด้วย ซึ่งตั้งแต่ลงพระราชกิจจานุเบกษารวมแล้ว 150 วัน มีโครงการเสนอเข้ามากว่าสี่หมื่นโครงการ แต่ยังเหลือเงินที่ยังไม่อนุมัติกว่าอีกสามแสนล้านบาท และเบิกจ่ายไปได้เพียงกว่า1พันล้านบาท

แต่ผ่านไป 5 เดือน อนุมัติไปได้เพียง 45,000 ล้านบาท เพราะเหตุผลว่าโครงการมีปัญหาไม่เข้าเงื่อนไขตามท้าย พ.ร.ก. และไม่เข้ากรอบที่กำหนด สภาพัฒน์ทำตัวเป็นอาจารย์ตรวจข้อสอบ โครงการไม่ผ่านตีกลับ ตนจึงฝากไปถึงรัฐบาลว่าถ้าเหตุการณ์ยังเป็นแบบนี้รัฐบาลต้องตัดสินใจเรื่องการเบิกจ่ายและการตัดสินใจอนุมัติโครงการ ไม่เช่นนั้นสิ้นปีนี้คนได้รับผลกระทบจะอยู่ไม่ได้


ขณะที่ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายถึงงบประมาณพิมพ์ใบประกาศนียบัตร ของบเข้ามาปีละ 9,000,000 บาท และการสร้างซ่อมเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปี 2561 ใช้จ่ายเงิน 515 ล้านบาท ปี 2562 ใช้จ่ายเงิน 131 ล้านบาท แต่มีข้อสังเกตคือการบำกจ่ายเงินจริงของทั้งสองปี คือ 646 ล้านบาท ในขณะที่เอกสารประกอบการชี้แจงกลับระบุว่าปีดังกล่าวไม่มีการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และในปีนี้หน่วยงานรับงบมีการตั้งบมาอีกครั้ง ตนจึงตั้งคำถามว่าจะมีการพระราชทานจริงหรือไม่ ถ้าไม่มีขอให้ตัดงบออกไปก่อน

ค่าใช้จ่ายในการส่งกำลังบำรุงม้าทรงประจำพระองค์ 1,825,000 บาท ขณะที่ซ้ำซ้อนกับงบประมาณกองทัพบก และสำนักราชเลขานุการประจำพระองค์ที่ถวายงานเรื่องการทรงม้าอยู่แล้ว, ค่าซ่อมเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง 1,969,441,400 บาท เป็นงบประมาณที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่ดูแลอยู่แล้ว และมีการเพิ่มงบประมาณขึ้นเรื่อยๆ ปีละ 13%

ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่างบประมาณเหล่านี้อาจจะมีความซ้ำซ้อนและมีการตั้งข้อสงสัยของประชาชนได้ ตนคิดว่าหน่วยงานรับงบควรทำให้โปร่งใสตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่ไม่หวังดีเอาไปหาผลประโยชน์แอบอ้างให้เสื่อมเสียพระเกียรติ ดังนั้นจึงควรแจกแจงงบประมาณให้เหมือนกับหน่วยรับงบประมาณอื่นๆ

"ยืนยันว่าการอภิปรายดังกล่าวไม่ได้ทำเกินหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เป็นการทำหน้าที่ในฐานะส.ส.ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข และไม่ต้องการให้คนเอางบประมาณนี้มาแอบอ้างทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติ" 

ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติ 256ต่อ87เสียง เห็นชอบมาตราดังกล่าวตามที่กมธ.เสนอ มีผู้งดออกเสียง 31เสียงไม่ลงคะแนน2 ก่อนที่ประชุมจะเข้าสู่การพิจารณาในมาตรา8 ในส่วนของงบกลาโหม



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน