การเมือง

เพราะ "ฝ่ายการเมือง" ไม่รับลูก "ปฏิรูปยุติธรรม" ไปต่อไม่ได้

2 สิงหาคม 2020 เวลา 11:59
เพราะ "ฝ่ายการเมือง" ไม่รับลูก "ปฏิรูปยุติธรรม" ไปต่อไม่ได้
เปิดอ่าน 549

อุดม ร้ฐอมฤต อดีต กรธ. มองคดี "บอส อยู่วิทยา" สะท้อน ความล้มเหลว ปฏิรูปยุติธรรม

             จากกรณีที่คดีของทายาทเศรษฐี ตระกูล “อยู่วิทยา” “บอส - วรยุทธ อยู่วิทยา” ขับรถยนต์ชน “ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ” เจ้าหน้าที่ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อปี 2555 ซึ่งอัยการสูงสุด ไม่ส่งฟ้องคดีนี้ ขณะที่ ตำรวจไม่โต้แย้งในเรื่องนี้

 

             ถูกสังคมตั้งคำถามตัวโตๆ ทันทีถึงกระบวนการยุติธรรม ที่ส่อว่า “ถูกแทรกแซง” จากอำนาจ และ อิทธิพล

 

             ขณะที่สังคมวิพากษ์ถึงความยุติธรรมนั้น   เฟซบุ๊คของ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ชุดที่มี “มีชัย ฤชุพันธุ์" เป็นประธาน ได้โพสต์ข้อความ ที่สะท้อนถึงความที่เกี่ยวข้องกับการ “ปฏิรูป”  ด้านระบบยุติธรรม และการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งที่คัดลอกส่วนหนึ่งจากคำปรารภของรัฐธรรมนูญ ที่มีสาระว่าด้วยการปกครองบ้านเมืองที่ขาดสำนึกรับผิดชอบและฉ่อฉล ทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นผล ต้องแก้ไขด้วยการปฏิรูปการศึกษาและการบังคับใช้กฎหมาย และเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบคุณธรรมและจริยธรรม

 

             และยกความของรัฐธรรมนูญ มาตรา 258  ง. ว่าด้วยการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม 

 

             ทำให้ถูกมองว่า “กรธ.” ที่หมดวาระไปแล้วนั้น กำลังจะชี้แนะ หรือ บอกอะไรกับสังคมไทย

 

             ต่อเรื่องนี้ “ศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต” คณะบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฐานะอดีตกรธ. ให้สัมภาษณ์กับ เนชั่นสุดสัปดาห์ พร้อมให้มุมมองต่อกรณี “บอส-วรยุทธ อยู่วิทยา” ที่อัยการสูงสุด และ ตำรวจ  ร่วมกันไม่สั่งฟ้อง

 

             โดย ดร.อุดม ให้มุมมองไว้ว่า เป้าหมายของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560  ต้องการทำระบบให้เป็นสากล กล่าวคือ อัยการสูงสุด มีบทบาทเป็นกึ่งๆ ตุลาการ ที่ไม่ใช่แค่รับบท คนฟ้อง หรือ ทนายเท่านั้น แต่ต้องสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบได้ ไม่คล้อยตามตำรวจ และคำนึงถึงประสิทธิภาพ แต่กรณีของคดีบอส อยู่วิทยา นั้นดูเหมือนตำรวจและอัยการเตรียมแผนให้สอดรับกัน ตำรวจทำช้า สำนวนไม่ปกติ ขณะที่อัยการทำต่อ  หรือ พูดง่ายๆ ว่า  "ฮั้วกันทำงาน อย่างโจ๋งครึ่ม" 

 

             คำถามจึงเกิดขึ้นว่า แล้วรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่อุดช่องโหว่สิ่งที่เกิดขึ้นเลยหรือ? “ศ.ดร.อุดม” ตอบไว้ว่า




             “ต้องยอมรับว่ามีเรื่องการเมือง อำนาจ อิทธิพลมาเกี่ยว หากตั้งคำถามว่าทำไมตำรวจถึงปฏิรูปไม่ได้ แม้มีความพยายาม แต่ตำรวจเองถูกใช้เป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจ ของฝ่ายการเมือง ถึงแม้ตำรวจเป็นฝ่ายรักษากฎหมาย แต่มีอำนาจที่จะใช้ดุลยพินิจ ดังนั้นการปฏิรูปตำรวจหากฝ่ายการเมืองไม่เอาด้วย หรือรวมถึงการปฏิรูปด้านอื่นๆ ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ หากฝ่ายนโยบาย ฝ่ายการเมืองไม่นำขับเคลื่อน ระดับกลไกปฏิบัติ ระบบราชการประจำจะนิ่ง และผมยอมรับว่าเมื่อรัฐธรรมนูญไม่มีสภาพบังคับ มีแค่ให้กำกับ และเร่งรัดโดยสภาฯ จึงต้องเป็นหน้าที่ของสภาฯ คือ ฝ่ายค้านที่ต้องติดตาม แม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้ส.ว.มีหน้าที่กำกับโดยตรง แต่เมื่อมีที่มาจากฝ่ายผู้มีอำนาจ จึงไม่มีอะไรที่ถ่วงดุล หรือ ตรวจสอบกัน”

 

             งานปฏิรูปที่ไม่คืบ แม้จะเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ สิ่งที่พอเป็น ช่องทางให้ฝ่ายค้านทำได้ “อดีต กรธ.” แนะเพียงว่า ต้องใช้กลไกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ กรณีที่รัฐบาลไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

 

             แล้วแบบนี้ ห้วง 3 ปี ที่มีรัฐธรรมนูญ 2560 งานปฏิรูปที่เขียนไว้นั้นเสียเวลาเปล่าหรือไม่? “ศ.ดร.อุดม” ระบุว่า เมื่อประเมินจริงไม่มีใครเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ หากจะให้กรธ.รับผิดชอบ ต้องบอกว่าเราเขียนรัฐธรรมนูญภายใต้กรอบที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 กำหนดให้ โดยเฉพาะประเด็นว่าด้วยการปฏิรูป ช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมเคยฟ้อง อ.มีชัย ไปว่า ที่เราทำมา ทำแทบตาย แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่านได้แต่ส่ายหน้ารับเท่านั้น

 

             “ผมยอมรับว่าหากให้การเมืองเข้ามาทำคงยาก เพราะเขาคำนึงถึงเรื่องคะแนนเสียง และการได้ประโยชน์ อย่างการปฏิรูปตำรวจ เราคาดหวังจะทำให้เสร็จก่อนการเลือกตั้งด้วยซ้ำ แต่เพราะประโยชน์ทางการเมือง คะแนนเสียงจึงออกมาแบบนี้”


             แต่เมื่อผลลัพท์ออกมาแบบนี้ กระบวนการยุติธรรมไม่เป็นไปตามเป้าหมายของรัฐธรรมนูญ ยังพอมีทางแก้ไข ซึ่ง “คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ.” บอกว่า จากกรณีของคดีบอส อยู่วิทยา ที่เกิดขึ้น เชื่อว่าจะเป็นโอกาส อย่างกรณีที่เกิดขึ้นกับคดีฆาตกรรมคนในครอบครัวศรีธนะขัณฑ์ที่เป็นต้นกำเนิดให้มี สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ดังนั้นเรื่องนี้อาจนำไปสู่จุดเปลี่ยนอีกครั้ง และผมเชื่อว่าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ของรัฐบาลที่มี อ.วิชา มหาคุณ เป็นประธาน จะต้องมีข้อเสนอที่บอกได้ว่าจะทำอะไรต่อไปจากนี้ ไม่เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับคดีเท่านั้น

 

             ต่อประเด็นสุดท้าย เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ ส.ส. เตรียมเสนอให้ สภาผู้แทนราษฎร “อดีตกรธ.” มองว่า ถึงเวลาที่สังคมต้องร่วมกันคิดว่าจะพิจารณาทบทวนอย่างไร เพราะรัฐธรรมนูญนั้นไม่สามารถบังคับใช้ไปได้ตลอด เมื่อถึงเวลาที่สังคมได้ทบทวน กระบวนการนั้นต้องใช้การมีส่วนร่วมให้มากๆ รวมถึงรับฟังตัวแทนของประชาชน คือ ส.ส. ด้วยเช่นกัน.

 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน