การเมือง

จับตา 'ปชป.' สัมมนา 'เกาะเสม็ด' ปิดห้องเคลียร์ใจ นัดส.ส.ประเมินผลงาน 7 รัฐมนตรี

10 กรกฎาคม 2020 เวลา 19:23
จับตา 'ปชป.' สัมมนา 'เกาะเสม็ด' ปิดห้องเคลียร์ใจ นัดส.ส.ประเมินผลงาน 7 รัฐมนตรี
เปิดอ่าน 578

"ปชป." จัดสัมมนา "เกาะเสม็ด" ปิดห้องเคลียร์ใจ ถกทิศทางพรรคปรับยุทธศาสตร์ ประเมินผลงาน 7 รัฐมนตรี

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ ระหว่างวันที่ 10 - 12 ก.ค.ที่เกาะเสม็ด จ.ระยองว่า งานสัมมนาครั้งนี้จะมีเฉพาะ ส.ส.และรัฐมนตรีของพรรคพูดคุยกัน ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้เกิดจากข้ออเสนอในที่ประชุม ส.ส.พรรคที่มีการเสนอว่า ควรไปหาสถานที่พูดคุยกันอย่างเต็มที่ โดยที่ไม่มีใครออกไปไหนไม่ได้ เพราะให้ทุกคนจะมีสมาธิในการเปิดใจกัน จึงได้เลือกมาสัมมนาที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง ส่วนประเด็นการพูดเหมือนกับเป็นยำหลายรส ทั้งการวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองในภาพรวม การเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ประเด็นที่เป็นเรื่องใหญ่ในเรื่องทิศทางและยุทธศาสตร์ของพรรค นับจากวันนี้ไปถึงอนาคตว่าจะต้องเป็นอย่างไร 

"ส.ส.และสมาชิกพรรคหลายคนมองว่า พรรคประชาธิปัตย์ขับเคลื่อนไปอย่างไม่มียุทธศาสตร์ชัดเจน ต้องการให้ทุกคนที่มาร่วมสัมมนา ช่วยกันระดมสมองกำหนดยุทธศาสตร์ของพรรคให้ชัดเจน รวมทั้งการสะท้อนปัญหาการทำงานในพื้นที่ เพื่อจะได้รู้ว่าสิ่งที่พรรคทำไปนั้นเข้าตาประชาชนหรือไม่"นายสาทิตย์ กล่าว




นายสาทิตย์ เปรียบเทียบสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อย่างพรรคอนาคตใหม่เปลี่ยนสภาพไปเป็นพรรคก้าวไกล และมีคณะก้าวหน้าที่เกิดนหน้าสนามการเมืองท้องถิ่น หรือพรรคพลังประชารัฐ มีการปรับเปลี่ยนดุลอำนาจภายในของตัวเองอย่างรุนแรง โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ มาเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อสื่อให้เห็นว่าอำนาจฝ่ายรัฐมีความเข้มแข็งมากขึ้น รวมถึงพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ร่วมรัฐบาลด้วยกัน ยังเป็นคู่แข่งที่มีการรุกคืบพยายามยึดฐานเสียงของประชาธิปัตย์มากขึ้น

"อีกทางสถานการณืโรคโควิด-19 ยังเป็นตัวเร่งให้การเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น โดยความต้องการของประชาชนก็เปลี่ยนเร็วขึ้นเช่นกัน ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ต้องมาพูดคุยถึงประเด็นทั้งหมดอย่างจริงจัง ทุกคนต้องเปลี่ยนแว่นตาในการมองการเมืองยุคใหม่ เลิกใช้ประสบการณ์เก่าๆ มามองการเมืองในตอนนี้"นายสาทิตย์ กล่าว


นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ การสัมมนาต้องพูดคุยถึงเรื่องการบริหารจัดการและความสัมพันธ์ภายในพรรค โดยเฉพาะระหว่างรัฐมนตรี และส.ส.จะมีแนวทางปฏิบัติร่วมกันอย่างไร ส่วนการปรับ ครม.ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์นั้น คิดว่าคงยังไม่มีการพูดถึงว่าควรเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีของพรรคหรือไม่ แต่ต้องมาพูดในการประเมินผลงาน 7 รัฐมนตรีของพรรค หลังทำงานมาแล้วประมาณ 1 ปี โดยทำได้ 2 ส่วน 1.ประเมินภายนอก อาทิ การทำโพล และ 2.การประเมินภายใน เพื่อประเมินร่วมกันว่ารัฐมนตรีแต่ละคนได้นำนโยบายของพรรคไปดำเนินการครบหรือไม่ ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่ารัฐมนตรีของพรรคต่างคนต่างทำงาน ต่างคนต่างมีวาระของตัวเอง ซึ่งไม่เกิดผลที่เป็นประโยชน์ต่อพรรค ทั้งที่รัฐมนตรีทุกคนถูกส่งไปในนามพรรค จึงต้องมาประเมินกันก่อนว่าผลโดยรวมเป็นอย่างไร 

"ส่วนจะปรับใครหรือไม่จะเกิดขึ้นตามมาในภายหลัง แต่ผมไม่มีรู้ว่าจะมี ส.ส.คนไหนเสนอในที่ประชุมสัมมนาว่าจะต้องมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีหรือไม่ แต่ส่วนตัวมองว่าการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ เมื่อทำงานกันมานานพอสมควรระยะหนึ่ง ไม่มีใครเป็นรัฐมนตรีได้จนกัลปวสาน ถ้าใครคิดว่าเมื่อตัวเองได้เป็นรัฐมนตรีแล้วไม่มีใครทำอะไรได้ ก็จะเกิดอาการตายใจ ทำให้การทำงานไม่ก้าวหน้า พรรคประชาธิปัตย์จึงมีหลักว่า เมื่อทำงานมาระยะหนึ่งต้องมีการประเมิณผลงานเราต้องดูว่าการปรับรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐจะส่งผลกระทบกับประชาธิปัตย์อย่างไร"นายสาทิตย์ กล่าว

เมื่อถามว่า คาดหวังว่าหลังจากสัมมนาครั้งนี้แล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ส.ส.ที่มาร่วมสัมมนาครั้งนี้หลายคนคาดหวังว่า หลังได้พูดคุยกันแล้วพรรคจะมีคำตอบ หมดเวลาที่จะมานั่งบ่นกันเอง เพราะทุกคนกังวลถึงอนาคตของพรรคและคะแนนนิยมของพรรค ทั้งนี้ ขอย้ำว่าต้องหันมาพูดคุยเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะจากนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ เนื่องจากมีปัญหาของประชาชนอีกหลายเรื่อง ส.ส.ต้องการสะท้อนให้รัฐมนตรีได้ฟัง ให้เขาได้เปิดหู เปิดตา มารับฟังแล้วไปแก้ไข



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน