การเมือง

ถกงบ64 วาระ2 สภาฯรุมชำแหละจัดงบกระจุก-ไม่ตอบโจทย์-เสี่ยงก่อหนี้เพิ่ม

16 กันยายน 2020 เวลา 14:24
ถกงบ64 วาระ2 สภาฯรุมชำแหละจัดงบกระจุก-ไม่ตอบโจทย์-เสี่ยงก่อหนี้เพิ่ม
เปิดอ่าน 191

ถกงบ64 วาระ2 สภาฯรุมชำแหละจัดงบกระจุก-ไม่ตอบโจทย์-เสี่ยงก่อหนี้เพิ่ม

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 วงเงินไม่เกิน 3.3 ล้านล้านบาท วาระสองและวาระสาม หลังจากที่ กมธ.วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว 

สมาชิกต่างสลับกันลุกขึ้นอภิปรายโดยมุ่งเน้นไปที่ความคุ้มค่าและความจำเป็นในการจัดสรรงบประมาณในมาตรา4 ในส่วนของวงเงินซึ่ง กมธ. ได้พิจารณาปรับลดงบประมาณจากที่เสนอขอทั้งสิ้น 3.3 ล้านล้านบาท เหลือเพียง 3.285 ล้านล้านบาท 

อาทินายวิสิษฐ์ เตชะธีระวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า  ทุกปีในการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปมักจะมุ่งเน่นไปที่การสนองความต้องการในหน่วยงานของรัฐ อีกทั้งยังมีการจัดสรรงบที่ไม่สอดคล้องต่อความเป็นจริง นับตั้งแต่มีการรัฐประหารในปี 2557 เศรษฐกิจตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง แต่การจัดสรรงบก็ไม่ได้ปรับเปลี่ยนไป

ยิ่งไปกว่านั้นตนปี 2563 เราเจอสถานการณ์โควิดประชาชนเผชิญปัญหาตกงาน ดังนนั้นตนจึงเสนอให้ตัดงบจำนวน 10 %เป็นจำนวน 3.3แสนล้านบาท เพราะการจัดสรรงบประมาณที่ผ่านมาไม่ตอบสนองและตรงตามความต้องการในการแก้ไขปัญหาประชาชน

ยกตัวอย่างในส่วนของงบกลาโหมกรณีการจัดซื้ออาวุธ ซึ่งกมธ.เสียงข้างน้อยพยายามทักท้วงในเรื่องดังกล่าว จนท้ายที่สุดรัฐบาลต้องถอยในเรื่องการจัดซื้อเรือดำน้ำ

 ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบการจัดสรรงบในส่วนของกระทรวงกลาโหมกับงบด้านสาธารณะสุขในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่า ตั้งแต่ปี 2559 รัฐบาลมีการจัดสรรงบความมั่นคงและงบกลาโหมมากถึง2แสนกว่าล้านบาท ขณะที่งบในส่วนของสาธารณสุขซึ่งเป็นเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชน กลับมีการจัดสรรเพียงครึ่งเดียวคือ1 แสนล้านบาท   ยิ่งไปกว่านั้นยังมีข่าวว่ารัฐบาลจะไปตัดงบในส่วนของ30 บาทรักษาทุกโรค เพราะมีการจัดสรรงบที่ไม่ถูกที่ถูกทาง

 ดังนั้นการจัดสรรงบในปี 2564 จะต้องมีการจัดสรรงบที่กลับกันโดยให้งบด้านสาธารณะสุขมีจำนวนมากกว่างบกลาโหมให้ได้ เพราะวันนี้สถานการณ์โควิดถือเป็นเรื่องสาหัสสากันได้รับผลกระทบทั่วโลกแต่กลับไม่ได้รับงบประมาณในส่วนนี้วันนี้จึงของยืนยันในการตัดงบ10%เพื่อให้ไปอยู่ถูกที่และถูกทาง




ด้านนายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนเสนอตัดงบ10% เพราะมีความกังวลต่อการประเมินปัจจัยทั้งภายนอกและภายในมีความถูกต้องหรือไม่ ทั้งนี้เมื่อเปิดดูรายงานของกมธ.ชัดเจนว่ามีการประเมินที่ไม่เข้าเป้า แต่การประเมินของสภาพัฒน์ฯยังประเมินที่มีภาพเป็นบวกจนกระทบต่อการประเมินรายรับและสภาพหนี้ภาพรวมของประเทศไทย

จากการประเมินสถานการณ์ ณ วันนี้อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการประเมินว่าจะติดลบ นั่นหมายความว่าเราจะไม่สามารถจัดเก็บรายได้ได้ตามเป้าและตามที่ระบุไว้ในพ.ร.บ.งบประมาณ

ในรายงานกมธ.ยังยอมรับอย่างชัดเจนว่า จากที่มีการตั้งเป้ารายได้ที่รัฐจะสามารถเก็บได้ไว้ที่ 2.6ล้านล้านบาทนั้น แต่เก็บได้จริงเพียง 2.3ล้านล้านบาทหายไป2.3 แสนล้าน คำถามคือ2.3 แสนล้านจะเอามาจากไหนและจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อสภาพหนี้ของประเทศ

ดังนั้นสภาพการขาดดุลจากการประเมินที่ไม่ถูกต้องเราจะมรภาระหนี้ที่ต้องกู้ถึง6.2แสนล้านบาท ยังไม่รวมกับที่หายไป2.3แสนล้านหมายความว่าปีนี้เราต้องกู้จริงๆ8.5แสนล้านบาท คำถามคือเรายังอยู่ในกรอบการจัดสรรงบประมาณที่ถูกต้องหรือไม่ หากยังเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆในปี2571เราจะมีหนี้อยู่ที่77%

นอกจากนี้สิ่งที่ยังไม่มีคำตอบคือเงินนอกงบประมาณซึ่งในรายงานกมธ.เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า มีสูงถึง4.8ล้านล้านแต่กลับไม่มีรายละเอียดในเรื่องนี้จึงมีคำถามว่าเงินจำนวนนี้เรานำมาใช้อะไรบ้าง

ส่วนเงินกู้1.9ล้านล้าน โดยเฉพาะวงเงินเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องจำนวน 4แสนล้าน ยังมีงบที่ไม่ตอบโจทย์ต่อความต้องการที่แท้จริง ด้วยเหตุดังกล่าวตนจึงเสนอให้ตัดงบจำนวน10 %


ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการประสารงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (ประธานวิปรัฐบาล) อภิปรายว่า วันนี้ไม่เห็นการปรับลดที่สอดคล้องต่อความจำเป็น เชื่อว่าหากยังเป็นเช่นนี้ในอนาคตรัฐบาลก็จะมาขอให้สภาแก้กฏหมายขยายเพดานเงินกู้อีกแน่นอน จึงอยากให้มีตัดงบบางส่วนที่เป็นไขมันไปใช้ในส่วนที่จำเป็น เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพถนน4 โครงการในจังหวัดมหาสารคาม วงเงิน 190 ล้านบาท ซึ่งยังไม่พร้อม แต่ก็ไม่มีความชัดเจนว่าอนุมัติงบประมาณให้หรือไม่ ทำให้เห็นว่าโครงการต่างๆที่พร้อมและประชาชนแบมือขอไม่อนุมัติงบให้ แต่กลับไปให้ในสิ่งที่ยังไม่พร้อม

นายสุทิน กล่าวอีกว่า งบประมาณที่โดนตัดในชั้นกมธ. ทำไมถึงโยนกลับคลัง ความจริงเมื่อตัดงบแล้วก็ต้องนำไปใช้กับส่วนอื่นๆให้เกิดประโยชน์ อย่างเช่น โครงการบัตร 30 บาทรักษาทุกโรคให้ครอบคลุมถึงโรคไต หรือจะเพิ่มเงินให้กับกลุ่มบำเหน็บบำนาญข้าราชการและกลุ่มบำเหน็บบำนาญผู้สูงอายุ ซึ่งที่ผ่านมาตนโดนบิดเบือนว่าจะตัดเงินของคนกลุ่มนี้จนถูกทัวร์ลง แต่ความจริงตนมีแต่จะเพิ่มให้



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน