ภาพเป็นข่าว

ธนาธร เชื่อรัฐบาลส่งคนคุมเกมแก้ รธน. "เจิมศักดิ์" ชี้ต้องรื้อ ส.ว. ให้ยึดโยงประชาชน

26 มกราคม 2020 เวลา 13:50
ธนาธร เชื่อรัฐบาลส่งคนคุมเกมแก้ รธน. "เจิมศักดิ์" ชี้ต้องรื้อ ส.ว. ให้ยึดโยงประชาชน
เปิดอ่าน 585

ธนาธร เชื่อ รัฐบาลส่งคนคุมเกมแก้รธน. แนะทุกฝ่ายร่วมจับตาวาระสำคัญ 'เจิมศักดิ์' ชี้ ต้องรื้อส.ว.ให้ยึดโยงประชาชน

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติ ศาลเจ้าพ่ออ่างทอง อ.เมือง จ.อ่างทอง พรรคอนาคตใหม่ จัดงานเสวนา “วาระรัฐธรรมนูญ วาระประชาชนคนอ่างทอง(คำ)” โดยมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายพิภพ ธงไชย ที่ปรึกษาคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประขาธิปไตย, นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตส.ว. นายวัฒนา เมืองสุข รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สภาผู้แทนราษฎร มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

 

 

นายวัฒนา กล่าวตอนหนึ่งว่า เชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ได้ ถ้าไม่แก้เราจะผ่านปัญหาต่างๆไปไม่ได้ อย่างแรกคือปัญหาเศรษฐกิจกำลังประสบปัญหาความเชื่อมั่น เศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้นมาได้รัฐบาลต้องมีเสถียรภาพ และตราบใดที่มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่รัฐบาลไม่มีวันมีเสถียรภาพ ดังนั้น สิ่งที่จำเป็นต้องทำสำหรับประเทศไทยในวันนี้คือการแก้รัฐธรรมนูญ แต่แก้อย่างไรไม่ให้เกิดความขัดแย้ง มีสองแบบ คือผู้แทนประชาชนทุกคนในสภาเห็นพ้องต้องกัน ว่าต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเอาอำนาจคืนให้ประชาชน อีกเรื่องที่แก้ได้แน่ๆคืออำนาจองค์กรอิสระทั้งหลายที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ตัวที่สามที่แก้ได้ก็คือที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณแผ่นดิน ที่ตัวแทนของประชาชนไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้เลย เพราะรัธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบมาให้เป็นรัฐราชการ



 

"ดังนั้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ได้แน่ แต่เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ควรจะแก้โดยคืนอำนาจให้ประชาชนผ่านการมี สสร.ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่การแก้รายมาตรา เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งแน่นอน ถ้าทำสำเร็จเราจะสร้างประวัติศาสตร์ที่มีรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่มีที่มาจากประชาชนและให้ความเห็นชอบโดยประชาชน" นายวัฒนา กล่าว

 

 

ด้าน นายเจิมศักดิ์ ระบุว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะอยู่ถาวรไม่ได้เพราะไปเพิ่มอำนาจรัฐลดอำนาจประชาชน เลยเป็นเหมือนรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่มีบทเฉพาะกาลวางรองรับกันไว้ มันจะใช้ไปถาวรไม่ได้ ตนคิดว่าถ้ามาดูสิ่งที่ชัดที่สุดที่เราจะเห็น ในบทเฉพาะกาลที่ให้วุฒิสมาชิก 250 คนที่แต่งตั้งโดย คสช.ให้กลับมาเลือกคนของ คสช.เป็นนายกรัฐมนตรี นี่เป็นภาพสะท้อนที่ชัดที่สุดว่าเป็นการลดอำนาจประชาชน เพิ่มอำนาจรัฐและผู้มีอำนาจอยู่เดิม

 

 

"แล้วอีก 5 ปีข้างหน้า ส.ว.ชุดใหม่จะมีอำนาจอย่างไร ส.ว.ชุดใหม่ก็เป็นตัวสะท้อนที่มีปัญหา เพราะเป็นการให้คนสมัครแล้วเลือกกันเองในบรรดาผู้สมัคร ส.ว.จึงไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง ก็จะมีการขนคนมาสมัคร ส.ว.แล้วจะเลือกกันเอง วิธีการอันนี้ต้องมีการแก้ไข ถ้ามีสองสภาควรต้องทำให้ชัด ถ้าจะเป็นการเลือกตั้งเลือกโดยอาชีพ เราอาจจะแบ่งกลุ่มอาชีพเป็น 10 กลุ่มอาชีพ แล้วให้ประชาชนทุกคนไปเลือกสังกัดกลุ่มอาชีพตัวเอง แล้วให้คนมาสมัครในแต่ละกลุ่มอาชีพ ประชาชนทุกคนก็จะได้เลือก นี่จะมีความยึดโยงกับประชาชนมากกว่า" นายเจิมศักดิ์ กล่าว  

 

นายเจิมศักดิ์ กล่าวว่า แต่ส.ว.สูตรนี้จะไม่มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี นั่นเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร ส.ว.จะมีความเป็นสภาวิชาชีพ เป็นสภาผู้ใหญ่ คอยกลั่นกรองกฎหมาย และอาจมีความสำคัญในการควบคุมองค์กรอิสระ แบบนี้น่าจะไปได้ เพราะทุกวันนี้องค์กรอิสระมีปัญหามาก เพราะขาดการควบคุมอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น กกต., ป.ป.ช., ศาลรัฐธรรมนูญ เราจะต้องประดิษฐ์อะไรมาควบคุมองค์กรอิสระเหล่านี้

 

ด้าน นายธนาธร กล่าวว่า เราควรต้องมี สสร.ชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนขึ้นมา สิ่งที่ตนอยากเห็นคือ สสร.ที่อาจจะมีสัก 200 คน โดยที่ระบบการเลือกตั้งทำให้มีความหลากหลาย เมื่อได้เข้าไปแล้วเป็นคนยกร่างรัฐธรรมนูญบับใหม่ แล้วทำประชามติให้ประชาชนทั่วประเทศลงคะแนน ตนคิดว่านี่คือกระบวนการที่ควรจะเกิดขึ้น คำถามคือเราจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร สิ่งที่ตนกลัวมากที่สุดว่าจะเกิดขึ้นในชั้นกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือการ “ไฮแจ็ค” ประเด็น เพราะฝ่ายรัฐบาลส่งคนมายึดที่นั่งในกรรมาธิการด้วย และเห็นได้ชัดเลยว่าเป็นคนที่ไม่มีความสามารถ สิ่งที่ตนกลัวคือการขโมยวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พวกเรารณรงค์กันมา ที่กลัวที่สุดคือข้อสรุปในครั้งนี้จะนำไปสู่การแก้ในรายมาตรา โดยเฉพาะมาตราที่เกี่ยวกับระบบกติกาการเลือกตั้ง แล้วเอามาบอกพี่น้องประชาชนว่าเราแก้รัฐธรรมนูญแล้ว

 

 

"ดังนั้นประชาชนจะต้องคอยเฝ้าระวัง อย่าให้พวกเขาขโมยวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ปนระชาชนรณรงค์กันมา กุญแจที่จะไขล็อคไม่ได้อยู่ที่ประชาชน กุญแจนี้อยู่ที่ผู้มีอำนาจ จะไปสู่ทางนั้นได้มีทางเดียว คือพี่น้องประชาชนทุกคน ทุกจังหวัด ทุกภูมิภาคต้องตื่นตัวทางการเมืองและแสดงพลังให้หนักแน่นชัดเจนพร้อมกัน ให้ผู้มีอำนาจได้ยินว่าเราทนไม่ไหวแล้ว ไม่ทนอยู่ในการกดขี่แบบนี้อีกแล้ว ถ้าไม่มีการลุกขึ้นรณรงค์อย่างแข็งขันของประชาชน ไม่มีทางแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ได้ แล้วเราจะถูกเหนี่ยวรั้งไม่ให้พัฒนา ไม่ให้ประชาชนมีอำนาจ ไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นตนขอให้ประชาชนลุกขึ้นมารณรงค์ไปพร้อมๆกัน นั่นคือวิถีทางเดียวที่จะนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้" นายธนาธร กล่าว

 

ส่วน นายพิภพ ระบุว่า ในมุมมองของตนแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะว่าแก้ยากก็ยากแก้ง่ายก็ง่าย ที่พูดเช่นนี้เพราะเรามีรัฐธรรมนูญที่แก้ยากมาแล้วหลายฉบับ อย่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2535  ตอนนั้นเป็นเรื่องของพรรคการเมืองรวมกลุ่มกันจะไม่แก้รัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่าต่อมานักการเมืองที่มีบทบาทนำตอนนั้น คือคุณบรรหารเอาด้วย เพราะการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนที่กดดันไปที่นักการเมืองก็เลยแก้ได้ แล้วเกิดรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนครั้งแรก ประชาชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเขียนรัฐธรรมนูญทั้งทางตรงและทางอ้อม

 

 

"มาวันนี้รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ถูกบล็อคไว้แล้วก็ดูเหมือนว่าจะแก้ไม่ได้ ส่วนตัวไม่กลัวว่ารัฐธรรมนูญ 2560 จะแก้ยาก เพราะตนเคยผ่านรัฐธรรมนูญที่ว่าแก้ยากมาแล้ว และก็เกิดการแก้ไขได้ มาจากการกำหนดยุทธศาสตร์ยุทธวิธีในการเคลื่อนไหวสองแบบ คือในรัฐสภากับภาคประชาชน จะนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญได้ในที่สุด ไม่เชื่อว่าวุฒิสมาชิกจะขวางได้ เขาจะขวางแน่ แต่การกำหนดยุทธศาสตร์ยุทธวิธีที่ถูกต้องจะทำให้เขาขวางไม่ได้" นายพิภพ กล่าว


Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน