การเมือง

จับท่าทีภูมิใจไทย กับการแก้ รธน.

8 พฤศจิกายน 2019 เวลา 10:38 น.
เปิดอ่าน 168

ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรแบ่งแยกไม่ได้ ดังนั้นใครก็ตามคิดแก้ตรงนี้คือศัตรูของพรรคภูมิใจไทย

จากท่าทีพรรคประชาธิปัตย์ ต่อการเสนอญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาปัญหา และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กำลังรุกคืบอย่างหนักต่อบันไดขั้นแรก ก่อนไปถึงการปลดล็อค ตามที่มาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ 

 

เป็นความเคลื่อนไหวในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลฝั่งประชาธิปัตย์ เพื่อเดินเกมแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ยังสวนทางกับ "จุดยืน" ที่แตกต่างกับพรรคภูมิใจไทย ถึงขณะนี้จะอยู่ระหว่างให้แต่ละฝ่ายคัดเลือกตัวแทนเข้าไปนั่งใน 49 กมธ.ชุดนี้ก็ตาม แต่ยังเห็นท่าที "อนุทิน ชาญวีรกูล" รองนายกฯ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังออกมาเล่นบทตีกรรเชียงต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

เหตุผลสำคัญที่ "เสี่ยหนู" ออกมาประกาศหลายครั้งต่อประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ขีดเส้นใต้ไปที่ไม่ได้อยู่ในนโยบายการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 พรรคภูมิใจไทยยืนยันไม่เป็นปัญหาในการทำงานของพรรคแม้แต้น้อย

 

กลายเป็นปฏิกิริยาสะท้อนไปถึงพรรคร่วมรัฐบาล ถึงแม้ก่อนหน้านี้สายสัมพันธ์ของ "ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย" จะถูกฉายผ่านความเป็นปคกแผ่นในช่วงฝุ่นตลบการฟอร์มรัฐบาล "ประยุทธ์ 2" จากการปรากฎตัวระหว่างน่ยอนุทินกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แต่นั่นเป็นแค่การส่งสัญญาณ "แสวงจุดร่วม" เพื่อผนึกกำลังทางการเมือง สร้างอัตราต่อรองในช่วงการฟอร์มรัฐบาลเท่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป 3 เดือน คนในเรือเหล็กลำนี้ก็ไม่จำเป็นต้อง "เห็นชอบ" ร่วมกันต่อวาระแก้รัฐธรรมนูญทั้งหมด 

 

หากย้อนไปถึงท่าทีของ "ภูมิใจไทย" ที่มีต่อรัฐธรรมนูญ 2560 ก่อนหน้านี้วันที่ 18 ม.ค.2562 เว็ปไซต์พรรคภูมิใจไทย (https://bhumjaithai.com/news/3181) เคยเปิดบทสัมภาษณ์นายอนุทินในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง 24 มี.ค.ไว้ว่า จะทุ่มเทสร้างนโยบายแก้ปัญหาปากท้อง ไม่คิดเรื่องการเมืองหรือแก้รัฐธรรมนูญ คิดอย่างเดียวจะแก้ไขปัญหาปากท้องให้ประชาชน

 

หรือคีย์เวิดสำคัญที่ออกมาจากนายอนุทินต่อการสัมภาษณ์สื่อมวลชน เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2562 ถึงแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยบอกไว้ว่า ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน เพราะประชาชนรอรัฐบาลเข้ามาทำงานให้ ดังนั้นเรื่องอะไรก็ตามที่แก้ไขเพื่อความมั่นคงของพรรคการเมืองและผู้บริหารประเทศ สำหรับพรรคภูมิใจไทยจะมองเป็นเรื่องสุดท้าย

 

นอกจากนี้วันที่ 12 ก.ย.2662 นายอนุทินยังย้ำถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้าน และพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นญัตติให้สภาฯ ตั้ง กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ถึงกับเป็นวาระสำคัญที่สุดของพรรคภูมิใจไทย เพราะตอนนี้ต้องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ พรรคภูมิใจไทยจะมองประโยชน์ของประชาชนเป็นลำดับแรก เรื่องอื่นเป็นเรื่องรองลงมา

 

จากนั้นเพียง 1 เดือนวันที่ 12 ต.ค.2562 นายอนุทินยังประกาศไว้อีกครั้งเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญมาตรา 1 ว่าประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรแบ่งแยกไม่ได้นั้น ดังนั้นใครก็ตามคิดแก้ตรงนี้คือศัตรูของพรรคภูมิใจไทย

 

ถึงแม้ตามสัดส่วนกมธ. 49 คนจะต้องมีโควต้าของพรรคภูมิใจไทยเข้าไปร่วมศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อ "จุดยืน" ที่ยังเด่นชัดของพรรคภูมิใจไทยยังเป็น "จุดแข็ง" ตามคำประกาศที่นายอนุทินเคยให้ไว้วันที่ 7 มี.ค.2562 

 

"หากมุ่งหน้าไปแก้รัฐธรรมนูญ ขณะที่ประชาชนยังประสบปัญหาปากท้อง ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่สมควร"

////////