การเมือง

'ธนาธร' ปลุกพลังมวลชนผลักดันแก้กฎหมายเปิดทางชำระกองทัพ

22 พฤษภาคม 2020 เวลา 21:33
'ธนาธร' ปลุกพลังมวลชนผลักดันแก้กฎหมายเปิดทางชำระกองทัพ
เปิดอ่าน 695

'ธนาธร' ไลฟ์สด 6ปีคสช.ล้มเหลวสิ้นเชิง ปลุกพลังปฏิรูปกองทัพแก้กฎหมายตรวจสอบเข้ม

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 22 พ.ค.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และแกนนำคณะก้าวหน้า ไลฟ์ผ่านเฟชบุ๊กในหัวข้อ "6 ปีรัฐประหาร 90 วัน ปฏิรูปกองทัพ ได้เวลาทวงสัญญาประชาชน" เนื่องในโอกาสครบรอบ 6 ปีการทำรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 และครบรอบคำสัญญาของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ที่ได้ให้สัญญาถึงการปฏิรูปกองทัพให้เสร็จในเฟสแรกช่วง 90 วัน ซึ่งครบกำหนดเมื่อ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า 6 ปีที่ผ่านมา ความเหลื่อมล้ำ ช่องว่าง คนจนกับคนรวยห่างขึ้นทุกวัน ประเทศไทยไม่สามารถก้าวตามโลกาภิวัฒน์ได้ ขีดการแข่งขันประเทศเทียบกับเพื่อนบ้านตกต่ำเรื่อยๆ พี่น้องเจอพิษเศรษฐกิจแสนสาหัส ซึ่ง 6 ปีพิสูจน์แล้วว่า แก้ปัญหาประเทศไม่ได้ ทั้งยังเป็นสิ่งตกค้างไม่สามารถพาประเทศไปไกลกว่านี้ได้

"ความอัดอั้นตันใจของพี่น้องประชาชน แสดงออกชัดที่สุดหลังเหตุการณ์กราดยิงที่โคราช เราได้ยินเสียงเรียกร้องอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะจากประชาชน ทหารชั้นผู้น้อย สื่อมวลชน นักการเมือง  รวมถึง ผบ.ทบ. และนายกรัฐมนตรี ก็ออกมาพูดพร้อมกันหมด เป็นฉันทามติว่าต้องปฏิรูปกองทัพ นี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดของประวัติศาสตร์ นี่คือช่วงเวลาที่เราจะทำภารกิจแห่งประวัติศาสตร์ให้เป็นจริงได้ เพราะได้รับเสียงสนับสนุนทุกหมู่เหล่ามากที่สุด อย่าปล่อยให้คนธรรมดา 30 ชีวิตที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่โคราชตายฟรี ชีวิตของพวกเขาควรจะมีความหมายว่าได้ปลุกวาระการปฏิรูปกองทัพให้เกิดขึ้นในสังคมไทย"

นายธนาธร กล่าวว่า เรื่องที่ ผบ.ทบ.สัญญาว่าจะปฏิรูป เช่น นำธุรกิจกองทัพในที่ดินราชพัสดุออกมาให้เอกชนดำเนินการ แล้วแบ่งรายได้ให้กระทรวงการคลัง ยกตัวอย่าง สนามมวยลุมพินี โรงแรมสวนสนประดิพัทธ์ สนามกอล์ฟสวนสนประดิพัทธ์ ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งสัปดาห์ก่อน หลังจากครบกำหนดคำสัญญาปฏิรูปกองทัพครบ 90 วันแล้ว ตนได้มีโอกาสไปตีกอล์ฟที่สนามนี้ โดยหลังใช้บริการ นำใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษีอย่างย่อมาดู พบว่ายังไม่มีการให้มือเอกชนที่เป็นมืออาชีพมาบริหาร ตรวจสอบหมายเลขผู้เสียภาษียังพบว่าเป็นของกองทัพบกอยู่ หมายความว่าจนถึงตอนนี้ การบริหารจัดการยังอยู่ภายใต้กองทัพบก ไม่มีหลักฐานใดว่าโอนให้กับเอกชนบริหารจัดการเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ตามข่าวเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2563  ระบุว่าจะให้โรงแรมดุสิตธานี เข้าบริหารภายใน 1 เมษายน 2563 ซึ่งการจะให้เอกชนเข้ามาจัดการนั้น มีระเบียบราชการ 2 ส่วน คือของสำนักนายกรัฐมนตรี กับระเบียบกระทรวงการคลัง โดยถ้าใช้ระเบียบกระทรวงการคลังต้องเปิดให้มีการประมูล  ส่วนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ทำกันเองได้ไม่ต้องเปิดประมูล 

"เชื่อว่ากรณีนี้เลือกใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่ไม่ต้องเปิดให้มีการประมูล แต่ปัญหาว่า โรงแรมและสนามกอล์ฟซึ่งการลงทุนตามที่ประเมินน่าจะไม่ต่ำกว่า 300-400 ล้านบาท แต่เรากำลังให้เอกชนบริหารโดยไม่ต้องเปิดประมูล โดยอ้างว่าเป็นการจัดสวัสดิการภายใน และถ้าแบ่ง 10 เปอร์เซ็นต์จากเอกชนให้คลัง นี่เป็นวิธีการดีที่สุดสำหรับการใช้ที่ดินผืนนี้หรือไม่ เพราะคลังได้เพียงแค่10 เปอร์เซ็นต์ อีก 90 เปอร์เซ็นต์ กองทัพจัดการเอง  ดังนั้น ข้อเสนอของเราคือ ต้องเปิดประมูลให้เป็นสาธารณะ โดยใช้ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ ให้มีการเปิดประมูล เมื่อประมูลแล้วได้เท่าส่งเข้าคลังให้หมด ส่วนสวัสดิการของกองทัพส่วนนี้จะใช้เท่าไหร่ ขอในงบประมาณแผ่นดินปกติ ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอย่างนี้จะทำให้โปร่งใส ตรวจสอบได้" นายธนาธร กล่าว 




นายธนาธร กล่าวว่า อีกเรื่องที่เราได้ตรวจสอบคือกรณีของสโมสรฟุตบอล อาร์มี ยูไนเต็ด ซึ่งตามข่าวบอกว่าได้ยุบไปแล้วนั้น เมื่อลองไปตรวจสอบย้อนหลังพบว่า สโมสรบริหารโดย บริษัท อาร์มี ฟุตบอล จำกัด ซึ่งก่อตั้งปี 2552 ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท ปัญหาคือ บริษัทนี้ไม่ได้บริหารหรือเป็นเจ้าของแต่เพียงสโมสร อาร์มี ยูไนเต็ด เท่านั้น แต่ยังบริหาร สโมสรทหารบก เอฟซี ด้วย ซึ่งตั้งแต่จดจัดตั้งจนถึงทุกวันนี้ รายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัททั้งหมดนั้นเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และหลายคนยังรับราชการอยู่ นั่นหมายความว่า บริษัท อาร์มี ฟุตบอล จำกัด บริหารสโมสรฟุตบอล 2 สโมสร โดยใช้ลิขสิทธิ์ชื่อกองทัพบก ใช้เวลาราชการ ใช้สนามกองทัพบก ใช้บุคลากรกรกองทัพ ใช้พื้นที่สำนักงานกองทัพ ใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ของกองทัพบก แต่เป็นบริษัทเอกชน ถามว่าผู้บริหารหลายคนที่เป็นนายทหารนั้นแบ่งเวลาอย่างไร เรื่องไหนเป็นเรื่องบริษัทจำกัดที่ตนเองถือหุ้นอยู่ และเรื่องไหนเป็นเรื่องของราชการ หรือท่านปฏิบัติ 2 หน้าที่ในเวลาเดียวกัน และนอกจากระดับนายทหารแล้ว เรายังพบว่ามีการใช้ข้าราชการระดับปฏิบัติการไปทำหน้าที่ให้กับบริษัทด้วย เช่น หลักหลักฐานหนังสือที่ บริษัท อาร์มี ฟุตบอล มอบอำนาจให้บุคคลไปดำเนินการบางอย่างแทนบริษัท ซึ่งพอตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นทหารที่ยังรับราชการอยู่ ดังนั้น เราจะเห็นว่า ความเป็นเอกชนกับราชการทับซ้อนกันไปหมด และเพราะการทำให้เส้นแบ่งระหว่างรัฐกับเอกชนเบลอแบบนี้ ทำให้นายทหารชั้นผู้ใหญ่แสวงหาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ 
 
"คำถามคือ เมื่อเป็นบริษัทเอกชน ที่ผ่านมามีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ จ่ายค่าเช่าสนามให้รัฐหรือไม่ เงินเดือนนายทหารรับสองทางหรือไม่ ใช้ทรัพยากรหลวงทั้งหมดจ่ายเงินเข้ารัฐหรือเปล่า และคำถามสำคัญ คือ ถ้าผู้ถือหุ้นเป็นนอมินีกองทัพบก ใครเป็นคนควักเงินจดทะเบียน 20 ล้านบาท นี่คือคำถามสำคัญ เพราะถ้าเอกชนเป็นเจ้าของ การตัดสินใจจะปิดเป็นของเจ้าของ เป็นของผู้ถือหุ้นไม่ใช่ พล.อ.อภิรัชต์ นี่ยังไม่นับว่า ตกลงการสร้างทีมฟุตบอลลงแข่งลีกอาชีพเป็นพันธกิจกองทัพหรือไม่ เพราะถ้าทำดำเนินการต่ออย่างนี้ หมายความว่าต้นทุนทั้งหมด เป็นของรัฐ แต่กำไรทั้งหมดเป็นของเอกชน ถ้าโครงสร้างอย่างนี้ ปันผลเมื่อไหร่ก็ไม่ได้เข้ากองทัพบก แต่เข้าผู้ถือหุ้น กำไรผู้ถือหุ้นเอาไป แต่ต้นทุนรัฐเป็นคนรับ เรื่องอย่างนี้ พล.อ.อภิรัชต์ต้องตอบ ปิดแล้วยังไม่จบ และที่สำคัญหลายอย่างก็เกิดขึ้นสมัยที่พล.อ.ประยุทธ์ เป็น ผบ.ทบ.ด้วย" นายธนาธร กล่าว


"เศรษฐกิจในกองทัพ กองทัพพาณิขย์ เป็นเหตุผลที่ทำให้นายทหารผู้ใหญ่พร้อมจะเป็นพันธมิตรกลุ่มอภิสิทธิ์ชน กับกลุ่มผู้มีอำนาจ เพราะสมประโยชน์ด้วยกัน ทั้งนี้ ผู้มีอำนาจ ไม่แตะต้อง ทำเป็นมองไม่เห็น เป็นการพึ่งพากันระหว่างผู้มีอำนาจทางการเมืองกับกองทัพ กลุ่มอภิสิทธิ์ชนจึงปล่อยปละ ไม่แตะต้องผลประโยชน์กองทัพ และนั่นแลกมาด้วยผลประโยชน์ประชาชน และนั่นแลกมาด้วยผลกระโยชน์ที่รัฐควรได้ การปฏิรูปกองทัพ ยกเลิกกองทัพพาณิชย์เป็นเรื่องสำคัญ ทำให้กองทัพมีภารกิจที่ชัดเจน ซึ่งถ้าตัดเรื่องกิจกรรมทางเศรษฐกิจกองทัพออกไปได้ เขาจะไม่มีแรงจูงใจในการเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะเข้ามาก็ไม่ได้อะไร เพราะไม่มีพาณิชย์ในกองทัพแล้ว" นายธนาธร กล่าว 

นายธนาธร กล่าวว่า นอกจากนี้ อยากเชิญชวนประชาชนที่รักความเป็นธรรมร่วมกันเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปกองทัพ นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด ดังนั้นอยากให้ติดตาม 1. ติดตามคำสัญญาของ ผบ.ทบ.ว่าจะทำสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะฟุตบอล มวย สนามกอล์ฟ โรงแรมว่าจะเอาอย่างไร เพราะเขาสัญญาว่าจะทำ 2. พรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบไปแล้ว เราเคยเสนอ พ.ร.บ.ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร  และ 3. พ.ร.บ. แก้ไขวินัยการเงินการคลัง มาตรา 61 ซึ่งมาตรานี้อนุญาตให้กองทัพมีเงินนอกงบประมาณ จัดการบริหารเองโดยไม่ต้องผ่านสภา ซึ่งเงินนอกงบประมาณ 18,657 ล้าน นั้น เขารับมาเองจากสิ่งที่เราไม่เห็น สั่งจ่ายเอง ตรวจสอบไม่ได้ เราเสนอให้ยกเลิกมาตรานี้
 
"คณะก้าวหน้าและผมไม่มีแรงพอ เรามีแต่แรงสนับสนุนจากท่านเท่านั้นที่จะทำเรื่องเหล่านี้ ถ้าเราร่วมกัน เรียกร้องเรื่องอย่างนี้ด้วยกัน เขาทนทานเสียงไม่ไหว ซึ่งเราทำสำเร็จมาแล้วหลายกรณี แต่ถ้าไม่ทำ สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพฤษภาคม 2535 พฤษภาคม 2553 จนกระทั่งมาถึงกราดยิงโคราช หรือการทำรัฐประหาร เป็นเรื่องเดียวกันหมด กองทัพลอยนวล กองทัพไม่เคยรับโทษ กระทำการโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพราะรู้ว่ากฎหมายทำอะไรเขาไม่ได้ ดังนั้น นี่คือเวลาของการสถาปนาอำนาจประชาชน ทำให้รัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพให้ได้" นายธนาธร กล่าว



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน