การเมือง

'ศรีสุวรรณ' มาแล้ว ร้องมหาดไทย เอาผิดติดคุก 'ณอน บูรณะหิรัญ'

28 มิถุนายน 2020 เวลา 10:23
'ศรีสุวรรณ' มาแล้ว ร้องมหาดไทย เอาผิดติดคุก 'ณอน บูรณะหิรัญ'
เปิดอ่าน 1,818

ดราม่า 'ณอน บูรณะหิรัญ' ระอุ 'ศรีสุวรรณ' ร้อง 'มหาดไทย' ตรวจสอบเอาผิดตามกฎหมาย

กระแสโจมตีนายฌอน บูรณะหิรัญ ไลฟ์โค้ชชื่อดังยังมีต่อเนื่องนับตั้งแต่ออกมาชมพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระหว่าทำกิจกรรมปลูกป่าร่วมกัน จนมาถึงกรณีการเรียกร้องให้เปิดเผยการนำเงินบริจาคของประชาชนเพื่อไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งกรณีหลังนี้ล่าสุดไลฟ์โค้ชชื่อดังได้ออกมาระบุว่านำเงินบางส่วนไปให้บริษัทตัวเองทำสื่อประชาสัมพันธ์ 

ในประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมว่าเป็นการนำเงินบริจาคใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ โดยประเด็นนี้ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุ่า เบื้องต้นการรับบริจาคดังกล่าวแม้มีวัตถุประสงค์เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่จะต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรเสียก่อนตามความใน มาตรา 6 ประกอบ มาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 ซึ่งตามกฎกระทรวงแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กำหนดให้นายอำเภอ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม มาตรา8 สำหรับในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งต้องตรวจสอบต่อไปว่าผู้ขออนุญาตเคยต้องโทษเกี่ยวกับทรัพย์ กรรโชก ฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายลักษณะอาญาหรือไม่ หากใครฝ่าฝืนย่อมมีความผิดตาม มาตรา17 ประกอบมาตรา19 ได้หรือหากผู้จัดกิจกรรมปิดบังอำพรางข้อเท็จจริงก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานแจ้งความเท็จตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 ด้วย




สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังอธิบดีกรมการปกครองเพื่อขอให้ตรวจสอบว่ากรณีการขอรับบริจาคของนายฌอน บูรณะหิรัญ ดังกล่าวนั้นได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ดังนี้ 1)กิจกรรมการเรี่ยไรดังกล่าวมีการดำเนินการขออนุญาตจากนายอำเภอเมือง จ.เชียงใหม่ ตามกฎกระทรวง แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร 2487 แล้วหรือไม่ อย่างไร  2)กิจกรรมการเรี่ยไรดังกล่าวมีการออกใบรับเงินให้กับผู้บริจาคทุกคนและมีต้นขั้วใบรับไว้เป็นหลักฐานตามที่กำหนดไว้ใน ม.13 หรือไม่ 3)เงินบริจาคที่ได้มาดังกล่าว มีการนำไปใช้จ่ายในการจัดทำสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์ตนเอง เป็นการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ตาม ม.14 หรือไม่ อย่างไร และหากนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง ตามกฎหมายอาญา ม.341 ได้ที่ระบุว่า “ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งและโดยการหลอกลวงให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


จกรรมการขอรับบริจาคของนายฌอนได้ดำเนินการเสร็จสิ้นลงไปแล้ว หากเป็นการดำเนินการที่ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 และประมวลกฎหมายอาญา ก็ย่อมที่จะฝ่าฝืน พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 ตามไปด้วย ย่อมถือได้ว่า “เป็นความผิดที่สำเร็จแล้ว” กรมการปกครองต้องดำเนินการทางกฎหมายเพื่อแจ้งความดำเนินคดีตามครรลองของกฎหมายต่อไป ทั้งนี้กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ไม่อาจมีข้อยกเว้นให้บุคคลใดได้ แม้จะเป็นคนโปรดของว่าที่หัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ของรัฐบาลและอ้างว่าเพื่อประโยชน์สาธารณะก็ตาม



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน