การเมือง

ปารีณา vs พรรณิการ์ ศึกนารีพิฆาตไม่มีใครยอมใคร

6 สิงหาคม 2019 เวลา 12:19
ปารีณา vs พรรณิการ์ ศึกนารีพิฆาตไม่มีใครยอมใคร
เปิดอ่าน 33

ไม่ปรากฏบ่อยนักสำหรับการลุกขึ้นมาฟ้องร้องกันเป็นคดีความกันเสียเองระหว่างสส.และพรรคการเมืองในสภา

ภายหลังพรรคอนาคตใหม่ตัดสินใจฟ้องเตรียมยื่นฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีกับ “ปารีณา ไกรคุปต์” สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่เนื้อหาที่อาจทำให้สังคมเชื่อว่าพรรคอนาคตใหม่มีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ความไม่สงบในกทม.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

“พรรคอนาคตใหม่ยินดีรับฟัง และแลกเปลี่ยนความเห็นที่แตกต่างบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และพยายามอดทนอดกลั้นต่อข่าวปลอมและการป้ายสีสาดโคลนอย่างถึงที่สุด อย่างไรก็ตามกรณีนี้เป็นการป้ายสีสาดโคลนด้วยข่าวปลอมโดยสิ้นเชิงในประเด็นที่ร้ายแรงคอขาดบาดตาย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง

 

ทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าพรรคอนาคตใหม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรง รวมทั้งเป็นการสร้างความเกลียดชังระหว่างผู้คนในสังคม อันจะนำมาสู่การใช้ความรุนแรงประทุษร้ายต่อกัน” เหตุผลในการฟ้องคดีของพรรคอนาคตใหม่ จากน.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่

 

ทางฝั่งของ ‘ปารีณา’ ซึ่งติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ ตอบโต้กลับทันทีว่าจะดำเนินคดีกับพรรคอนาคตใหม่ทั้งทางแพ่งและอาญาเช่นกัน ฐานใส่ร้ายป้ายสี

 

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรียกได้ว่าเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดลงพอดี เพราะก่อนหน้านี้ ‘ปารีณา’ ก็มีประเด็นพาดพิงอยู่กับพรรคอนาคตใหม่หลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตัว ‘พรรณิการ์’ ก็เป็นบุคคลหนึ่งที่สส.พรรครัฐบาลรายนี้กล่าวพาดพิงหลายครั้ง

 

ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็นของปารีณาต่อข้อเรียกร้องของพรรคอนาคตใหม่ที่ต้องการให้มรการแต่งกายตามเพศสภาพ หรือ กรณีการใช้เฟซบุ๊กไลฟ์ที่มีเนื้อหาพาดพิงไปยังตัวพรรณิการ์โดยตรงด้วยการพูดคำว่า “อีช่อ”

 

แม้ปารีณาจะยืนยันว่าคำพูดดังกล่าวไม่ได้เป็นการพาดพิงไปที่ตัวโฆษกพรรคอนาคตใหม่ แต่ในอีกด้านหนึ่งพรรณิการ์มีชื่อเล่นที่เรียกกันว่า “ช่อ”  ส่งผลให้สส.พรรคพลังประชารัฐรายนี้ถูกวิจารณ์ถึงการวางตัวพอสมควร ถึงขั้นที่ล่าสุดได้มีการใช้ช่องทางผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อลงให้ประชาชนเข้ามาลงชื่อถอดถอน ‘ปารีณา’ พ้นจากการเป็นสส.

 

อย่างไรก็ตาม การฟ้องคดีกันระหว่างปารีณากับพรรคอนาคตใหม่นั้นไม่ได้ทำได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะมีปัญหาในเรื่องข้อกฎหมายพอสมควร

 

ทั้งนี้ เป็นเพราะการฟ้องดำเนินคดีนั้นปรากฏว่าถ้าต่างฝ่ายมีการดำเนินการกันจริง จะมีประเด็นว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในระหว่างสมัยประชุมของรัฐสภา ซึ่งรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 กำหนดบทคุ้มครองสส.เอาไว้อยู่

 

“ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาไปทําการสอบสวนในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือเป็นการจับในขณะกระทําความผิด...

 

ในกรณีที่มีการฟ้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในคดีอาญา ไม่ว่าจะได้ฟ้องนอก หรือในสมัยประชุม ศาลจะพิจารณาคดีนั้นในระหว่างสมัยประชุมก็ได้ แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่ สมาชิกผู้นั้นจะมาประชุมสภา” บางส่วนจากรัฐธรรมนูญมาตรา 125

 

ที่สำคัญ ตามธรรมเนียมของสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา มักจะมีมติไม่ให้สส.เข้าสู่กระบวนการพิจารณาระหว่างสมัยประชุม เหมือนกับสภาฯเคยมีมติเมื่อปี 2554 ให้แกนนำเสื้อแดงที่เป็นสส.ในขณะนั้นสามารถใช้เอกสิทธิ์ความเป็นสส.ในการชะลอการดำเนินคดีระหว่างสมัยประชุมรัฐสภาได้ต่อไป แม้ว่าแกนนำเสื้อแดงจะแสดงเจตนาสละเอกสิทธิ์ดังกล่าวก็ตาม

 

ดังนั้น หากจะมองในแง่หนึ่งพรรคอนาคตใหม่อาจรู้ถึงประเด็นนี้เป็นอย่างดี เพียงแต่การฟ้องที่เกิดขึ้นเป็นไปเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เป็นสำคัญ





Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน