ภาพเป็นข่าว

กรมฝนหลวงปรับแผน เลื่อนจาก มี.ค.เป็น 17 ก.พ. ช่วยวิกฤติแล้ง

14 มกราคม 2020 เวลา 18:46 น.
เปิดอ่าน 424

กรมฝนหลวงปรับแผนปฏิบัติการเลื่อนขึ้นจากแผนประจำปี มี.ค.เป็น 17 ก.พ. เผยทุกคนเห็นด้วย

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้พบว่าค่อนข้างรุนแรงและขยายวงกว้างมากขึ้น ดังนั้น ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจึงมีการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพื่อร่วมกันช่วยคลี่คลายสถานการณ์

 

 สำหรับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ยังคงตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว จำนวน 3 หน่วยฯ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา เพื่อเตรียมพร้อมขึ้นบินปฏิบัติการในวันที่สภาพอากาศเอื้อต่อการปฎิบัติการ
ฝนหลวง

 

โดยขณะนี้กรมได้เร่งดำเนินการซ่อมบำรุงอากาศยานที่มีการใช้ประจำการตลอด 8 เดือนเต็มของปีที่ผ่านมา ตามแผนซ่อมบำรุงมีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม และสามารถเปิดหน่วยฝนหลวงประจำปีประมาณ
ในกลางกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ตามนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ในเรื่องการปรับแผนปฏิบัติการฝนหลวงประจำปี เพื่อเร่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ จากปกติแผนจะเริ่ม มี.ค.ของทุกปี

 

อย่างไรก็ตามตั้งแต่เดือนพ.ย.ที่ผ่านมาแม้จะกรมฝนหลวงฯจะอยู่ในช่วงซ่อมบำรุง ก็ได้มีการตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วไว้ 3 หน่วยเพื่อพร้อมสำหรับการขึ้นปฏิบัติการเมื่ออากาศพร้อม 

 

​สำหรับเมื่อวานนี้ (13 ม.ค.63) หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วจังหวัดระยอง ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง ทำให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่การเกษตรบางส่วนของ จ.ชลบุรี และจ.ระยอง และสามารถเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักบริเวณพื้นที่ลุ่มรับน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์ อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ และอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล


ด้านแผนการปฏิบัติการฝนหลวงประจำวันที่ 14 มกราคม 2563 ตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยออกประกาศเขตพื้นที่ภัยแล้ง มีจำนวน 84 จังหวัด (รวม 89 อำเภอ 509 ตำบล 4,429 หมู่บ้าน) 
คือ จ.เชียงราย น่าน เพชรบูรณ์ นครพนม มหาสารคาม บึงกาฬ หนองคาย บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา อุทัยธานี ชัยนาท อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ สุพรรณบุรี และสุโขทัย ขณะที่สถานการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 30% ของปริมาณน้ำเก็บกัก เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 14 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 102 แห่ง

 

ด้านคุณภาพอากาศในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่า มีค่าคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศปานกลางถึงคุณภาพอากาศดีและบางส่วนมีค่าคุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ด้านแผนที่ปริมาณน้ำฝนสะสม 1 สัปดาห์ (7 ม.ค. – 13 ม.ค. 63) พบว่า บริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้บางส่วน ปริมาณน้ำฝนสะสมต่ำกว่า 10 มิลลิเมตร ทั้งนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจะเร่งดำเนินการช่วยเหลือพื้นที่ดังกล่าวหากสภาพอากาศเหมาะสม


ด้านการติดตามสภาพอากาศเพื่อวางแผนการปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ภาคเหนือ พบว่า ผลการตรวจสภาพอากาศของสถานีเรดาร์อมก๋อย สถานีเรดาร์ร้องกวาง และสถานีเรดาร์ของกรมอุตุนิยมวิทยา 
จ.เชียงใหม่ มีความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการเกิดเมฆ 38% (อมก๋อย) 66% (ร้องกวาง) ความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 12% (อมก๋อย) 12% (ร้องกวาง) ค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ 9.1 (อมก๋อย) 
8.2 (ร้องกวาง) และความเร็วลมที่ระดับการเกิดเมฆ 23 กม./ชม. (อมก๋อย) 24 กม/ชม. (ร้องกวาง) พื้นที่ภาคกลาง พบว่า ผลการตรวจสภาพอากาศของสถานีเรดาร์ตาคลี จ.นครสวรรค์  ความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการเกิดเมฆ 61% ความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 23% ค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ 3.9 และความเร็วลมที่ระดับการเกิดเมฆ 2 กม./ชม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผลการตรวจอากาศของสถานีเรดาร์ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

 

สถานีเรดาร์พิมาย จ.นครราชสีมา และสถานีเรดาร์บ้านผือ จ.อุดรธานี พบว่า มีความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการเกิดเมฆ 40% (ราษีไศล) 51% (พิมาย) 57% (บ้านผือ) ความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 10% (ราษีไศล) 16% (พิมาย) 21% (บ้านผือ) ค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ 9.8 (ราษีไศล) 11.1 (พิมาย) 9.5 (บ้านผือ) และความเร็วลมที่ระดับการเกิดเมฆ 18 กม./ชม. (ราษีไศล) 5 กม./ชม. (พิมาย) 10 กม./ชม. (บ้านผือ) พื้นที่ภาคตะวันออก ผลการตรวจวัดอากาศของสถานีเรดาร์สัตหีบ จ.ชลบุรี พบว่ามีความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการเกิดเมฆ 74% ความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 25% ค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ
1.6 และความเร็วลมที่ระดับการเกิดเมฆ 15 กม./ชม. หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงหน่วยเคลื่อนเร็วฯ จ.ระยอง ขอติดตามสภาพอากาศในช่วงเช้า หากสภาพอากาศเหมาะสม จะวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือ         พื้นที่การเกษตรทันที

 

และพื้นที่ภาคใต้ ผลการตรวจวัดอากาศขอสถานีเรดาร์พนม จ.สุราษฎร์ธานี และสถานีเรดาร์ปะทิว จ.ชุมพร พบว่า มีความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการเกิดเมฆ 58% (พนม) ความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการพัฒนาตัว
ของเมฆ 44% (พนม) ค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ3.0 (พนม) และความเร็วลมที่ระดับการเกิดเมฆ 14 กม./ชม. (พนม)


อย่างไรก็ตาม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะเร่งปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือในพื้นที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในทุกพื้นที่ทันทีเมื่อสภาพอากาศเหมาะสม ทั้งนี้ สามารถแจ้งการขอรับบริการฝนหลวง
ได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงในทุกภูมิภาคของประเทศและสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ทางเว็บไซต์/เพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร  
 
////