ภาพเป็นข่าว

7 ฝ่ายค้านผนึก "สัตยาบัน" ลุยแก้ รธน.

14 ธันวาคม 2019 เวลา 16:41
7 ฝ่ายค้านผนึก "สัตยาบัน" ลุยแก้ รธน.
เปิดอ่าน 431

7 ฝ่ายค้านผนึก "สัตยาบัน" ลุยแก้รธน. "ธนาธร" ปลุก 2 แนวทาง เดินหน้าด้วยเลือดหรือทุกฝ่ายยินยอม 

เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวจากฝ่ายค้านต่อการเดินหน้ารณรงค์การแก้รัฐธรรมนูญ สำหรับเวทีเสวนา "พรรคการเมืองร่วมใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ" ภายในห้องจิ๊ด เศรษฐบุตร (LT.1) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ช่วงหนึ่งในงาน "มหกรรมรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน" จากหัวหน้า 7 พรรคการเมืองพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาฯ 

 

ตั้งแต่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นายวันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ และนายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย 
 




 

ก่อนเริ่มงาน "สมพงษ์" ได้กล่าวประกาศสัตยาบัน 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านว่า จะร่วมมือร่วมแรงร่วมใจร่วมกันแก้ไขและร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็น รัฐธรรมนูญของประชาชนและเพื่อประชาชน โดยยึดมั่นให้เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจากนั้นนายสมพงษ์ได้เริ่มเสวนาว่า ปัญหาของรัฐธรรมนูญมาจากความต้องการสืบทอดอำนาจ มีคำสั่งออกมาจัดตั้งบุคคลากรในช่วงที่มีเผด็จการ จึงนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญโดยมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จึงต้องทำอนุสาวรีย์ให้ว่ามีคนจำนวนหนึ่งทำความเดือนร้อนให้บ้านเมืองไว้ 

 

" 6 เดือนที่ผ่านมาไม่มีอะไรดีขึ้นจากการสืบทอดอำนาจ ทั้งที่เจตจำนงค์ของรัฐธรรมนูญต้องให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามมากกว่า รัฐธรรมนูญที่ดีต้องสร้างดุลยภาพทุกภาคส่วนให้เป็นธรรม แต่รัฐธรรมนูญนี้ได้สร้าง ส.ว.ขึ้นมาเป็นเครื่องมือให้การสืบทอดอำนาจ"

 

ถึงคิว "ธนาธร" เสวนาว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพรรคอนาคตใหม่ จะไม่ทรยศต่อแนวทางประชาธิปัตย์ที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ยืนยันว่ารัฐธรรมนูญเป็นปัญหาที่มีระบอบสืบทอดอำนาจตั้งแต่รัฐประหาร 2557 หรือตั้งแต่ปี 2549 ระบอบนี้ต้องการแช่แข็งประเทศไทยไม่ให้ไปข้างหน้า โดยมีรัฐธรรมนูญค้ำจุนระบอบนี้ไว้ พวกเขาพร้อมทำทุกอย่างโดยไม่สนว่าต้นทุนที่สังคมต้องจ่ายเป็นอย่างไร โดยผู้ที่ต้องจ่ายให้การสืบทอดอำนาจคือประชาชน อาทิ ความเหลื่อมล้ำ การศึกษา เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ระบบนี้ยังทำให้ประชาชนแตกแยกและระแวงกันเอง โดยความเกลียดชังกันไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ แต่เป็นความเกลียดชังที่ถูกวางขึ้นจากระบอบนี้ต้องการให้เป็น เพราะถ้าประชาชนไม่เกลียดชังจะไม่มีข้ออ้างรัฐประหาร อย่างเช่นการพูดเรื่องชังชาติ

 

"องค์กรอิสระก็อิสระจากประชาชน ไม่ต้องแคร์หลักกฎหมาย ถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญจะไปต่อไม่ได้เลย จึงต้องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไขความขัดแย้งมา 10 กว่าปี ถ้ายิ่งปฏิรูปแต่มีการดึงอำนาจเข้าสู่ตัวเอง การมีรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อให้มีกติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน การแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางรอดของสังคมไทย มีเพียง 2 ทางแก้ด้วยเลือด หรือแก้ด้วยความยินยอมพร้อมใจของทุกฝ่าย นี่จึงเป็นเวลาแสดงตน เป็นเวลาแสดงจุดยืนทางการเมือง ไม่ใช่เวลาเกรงใจต้องการหยุดการสืบอำนาจด้วยรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน"

 

"ธนาธร" ยืนยันว่าของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนมีความสุขคือคุณประยุทธ์ลาออกจากการเป็นนายกฯ 


 

มาที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้พูดถึงการทำหน้าที่ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาฯ ที่ผ่านมาเกี่ยกกับการเรียกให้นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ มาชี้แจงเรื่องการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ 2563 ทั้งที่ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ จากนี้ภายในเดือน ม.ค.2563 อาจต้องเชิญนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ มาด้วย เพื่อถามว่านำเรื่องพรบ.งบประมาณเข้าพิจารณาในสภาฯ ได้อย่างไร โดยอาจะเสนอไปยังศาลรัฐธรรมนูญ 

 

ต่อมานายวันมูฮัมหมัดนอร์ ระบุว่าที่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นของประชาชน เพราะรัฐธรรมนูญเป็นของ คสช.และพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งที่ผ่านมาเห็นปัญหามาแล้วจำนวนมาก เราสู้เพื่อไม่ให้เผด็จการมาใช้อำนาจทำรัฐประหารได้อีกต่อไป จึงขอให้ประชาชนเป็นกำแพงให้นายธนาธรพิงหลักเพื่อประชาธิปไตยต่อไป นายธนาธรไม่ได้สู้เพื่อพรรคอนาคตใหม่ แต่สู้เพื่อคนทั้งประเทศเพราะเผด็จการไม่มีวันชนะประชาชนได้

 

ด้านนายนิคม ระบุว่า ขอตั้งฉายารัฐธรรมนูญฉบับปล้นประชาชน เป็นการปล้นความความสุข ปล้นเศรษฐกิจ ปล้นความหวัง ปล้นการศึกษา ปล้นสุขภาพ และที่สำคัญปล้นอนาคตใหม่ไปจากประชาชน.

 

 

 

 

////////////



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน