ภาพเป็นข่าว

กมธ.เปิด 3 รูปแบบรับฟังความเห็นแก้ รธน. พปชร.หวั่นจัดเวทีชี้นำ "ปิยบุตร" ติงอย่ากลัวความขัดแย้งจนไม่กล้าทำงาน  

17 มกราคม 2020 เวลา 13:16
กมธ.เปิด 3 รูปแบบรับฟังความเห็นแก้ รธน. พปชร.หวั่นจัดเวทีชี้นำ "ปิยบุตร" ติงอย่ากลัวความขัดแย้งจนไม่กล้าทำงาน  
เปิดอ่าน 71

กมธ.เปิด 3 รูปแบบ Online -On Ground -On Air รับฟังความเห็นแก้รัฐธรรมนูญ พปชร.หวั่นจัดเวทีชี้นำ ด้าน "ปิยบุตร" ติงอย่ากลัวความขัดแย้งจนไม่กล้าทำงาน  

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์แและแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาวาระเกี่ยวกับแนวทางการรับฟังความคิดเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญและเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ 

 

นายพีระพันธุ์ สอบถามเจ้าหน้าที่ประจำคณะกรรมาธิการวิสามัญฯว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญฯมีงบประมาณสำหรับการดำเนินการต่างๆ เป็นจำนวนเท่าไหร โดยเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาฯทุกคนในสภามีงบประมาณสำหรับการดำเนินการรวมกัน  5 ล้านบาท โดยไม่ได้มีการกำหนดว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญแต่ละคณะจะได้สัดส่วนงบประมาณอย่างไร 
 




 

ขณะที่ ทีมโฆษกได้นำเสนอเอกสารที่เป็นแนวทางการรับฟังความคิดเห็นต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ โดยสรุปว่า แผนการประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็น มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ 1.เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอของประชาชนและทุกภาคส่วนของสังคมเกี่ยวกับปัญหา หลักเกณฑ์และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2.เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และ 3.เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์การดำเนินการ รวมทั้งผลการดำเนินการของคณะกรรมาธิการให้ประขาชนรับทราบเป็นระยะๆ 

 

นอกจากนี้ ได้กำหนดช่องทางการเผยแพร่และรับฟังความคิดเห็นผ่าน 3 รูปแบบ ประกอบด้วย รูปแบบOnline  เช่น การไลฟ์สดการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ โดยขอมติที่ประชุมในการเผยแพร่เป็นรายครั้ง ประสานงานไปยังสำนักงานสารสนเทศ หรือโทรทัศน์รัฐสภา รูปแบบ On Ground เช่น การจัดเวทีเสวนาโดยคณะกรรมาธิการฯ 3.รูปแบบ On Air เช่น การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านทางรายการโทรทัศน์ ประสานไปยังโทรทัศน์รัฐสภา รายการโทรทัศน์ที่เป็นที่นิยมเพื่อดำเนินการ  

 

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญ รายงานต่อที่ประชุมถึงการออกแบบการรับฟังความคิดเห็นว่า อยากให้มีไลฟ์สดการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญบางนัดที่มีวาระสำคัญเพื่อที่จะได้ให้ประชาชนมาแสดงความคิดเห็น 

 

อย่างไรก็ตาม ปรากฎว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญส่วนใหญ่อภิปรายแสดงความไม่เห็นด้วย เพราะไม่สามารถควบคุมได้อีกทั้ง จะเกิดกรณีการแสดงความคิดเห็นที่ไม่สุภาพและสร้างวาทกรรมแห่งความเกลียดชัง อีกทั้งอยากให้กำหนดแนวทางการรับฟังที่จะไม่เป็นการสร้างความขัดแย้งในทางการเมือง 

 

นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชรีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ กล่าวว่า เราต้องเร่งประชาสัมพันธ์ว่าเราทำอะไรบ้างและมีประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยสงสัยต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจที่สมควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อน 

 

นายวิเชียร ชวลิต กล่าวว่า หากจะนำเสนอถึงเรื่องปัญหาของรัฐธรรมนูญ ควรจะให้ข้อมูลรอบด้าน เช่น อยู่ที่ตัวผู้ใช้รัฐธรรมนูญ หรือเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ โดยไม่ควรให้ข้อมูลเพียงด้านเดียวและไม่ให้เกิดการชี้นำประชาชนมากเกินไป

 

ด้าน นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรอนาคตใหม่ กรรมาธิการวิสามัญ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ 3 ฉบับล่าสุดนั้นเกิดกระแสเรียกร้องให้มีการแก้ไขแตกต่างกันชัดเจน กล่าวคือ เมื่อครั้งมีการประกาศใช้ฉบับปี 2540 จะเห็นได้ว่าช่วงแรกไม่มีเสียงเรียกร้องให้แก้ไขมากนัก ต่างกับรัฐธรรมนูญ 2550 และ 2560ที่มีกระแสเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญภายหลังมีการประกาศใช้ได้ไม่นาน


 

นายปิยบุตร กล่าวว่า กระแสสนับสนุนและคัคค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีมานานแล้ว อยากให้คณะกรรมาธิการวิสามัญมองถึงความคิดเห็นที่แตกต่างในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องปกติ เพราะหากเรากังวลและตั้งประเด็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสร้างความขัดแย้ง จะมีผลให้การทำงานเดินไม่ได้เลย ส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีใครอยากให้บ้านเมืองกลับไปเป็นแบบเดิมแต่การไม่พูดเรื่องนี้เท่ากับว่าเป็นการเอาไปซุกไว้ใต้พรม สุดท้ายมันก็ระเบิดอยู่ดี 

 

"สำหรับการรับฟังความคิดเห็นที่ทีมโฆษกทำมา คิดว่าไม่ได้เป็นการชี้นำแต่อย่างใด เพราะมีแนวทางที่สอดคล้องกับชื่อของคณะกรรมาธิการวิสามัญและการอภิปรายของส.ส.เมื่อครั้งพิจารณาญัตตินี้อยู่แล้ว ถ้าคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้กังวลกับเรื่องการรับฟังความคิดเห็น ท้ายที่สุดจะไม่ได้เริ่มทำงานเลย ทั้งๆที่ประชาชนข้างนอกได้ดำเนินการไปแล้ว เท่ากับเป็นการปล่อยให้ประชาชนขับเคลื่อน ยิ่งเราช้าเท่าไหรข้างนอกที่เคลื่อนเร็วมากขึ้นเท่านั้น" นายปิยบุตร กล่าว 

 

จากนั้น นายพีระพันธุ์ พยายามเสนอให้ที่ประชุมเข้าใจตรงกันต่อกระบวนการรับฟังความคิดเห็น โดยระบุว่า การไปรับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯต้องระวังไม่เป็นชนวนสร้างความขัดแย้งเสียเอง เราจะต้องเป็นกลางเสมอและห้ามไปชี้นำว่าควรไปด้านซ้ายหรือด้านขวา 

 

นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.ส่วนเกี่ยวกับประชาชนแท้ๆ เช่นสิทธิเสรีภาพ และ 1.รูปแบบการบริหารปกครอง แต่ที่ผ่านมาประชาชนจะได้ยินเฉพาะในส่วนหลังเป็นสำคัญ หากเราใช้โอกาสนี้ไม่มองแต่มุมการเมือง แต่ควรกลับมามองในมุมของประชาชนในเรื่องหลักประกันสิทธิเสรีภาพ ก็น่าจะทำให้ประชาชนรู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ถ้าเรามีโอกาสได้การนำเสนอด้านอื่นๆ บ้างประชาชนจะได้เห็นความแตกต่างและให้ความสนใจ 

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังไม่มีข้อสรุปเรื่องคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญว่าจะต้องมีจำนวนกี่คณะ เนื่องจากติดขัดในเรื่องงบประมาณ ทำให้นายพีระพันธุ์ แจ้งว่าต้องนำเรื่องนี้ไปประสานงานกับประธานสภาฯอีกครั้ง 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน