ภาพเป็นข่าว

“พิชัย” ชี้ ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเหมือนปฏิวัติปี 57 เตือน บิ๊กตู่ อย่าจัดการคนเห็นต่าง

26 มีนาคม 2020 เวลา 10:46
 “พิชัย” ชี้ ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเหมือนปฏิวัติปี 57 เตือน บิ๊กตู่ อย่าจัดการคนเห็นต่าง
เปิดอ่าน 1,278

“พิชัย” ชี้ ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเหมือนปฏิวัติ ขอ บิ๊กตู่ อย่าจัดการคนเห็นต่าง

(26 มี.ค.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า รัฐบาลยังคงสร้างความสับสนในการบริหารจัดการวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 โดยได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในวันนี้ แต่รายละเอียดในการการดำเนินการกลับยังไม่ชัดเจน และยังไม่มีรายละเอียดเท่าที่ควร เหมือนให้อำนาจไว้เฉยๆ ทั้งนี้ การสื่อสารกับสาธารณะเป็นปัญหามาตลอดตั้งแต่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยันโฆษกรัฐบาล ซึ่งทำให้ประชาชนสับสน ดังนั้น รัฐบาลจะต้องปรับปรุงการให้ข่าวและทีมโฆษก รวมถึง ตัวพลเอกประยุทธ์เอง เพื่อที่จะสามารถสื่อสารกับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ




นายพิชัย กล่าวว่า การที่พลเอกประยุทธ์ แต่งตั้ง ปลัดกระทรวงหลายกระทรวง เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงต่างประเทศ มีอำนาจเต็มในการบริหารงาน ทำให้ดูเหมือนเป็นการปฏิวัติในอดีต และ ทำให้คนสงสัยว่ารัฐมนตรีที่คุมกระทรวงเหล่านี้ไม่มีความสามารถที่จะปฏิบัติการในสถานการณ์ปัจจุบันได้แล้วใช่หรือไม่ ทั้งนี้ อยากเห็น พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถูกใช้เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 อย่างแท้จริง โดยไม่มีวาระซ้อนเร้น เพราะจากการแถลงการณ์การของพลเอกประยุทธ์ที่พูดเน้นการจำกัดการแสดงความเห็นของสื่อและผู้เห็นต่าง โดยห่วงว่าจะมีการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เพื่อจัดการคนเห็นต่างตามที่ได้เคยทำมาตลอด 5 ปี


“ในเรื่องการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับกระทบจากวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 นี้ จะมีผลกระทบกับคนในวงกว้างแทบทุกธุรกิจ  ทั้งนี้รัฐบาลจะต้องพยายามช่วยเหลือคนทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลตั้งหลักคิดให้ดี โดยอยากให้ช่วยเหลือประชาชนส่วนใหญ่ที่ยากจน ผู้มีรายได้น้อย ลูกจ้าง คนหาเช้ากินค่ำ พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ฯลฯ ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงก่อน แล้วค่อยไล่เรียงลำดับความช่วยเหลือขึ้นไป ทั้งนี้เพราะยังไม่ทราบเลยว่าสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 จะยาวนานอีกแค่ไหน เพราะในประเทศจีนเองก็คาดกันว่าอาจจะเกิดการแพร่ระบาดรอบสองกันอีก ซึ่งหากสถานการณ์ที่อาจจะลากไปยาวนาน การใช้จ่ายของรัฐบาลจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะใช้จ่ายอย่างไรเพื่อประคองคนส่วนใหญ่ของประเทศ และอยากให้รัฐบาลคิดและออกทั้งนโยบายทางการเงินและนโยบายทางการคลังที่จะไม่เป็นภาระกับรัฐบาลมากนักร่วมกันไปด้วย เช่น การปรับปรุงโครงสร้างภาษี การลดดอกเบี้ย ปรับอัตราแลกเปลี่ยน การปรับลดงบประมาณจากเรื่องที่รอได้ไม่จำเป็นเร่งด่วนเพื่อนำมาใช้กับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 นี้ ฯลฯ รวมถึงการหารายได้เข้ารัฐ ซึ่งจะลดภาระของรัฐบาลได้บ้างในกรณีที่รัฐบาลอาจจะต้องแบกรับภาระเป็นระยะเวลานานตามสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอน”



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน