ภาพเป็นข่าว

กมธ.เตือนตำรวจขวางวิ่งไล่ลุงผิดอาญา157

25 ธันวาคม 2019 เวลา 18:15
กมธ.เตือนตำรวจขวางวิ่งไล่ลุงผิดอาญา157
เปิดอ่าน 191

กมธ.กฎหมาย เรียกตร.แจงขวาง 'วิ่งไล่ลุง' โรม เตือนระวังเข้าข่ายผิดอาญามาตรา 157 

 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ที่รัฐสภา (คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ประชุมเพื่อพิจารณาศึกษากรณีการใช้อำนาจในการแทรกแซงการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวงานวิ่งไล่ลุง โดยเชิญ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบ.ชน.) ซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบายเข้ามาชี้แจง แต่อย่างไรก็ตาม ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการมาแทน โดยอ้างว่าติดภารกิจ ซึ่งก่อนเริ่มซักถาม ทำให้ นายสุทัศน์ เงินหมื่น ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมต้องชี้แจงว่า เรื่องที่พิจารณาเกี่ยวเกี่ยวกับเรื่องบังคับใช้นโยบาย ซึ่งคือ ผบ.ตร. หรือ ผบ.ชน. ไม่ใช่แค่เรื่องจราจรตามที่ส่งเจ้าหน้าที่มาเท่านั้น  

ด้าน นายวิบูลย์ แช่มชื่น ที่ปรึกษา กมธ. กล่าวว่า 1.การเชิญเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง เป็นเรื่องฝ่ายรัฐสภากับฝ่ายบริหาร เราควรเชิญผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรง หรือผู้กำกับนโยบายว่าการปฏิบัตินั้น ให้หรือไม่ให้ อนุญาตหรือไม่ นี่คือหลักการที่ต้องยึดถือ และ 2.ให้นำเรื่องนี้ปรึกษา กมธ.กิจการสภาผู้แทนราษฎร ให้ปฏิบัติเป็นหลักการว่า ขอให้เชิญผู้ที่ตัดสินใจนโบาย หรือตัดสินใจแทนในหน่วยงานนั้นได้มาชี้แจง และถ้ามาไม่ได้ ต้องชี้แจงเหตุผลกลับมา หรือคนที่มาแทนสามารถตัดสินใจในเรื่องนโยบายได้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงก่อนการประชุม นายศิระ เจนจาคะ รองประธาน กมธ. ไม่อยากให้มีการไลฟ์สด แต่ที่ประชุมยึดถือตามที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ประธาน กมธ. ได้เคยอนุญาต และเคยปฏิบัติมาแล้ว จึงให้มีการไลฟ์สดให้ประชาชนทั่วไปรับฟังการประชุมพิจารณาได้ ทั้งนี้ การประชุมผ่านไประยะหนึ่ง นายศิระจึงได้ลุกออกจากห้องประชุมไป และกลับมาในช่วงท้ายๆ  ของการประชุมและพยายามขอให้ประธาน มีข้อยุติเรื่องนี้เพื่อเข้าสู่วาระพิจารณาเรื่องอื่น



นายรังสิมันต์ โรม โฆษก กมธ. แถลงข่าวภายหลังการพิจารณาว่า เรื่องนี้ มาจากการร้องของผู้จัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการแถลงข่าวทั้งที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ และโรงแรมรัตนโกสินทร์ซึ่งจัดไม่ได้ รวมถึงการที่ผู้จัดกิจกรรมถูกคนติดตามซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่หรือไม่ ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย และนอกจากนี้มีการพูดในสื่อว่า การจัดกิจกรรมไม่สามารถทำได้ จึงให้ผู้ร้องมายัง กมธ. เพื่อตรวจสอบการใช้สิทธิเสรีภาพการแสดงออกกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งจากการซักถาม การเตรียมแถลงข่าวว่าเจ้าหน้าที่มีการข่มขู่ คุกคามหรือไม่ เจ้าหน้าที่ยืนยันเข้าไปพูดคุยของข้อมูล และบอกว่าไม่มีเรื่องผิดกฎหมาย และอย่างที่รู้คือไม่มีแถลงข่าวเกิดขึ้น และมีหนังสือแถลงออกมาว่าไม่ให้จัด

 

"ถามว่าวิ่งไล่ลุงจัดได้ไหม เจ้าหน้าที่บอกว่ามีหลักเกณฑ์ตำรวจกำหนด เป็นหลักเกณฑ์ที่ยกเว้นได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ มีคณะกรรมการทำหน้าที่พิจารณาว่าอย่างไร ซึ่ง กมธ. ได้ขอร้องให้ตำรวจและผู้ร้องไปปรับความเข้าใจ เนื่องจากถ้าจัดไม่ได้ จะกระทบกับสิทธิเสรีภาพประชาชน เพราะการใช้ดุลยพินิจต้องคิดเสมอว่า กระทบสิทธิเสรีภาพประชาชนไม่ได้ เพราะอาจเข้าข่ายความผิด ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้ ซึ่งวันนี้ กมธ.ถามว่า ผู้ร้องสามารถจัดกิจกรรมได้หรือไม่ คำตอบคือยังไม่ชัดเจน" นายรังสิมันต์ กล่าว 

 

ด้าน นายธนวัฒน์ วงค์ไชย นักกิจกรรมทางการเมือง ในฐานะคณะกรรมการแนวร่วมสมาพันธ์ผู้จัดงานวิ่งไล่ลุง กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังกับคำตอบตำรวจ เพราะเหมือนไม่ได้คำตอบ ไม่ได้สร้างความชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามถือว่าได้เปิดพื้นที่เจรจากัน ตำรวจค่อนข้างเปิดว่าจะมีการเจรจาหารือหลังจากนี้ ส่วนวันที่ 12 ม.ค.นี้ คงต้องมีการเปลี่ยนสถานที่ ซึ่งต้องรอความชัดเจนอีกที แต่อย่างไรก็ตามงานของเรายืนยันจัด 12 ม.ค.เหมือนเดิม

 

"อยากให้จับตาเจ้าหน้าที่ เพราะนอกจากตำรวจแล้ว วันนี้กองทัพ คือ ผบ.ทบ. หรือแม้แต่นายกรัฐมนตรีก็มีการพูดถึงเรื่องนี้ เกรงว่าจะมีการใข้กลไกของรัฐในการแทรกแซงงาน อย่างไรก็ตาม การลงทะเบียนวิ่งไล่ลุงรอบ 2 กำลังจะเริ่ม อยากให้ติดตาม เพราะจะเปิดเป็นนาทีทองเพียงไม่กี่ชั่วโมง เต็มแล้วเต็มเลย คนที่ลงทะเบียนไม่ทัน ก็สามารถมาร่วมเป็นกองเชียร์นักวิ่งได้" นายธนวัฒน์ กล่าว 


Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน