ภาพเป็นข่าว

ศาลออกข้อกำหนด"คดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร" ห้ามวิภาค

17 มกราคม 2020 เวลา 20:35
ศาลออกข้อกำหนด"คดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร" ห้ามวิภาค
เปิดอ่าน 818

ศาลออกข้อกำหนดคดีทุจริตบ้านเอื้อฯที่มีวัฒนาและกีร์ เกี่ยวข้องห้ามวิภาคกระบวนการพิจารณคดี

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่  16 ม.ค. 63 ที่ผ่านมา เพจสื่อศาล ซึ่งเป็นเพจของกองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์  สำนักงานศาลยุติธรรม ได้เผยแพร่ข้อความ แจ้งข้อกำหนดของคดีหมายเลขดำที่ อม.42,102/2561 ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้


1. ให้ข่าว ข้อมูล รายงาน ย่อเรื่อง หรือวิภาค ซึ่งกระบวนพิจารณาแห่งคดีอย่างไม่เป็นกลางและไม่ถูกต้อง หรือ


2. วิภาคโดยไม่เป็นธรรม ซึ่งการดำเนินคดีของคู่ความ หรือคำพยานหลักฐาน หรือนิสัยความประพฤติของคู่ความหรือพยาน รวมทั้งการแถลงข้อความอันเป็นการเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของคู่ความหรือพยาน แม้ถึงว่าข้อความเหล่านั้นจะเป็นความจริง หรือ


3. ชักจูงใจให้เกิดมีคำพยานเท็จ  โดยประสงค์จะให้มีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของประชาชน หรือเหนือศาล หรือเหนือคู่ความ หรือเหนือพยานแห่งคดีซึ่งพอเห็นได้ว่าจะมีผลทำให้การพิจารณาคดีเสียความยุติธรรมไป



 

ทั้งนี้  จากการตรวจสอบ คดีหมายเลขดำ อม.102/2561 เป็นคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอริสมันต์ หรือกี้ร์ พงษ์เรืองรอง อายุ 54 ปี อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย, บริษัท พาสทิญ่าไทย จำกัด, บริษัท นามแฟทท์ คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท พรินซิพเทค ไทย จำกัด และ น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บริษัท ไทยเฉนหยูฯ เป็นจำเลยที่ 1-5

 

ในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนนายวัฒนา อดีต รมว.พม.ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด แก่ตนเองหรือผู้อื่น และสนับสนุนนายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีต กคช. ซึ่งเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86, 91

 

โดย เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 62  ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ออกหมายจับ นายอริสมันต์  ไม่มาฟังไต่สวนพยาน คดีบ้านเอื้ออาทรพร้อมสั่งปรับนายประกันเต็มจำนวน 5 ล้านบาท 

 

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 63 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร นัดไต่สวนพยานนัดแรก ที่ นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำเลยที่ 1 คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลเรียก น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ผู้ถูกร้อง มาสอบถามและวินิจฉัยกรณีที่ นายวัฒนา อ้างว่า น.ส.ปารีณา น่าจะกระทำการที่ขัดต่อคำสั่งศาลเกี่ยวกับข้อกำหนดที่วางไว้ในคดีบ้านเอื้ออาทร จากกรณีที่มีการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวของ น.ส.ปารีณา เมื่อเดือน ส.ค.62 ที่ผ่านมา พาดพิง นายวัฒนา และการเบิกความในคดีบ้านเอื้ออาทร

 

โดยวันดังกล่าว  นายวัฒนา เดินทางมาศาลพร้อมทีมทนายความ เช่นเดียวกับ น.ส.ปารีณา ผู้ถูกร้อง ภายหลังการไต่สวนแล้ว นายวัฒนา เปิดเผยว่า ในชั้นการไต่สวน น.ส.ปารีณา ได้ให้การต่อศาลยืนยันว่าเฟซบุ๊กที่มีการโพสต์ข้อความ เป็นเฟซบุ๊กปลอม และได้ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่มีเจตนาที่จะต้องการทำให้ตนได้รับความเสียหาย ดังนั้นเมื่อ น.ส.ปารีณา ยืนยันตนก็เชื่อว่า น.ส.ปารีณา มีเกียรติพอที่จะพูดความจริง จึงขอถอนคำร้องดังกล่าวโดยไม่ติดใจเอาความอีกต่อไป ซึ่งศาลได้จดรายงานและยุติเรื่องนี้แล้ว

 


Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน