การเมือง

พปชร.ยกปมตีความงบ63 เทียบ ยื่น "ชวน" ส่งศาลรธน.ชี้ขาดญัตติแก้รธน.ฝ่ายค้าน

16 กันยายน 2020 เวลา 15:10
พปชร.ยกปมตีความงบ63 เทียบ ยื่น "ชวน" ส่งศาลรธน.ชี้ขาดญัตติแก้รธน.ฝ่ายค้าน
เปิดอ่าน 57

พปชร.ยกปมตีความงบ63 เทียบ ยื่น "ชวน" ส่งศาลรธน.ชี้ขาดญัตติแก้รธน.ฝ่ายค้าน

 ที่รัฐสภา นายไพบูลย์  นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ  ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล  เลขานุการประธานสภาฯ เพื่อขอเสนอญัตติด่วนให้รัฐสภามีมติ ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตาม มาตรา210 (2) ของรัฐธรรมนูญ กรณี มีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข เพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา256 (1) 

โดยนายไพบูลย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้าน จำนวน4ฉบับ ที่ยื่นต่อประธานรัฐสภา  เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา พบว่า รายชื่อ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านไปซ้ำกับการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จำนวน 1 ฉบับ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ซึ่งประธานรัฐสภาได้สั่งบรรจุร่างฯเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาแล้ว  จึงมีปัญหาทางข้อกฎหมายเกี่ยวกับเจตนารมณ์ ว่าส.ส.มีอำนาจลงนามเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้คราวละ 1 ฉบับหรือลงนามเสนอได้คราวละหลายฉบับ




ดังนั้นการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมอีก 4 ฉบับไม่ถูกต้อง เนื่องจากเคยมีคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2563  ฉบับลงวันที่ 29 ม.ค.63  จากกรณีที่มี ส.ส.77 คน ส่งเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตาม ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแก่รัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นประเด็นเดียวกันกับเรื่องพิจารณาที่ 3/2563 ซึ่งมีลายมือชื่อของ ส.ส.ผู้เสนอความเห็นซ้ำกับเรื่องดังกล่าว จำนวน 30 คน   

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น กรณีการลงลายมือชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม 4 ฉบับของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่เสนอ มีการลงลายมือชื่อซ้ำกันทุกฉบับ จึงมีลักษณะเช่นเดียวกันกับที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ในคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2563 และกรณีดังกล่าวไม่ใช่กรณีเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมที่จะอยู่ในอำนาจวินิจฉัยของประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือประธานรัฐสภาว่ามีญัตติมีหลักการซ้ำกันหรือไม่ แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับอำนาจในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา256 (1)  จะให้อำนาจ ส.ส. และส.ว.ลงลายมือชื่อเสนอร่างได้คราวละฉบับหรือลงลายมือชื่อเสนอได้หลายฉบับก็ได้ในคราวเดียวกัน


นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นยังมีข้อโต้แย้งว่าร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคร่วมฝ่ายค้านฉบับแรก เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมทั้งฉบับยกเว้นหมวด1 หมวด2  ซึ่งมีผลร่างฯฉบับแรกให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทุกมาตราในหมวด 3ถึงบทเฉพาะกาล ดังนั้นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเดิมอีก 4 ฉบับ ให้แก้ไขมาตรา 270 มาตรา 271 มาตรา 279มาตรา159และมาตรา272  จึงซํ้ากับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับแรก  

นอกจากนี้ยังมีข้อโต้แย้งอีกประการหากส.ส.มีอำนาจลงนามเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้คราวละหลายฉบับ จะสร้างปัญหาให้การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการ ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผยซึ่งสมาชิกรัฐสภามีจำนวน 750 คน จะต้องใช้เวลาเรียกชื่อและลงคะแนนญัตติละหลายชั่วโมง ซึ่งหากออกเสียงลงคะแนนหลายญัตติอาจจะใช้เวลาทั้งวัน ดังนั้นปัญหาเหล่านี้จึงเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณาวินิจฉัย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อรักษาหลักการแห่งรัฐธรรมนูญ 
   
นายไพบูลย์  กล่าวว่า ดังนั้นตนจึงขอเสนอญัตติด่วนตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2563ข้อ31ประกอบข้อ15 วรรคสอง ขอให้ท่านประธานรัฐสภาโปรดพิจารณาบรรจุระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาเป็นญัตติด่วน ให้รัฐสภามีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามมาตรา 210 (2) ของรัฐธรรมนูญ กรณี มีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (1) ดังที่กล่าวมาข้างต้น



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน