การเมือง

"ทนายสมัคร" แจงยิบ ปม "พยาน" คดี "บอส" แต่ไม่ตอบแทน "ทำไมหนี"

2 สิงหาคม 2020 เวลา 10:22
"ทนายสมัคร" แจงยิบ ปม "พยาน" คดี "บอส" แต่ไม่ตอบแทน "ทำไมหนี"
เปิดอ่าน 1,663

ทนายสมัคร เชาวภานันท์ ให้สัมภาษณ์เนชั่นสุดสัปดาห์ แจงถึงความอีกด้าน ที่สังคมตั้งประเด็นสงสัยคดีวรยุทธ อยู่วิทยา

            นายสมัคร เชาวภานันท์ ทนายความประจำครอบครัวนายเฉลิม อยู่วิทยา บิดานายวรยุทธ อยู่วิทยา ให้สัมภาษณ์กับ ทีมเนชั่นสุดสัปดาห์ ต่อกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ของสภาผู้แทนราษฎร หลายคณะ เรียกเข้าชี้แจงต่อกมธ.ฯ เพราะสงสัยต่อการทำหน้าที่ครั้งมีตำแหน่งในฝ่ายนิติบัญญัติ ถึงความเชื่อมโยงในคดีนายวรยุทธ ขับรถยนต์ชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 ว่า ตนยังไม่ได้รับหนังสือจากกมธ.ฯ ทั้งนี้ช่วงนี้ตนอยู่ระหว่างพักฟื้นหลังจากผ่าตัดสมอง และวันที่ 5 สิงหาคมนี้ ตนมีนัดเข้าพบหมอเพื่อติดตามการรักษา ดังนั้นหากจะให้ตนเข้าชี้แจงนั้น จะไปไม่ได้ อย่างไรก็ตามกรณีที่กมธ.ฯ ของสภาฯ เชิญตนชี้แจงนั้นไม่หนักใจ และพร้อมเข้าชี้แจง

 

            นายสมัคร ชี้แจงถึงข้อสงสัยที่ถูกกมธ. ตั้งคำถาม ต่อการใช้กลไกของสนช. เพื่อให้มีผลต่อคดี ว่าตนพ้นตำแหน่ง ส.ว. หลังการปฏิวัติ เมื่อปี 2557 ไม่เคยเข้ายุ่งเกี่ยวใดๆ ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รวมถึงไม่เคยเข้าเป็นที่ปรึกษาของกมธ.คณะใด อย่างไรก็ตามการยื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรมให้กับนายวรยุทธ โดยมีนายธนิต บัวเขียว ทนายความ เป็นผู้นำยื่นนั้น  ตนรับทราบและให้ได้คำปรึกษา

 

            สำหรับเป้าหมายการยื่นขอความเป็นธรรมกับกมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและกิจการตำรวจ สนช. ครั้งนั้น เนื่องจากว่าอัยการจะยื่นฟ้องคดีโดยใช้ความเร็วรถที่ 177 กิโลเมตร (กม.) ต่อช้่วโมง ทั้งที่มีข้อมูลระบุถึงอัตรความเร็วรถนั้นไม่เร็วเกิน 80  กม. ต่อชั่วโมง ดังนั้นจึงต้องร้องขอความเป็นธรรม 




            “การพิจารณาของกมธ. ผมทราบเพียงว่าว่าทางกมธ. ได้เชิญนักวิชาการ คือ นายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์ประจำ และหัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  มาให้ข้อมูลเรื่องขอความเร็วเท่านั้น และในสำนวนของคดี ไม่มีปรากฎว่าได้อ้างอิงข้อมูลจากทางกมธ.ฯ ของสนช." นายสมัคร กล่าว 

 

            นายสมัคร กล่าวต่อว่า การยื่นเรื่องต่อ กมธ. ไม่คาดหวังให้มีผลเปลี่ยนแปลงคดี อีกทั้งในทางการต่อสู้ รายงานของกมธ. ของสภาฯ ไม่มีผลใดๆ ต่อสำนวนการสืบสวนสอบสวนของอัยการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนพยานที่อยู่ในสำนวน จำนวน 2 รายนั้น ยืนยันว่ามีตั้งแต่ต้น ไม่ใช่นำเข้ามาภายหลัง

 

            โดยกรณีของนายจารุชาติ มาดทอง พยานที่ขับรถยนต์กระบะ เป็นพยานฝ่ายตำรวจ ที่เข้าให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่หลังเกิดเหตุครั้งแรกหลังเกิดเหตุ และให้ปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งราว  ปี 2560 หรือ ปี 2561 เป็นครั้งที่สอง หลังจากที่ทนายความของนายวรยุทธร้องขอให้ตามตัวมาให้ปากคำเพิ่มเติม ส่วนเหตุผลที่ใช้เวลานาน จากปี 2555 ในครั้งแรก ห่างจากครั้งที่สอง ถึง5 ปี เพราะร้องขอไปทางตำรวจให้ดำเนินการ ตอนแรกไม่สามารถตามตัวได้ แต่ภายหลังสามารถตามตัวได้ จึงเข้าสู่การให้ปากคำเพิ่มเติม

 

            สำหรับสาระการให้ปากคำนั้นเป็นประโยชน์กับทางคุณวรยุทธ เนื่องจากระบุว่า ในวันเกิดเหตุนายจารุชาต ขับรถยนต์กระบะแซงรถยนต์เฟอร์รารี่ของนายวรยุทธ ใช้ความเร็วประมาณ 80 กม.ต่อชั่วโมง ดังนั้นทำให้เห็นว่ารถเฟอร์รารี่นั้นทำความเร็วที่ไม่เกิน 80 กม.ต่อชั่วโมงเท่านั้น หากเร็วกว่านั้นรถกระบะจะไม่สามารถแซงได้ นอกจากนั้นแล้วปากคำยืนยันว่ารถจักรยานยนต์ของ ด.ต.วิเชียรนั้นเปลี่ยนช่องทางจราจรจากช่องแรก ไปช่องสามแบบกระทันหัน

 

            “การตายของนายจารุชาติ ซึ่งเป็นพยานฝ่ายตำรวจ ผมว่ามีพิรุธ แต่เมื่อเขาเสียชีวิตแล้ว ในทางคดีสามารถนำข้อมูลที่เขาเบิกความในชั้นสอบสวนต่อสู้ต่อไปได้ อย่างไรก็ดีในคดีนี้มี พยาน 2 คน นั้น ผมยืนยันว่าเขาทั้งคู่ไม่รู้จักกันมาก่อน” นายสมัคร กล่าว


            นายสมัคร กล่าวด้วยว่าสำหรับกรณีของ พล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร อดีตนายทหารนั้น ยอมรับว่าทราบทราบภายหลังเกิดเหตุว่าเป็นผู้ที่เห็นเหตุการณ์อีกคน เพราะมีคนสนิทของนายเฉลิมรับทราบจากการพูดคุยในวงสนทนาในงานเลี้ยงหนึ่ง จากนั้นได้ร้องขอให้มาเป็นพยานให้  

            ส่วนกรณีที่คดีนี้ในภาพรวมใช้เวลานานและกว่าจะทราบผลช้า เพราะมีการร้องขอความเป็นธรรมประมาณ 7-8 ครั้ง และการร้องขอความเป็นธรรมเฉพาะการยื่นเรื่องไปอัยการสูงสุด และตำรวจนั้นกินเวลาอย่างน้อย 5 เดือน อย่างไรก็ตามในการสรุปสำนวนของคดี ไม่ทราบว่าตำรวจตั้งข้อหาว่านายวรยุทธฆ่าคนตาย เพราะรูปคดีไม่เป็นเช่นนั้น แต่หากผลสอบยืนยันว่าผิดจริง พร้อมจะชดใช้

 

            “รายละเอียดของคดีนั้น เป็นความลับของคู่ความ โดยมารยาทและจริยธรรมของทนายความนั้นไม่สามารถพูดได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากทางครอบครัว ซึ่งผมอึดอัดมาก อยากพูดให้สังคมรับรู้ข้อเท็จจริง เพราะขณะนี้กระแสสังคมวิจารณ์ไปในทางที่วิจารณ์ด่าทอ มากกว่าพูดถึงข้อเท็จจริงของคดี  แต่ถึงแม้อยากอธิบาย  แต่ทำไม่ได้ อย่างไรก็ตามผมทราบว่าประเด็นที่เกิดขึ้นนั้น ทางครอบครัวเตรียมทำแถลงการณ์เพื่อชี้แจงรายละเอียดกับสังคม ส่วนจะเป็นเมื่อใดนั้นขอให้ติดตามอีกครั้ง” นายสมัคร กล่าว

 

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่เกิดขึ้นหากมั่นใจว่าไม่ใช่กระทำโดยเจตนา ทำไมนายวรยุทธถึงหนี นายสมัคร ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลและออกความเห็น.



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน