การเมือง

"ทนายความสิทธิมนุษยชน" สงสัย "จารุชาติ" ถูกมอมยา ก่อน "ตาย"

2 สิงหาคม 2020 เวลา 13:53
"ทนายความสิทธิมนุษยชน" สงสัย "จารุชาติ" ถูกมอมยา ก่อน "ตาย"
เปิดอ่าน 290

เวทีเสวนาสาธารณะ ยกปม ไม่ฟ้อง คดี บอส อยู่วิทยา เป็นหัวข้อใหญ่ แต่ในสาระพบการตั้งข้อสงสัยความไม่ชอบพามากลของสำนวนคดี

            สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) ร่วมกับเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ และคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย จัดเสวนา เรื่อง บทเรียนกรณีบอส กระทิงแดง จะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างไร ไม่ให้คนผิดลอยนวล 

 

            โดยพ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธุ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล ฐานะอดีตเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ จนเสียชีวิตเมื่อปี 2555  กล่าวถึงการตรวจสอบว่าหลังจากเกิดเหตุตนฐานะเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ใช้หลักการทางฟิสิกส์ ตรวจสอบ อาทิ ความเร็วของรถ ซึ่งยืนยันว่ารถขับด้วยความเร็ว 177 กม.ต่อชั่วโมง แต่หากจะคลาดเคลื่อนจะมีไม่เกิน 17 กม.ต่อชั่วโมง ขณะที่ลักษณะการชน คือรถยนต์ชนท้ายรถจักรยานยนต์ลักษณะตรง  อย่างไรก็ตามจุดชนนั้นไม่มีกล้องวงจรปิดให้ตรวจสอบ แต่ได้ตรวจสอบผ่านร่องรอยบนถนน พบรอยเลือดบนถนนและรอยเลือดกองใหญ่ รวมถึงรอยครูดบนถนน แต่ไม่พบรอยเบรค แต่กรณีดังกล่าวไม่สามารถสรุปว่ารถยนต์มีการเบรคหรือไม่

 

 

            ขณะที่น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว.กทม. กล่าวโดยเชื่อว่าผลของคดีที่ไม่สั่งฟ้องมีต้นเหตุมาจากระบบอุปถัมภ์ในสังคมไทย ที่ลามไปทุกวงการ ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่ามีสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง เช่น สินน้ำใจ ทั้งนี้หากผู้บริหารสูงสุดปล่อยให้ผลของคดีหรือการตรวจสอบค้านสายตาประชาชนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน

 

            “คนที่เกี่ยวข้องไม่ควรเสียสละระบบเพื่อคนบางกลุ่ม เพราะอาจกลายเป็นระเบิดในสังคมที่มีวิกฤต อย่างไรก็ดีในคำอธิบายไม่สั่งฟ้องเพราะไม่มีช่องของกฎหมาย แต่กรณีที่เกิดขึ้นควรมองระบบยุติธรรมสำคัญกว่ากฎหมาย หากความยุติธรรมเกิดกับเฉพาะคนรวย คนมีอำนาจ แต่คนจนที่ไม่มีทางสู้ต้องติดคุก อาจเป็นฟางเส้นสุดท้าย”น.ส.รสนา กล่าว




 

            ทางด้านนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น เรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หาร่องรอยและตัวบุคคลที่สมคบคิดในกระบวนการไม่สั่งฟ้องนายวรยุทธ โดยตนตั้งข้อสังเกตว่าในกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีบุคคลที่เป็นเครือญาติผู้มีอำนาจ และเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งใหญ่โนในกระบวนการยุติธรรมดำรงตำแหน่ง ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองว่าเมื่ออัยการสูงสุดไม่ส่งฟ้องและคดีต้องยุตินั้น ตนยืนยันว่าเรื่องนี้ ตามคำสั่งฟ้องของอัยการกรุงเทพใต้ยังมีผลโดยสมบูรณ์ ถึงวันที่ 3 กันยายน 2570 ส่วนพยานที่เกิดขึ้น หรือนักวิชาการที่ให้ความเห็นเรื่องความเร็วรถ ตำ่กว่า 80 กม.ต่อชั่วโมง ถือว่าไม่ใช่พยานหลักฐาน แต่ตนสงสัยว่าทำไมถึงถูกรับฟัง

 

            ขณะที่นายนคร ชมพูชาติ ทนายความสิทธิมนุษยชน กล่าวโดยมองว่าพยานบุคคลมีความอันตรายและความคลาดเคลื่อนสูง เช่น กรณีมีรถเฉี่ยวชนรถจักรยายนต์ของนายจารุชาติ มาดทอง พยานปากสำคัญของคดีที่เสียชีวิต เดิมคู่กรณีระบุว่าไม่รู้จักกันมาก่อน แต่ภายหลังมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์พบว่ามีความสัมพันธ์และรู้จักกัน ดังนั้นพยานของคดีนายวรยุทธ ทั้ง2 คน ตนสงสัยว่าคำให้การนั้นได้พูดจริงหรือเป็นเพียงเซ็นต์เอกสารที่เตรียมมาเท่านั้น

 

            “ในคลิปที่ปรากฎไม่พบภาพรถตามหลังรถเฟอร์รารี่ ที่อ้างว่าเป็นของ พล.อ.ท.จักรกฤช  ถนอมกุลบุตร อดีตนายทหาร แต่ในคลิปมีเพียงรถแท็กซี่เท่านั้น แสดงว่า พล.อ.ท.จักรกฤช อาจขับรถแท็กซี่ ส่วนการเสียชีวิตของนายจารุชาตนั้น ต้องตรวจสอบว่าถูกมอมยาหรือไม่ เพราะการตายมีพิรุธ ส่วนแนวทางการรื้อฟ้องคดีนั้นทำได้ไม่ยาก" นายนคร กล่าว


            ด้านพ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่าประเด็นที่เกิดขึ้นนั้น ตนมองว่าระบบยุติธรรมถูกมองว่ามีความอำมหิต สำหรับคนยากจน แม้ไม่ได้ทำผิด แต่ถูกติดคุก ทั้งนี้คดีของนายวรยุทธ มีปัญหา อย่างไรก็ดีจากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ในกระบวนการยุติธรรม ควรมีช่องทางเพื่อปกป้องสิทธิคนตายด้วย เพื่อไม่ให้คนตายถูกละเมิดสิทธิ ถูกตั้งข้อหาภายหลังโดยไม่สามารถโต้แย้งได้

 

 

            ส่วนนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. กล่าวเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ เร่งนำร่างกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปตำรวจเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ก่อนปิดสมัยประชุม.

 

 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน