การเมือง

"ตี๋กร่าง" ถอยดีกว่า เสียหน้าซ้ำสอง

12 พฤศจิกายน 2019 เวลา 11:50
"ตี๋กร่าง" ถอยดีกว่า เสียหน้าซ้ำสอง
เปิดอ่าน 2,601

อาการขึงขังตอนต้นมีความพร้อมที่จะรับตำแหน่งประธานกมธ.ฯแก้ไขรธน.เหตุใดถึงเปลี่ยนไป

 

ต้องเรียกว่า “ยกธงขาว” ตั้งแต่เกมยังไม่เริ่ม เมื่ออยู่ๆ “นายสุชาติ ตันเจริญ” รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 จากพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ผู้เคยได้รับฉายาว่า "ตี๋กร่าง" ออกมาบอกว่า ไม่ได้สนใจที่จะเป็นประธานกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะตั้งขึ้นในเวลาอันใกล้นี้ 

 

เพราะด้วยภาระหน้าที่ในฐานะรองประธานสภาฯ ซึ่งมีค่อนข้างมาก ทั้งในช่วงเปิดสมัยประชุมสภาฯที่ต้องควบคุมและศึกษาวาระประชุมโดยตลอด แล้วยังมีภารกิจสำคัญที่ได้รับมอบหมายจาก นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ให้กำกับดูแลในเรื่องระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอที) ฯลฯ จึงไม่สามารถรับตำแหน่งดังกล่าวได้

 

นายสุชาติ กล่าวว่า ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เสนอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ถือว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และเป็นที่ยอมรับ รวมถึง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ก็มีความเหมาะสมไม่แพ้กัน

 

หากยังจำกันได้ เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา “นายสุชาติ ตันเจริญ” ให้สัมภาษณ์อย่างหล่อเหลาเอาการ ภายหลังมีข่าวว่าจะถูกเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานกรรมาธิการฯ “นายสุชาติ” กล่าวว่า  ส่วนตัวไม่ได้เสนอตัวมาทำหน้าที่นี้ แต่หากไม่มีบุคคลที่เหมาะสมจริงๆ ก็ไม่ปฏิเสธ ถ้าพรรคพลังประชารัฐมีมติเสนอชื่อตนเอง

 

ตอนนั้น “นายสุชาติ” ยังกล่าวถึงความซ้ำซ้อนกับตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ไม่มีข้อห้าม จึงยืนยันว่าไม่มีความความซ้ำซ้อนในการทำงาน แต่ยอมรับว่าอาจมีภาระเพิ่มขึ้น เนื่องจากตำแหน่งรองประธานสภาฯ ก็มีภาระงานอยู่พอสมควร

 

การออกตัวนี้ ทำให้พรรค ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ต่างเชียร์ให้ “นายสุชาติ” รับตำแหน่งประธานกรรมาธิการ เพราะการได้มาซึ่งตำแหน่งประธานนั้น ย่อมเกิดประโยชน์ต่อพรรคอย่างใหญ่หลวง เพราะประธานเป็นผู้มีอำนาจสูง ในการกำหนดทิศทางการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้พรรคพลังประชารัฐ จะไม่มีธงนำในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก็ต้องการตัวประธานเพื่อเป็นเครื่องมือต่อรอง

 

เป็นจังหวะเวลาเดียวกับทางพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง "พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)" ที่เตรียมส่ง มาร์ค “อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ” อดีตหัวหน้าพรรค เข้ามาชิงชัยในตำแหน่งประธานกรรมาธิการฯ โดยมีรายงานว่ามีโอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์ จะหันที่จับมือกับพรรคภูมิใจไทย ให้สนับสนุน “นายอภิสิทธิ์” เป็นประธาน

 

 

 



 

นั่นเท่ากับการใช้สูตรเดียวกับเมื่อครั้งเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่พรรคประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทย จับมือกันแน่นล็อกคอให้พรรคพลังประชารัฐ โหวต “นายชวน หลีกภัย” เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำให้พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว

 

คราวนั้น พรรคพลังประชารัฐ ถือว่าเสียหน้าอย่างมาก เพราะเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่สามารถครองตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ ขณะที่ “นายสุชาติ ตันเจริญ” ผู้มีความหวังมาตั้งแต่ต้นว่าในการกลับมาเล่นการเมืองครั้งนี้ จะต้องได้ตำแหน่งประธานสภามาครอง หลังจากที่เคยเป็นรองประธานฯมาแล้วหนึ่งหน เมื่อพลาดท่าให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องกลับไปนอนเลียแผลอย่างคนพ่ายแพ้ทั่วไป

 

มาคราวนี้ก็เช่นกัน “นายสุชาติ ตันเจริญ” มีท่าทีขึงขังตอนต้น ว่าพร้อมจะทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการ โดยไม่หวาดหวั่นว่าจะกระทบต่องานในตำแหน่งรองประธานสภาฯ กระทั่งต่อมากลับเปลี่ยนใจเอาดื้อๆ โดยยกเหตุผลว่าไม่มีเวลา อย่างไรก็ตาม แม้นายสุชาติ จะยกธงขาว แต่ใช่ว่าพรรคพลังประชารัฐ จะยอมยกตำแหน่งประธานกรรมาธิการให้ "นายอภิสิทธิ์" โดยง่าย ดังนั้น จึงต่อดูกันต่อไปว่าจะมีชื่อใครเข้ามาแทน

 

ก็อย่างที่ทราบกันดีว่า ในทางการเมืองแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ค่อนข้างเคี้ยวในชั้นเชิง เรียกว่า ต้องการอะไร ก็จะทำให้ได้ตามนั้น ด้วยเหตุนี้ หาก"นายสุชาติ" ยังดึงดันต่อไป ก็มีแต่จะเจ็บตัวเปล่าๆ สู้ถอยออกมายังดีกว่า เสียหน้ารอบสอง

 

 


Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน