ภาพเป็นข่าว

พรรคร่วม ชำแหละรธน.60 ย้ำชัดต้องแก้เพื่อป้องกันรัฐประหาร

11 ธันวาคม 2019 เวลา 21:16
พรรคร่วม ชำแหละรธน.60 ย้ำชัดต้องแก้เพื่อป้องกันรัฐประหาร
เปิดอ่าน 332

ปชป.-ชทพ. แสดงจุดยืนชัดเจนต้องแก้รธน. ระวังอาจเจอรัฐประหาร พปชร.ชี้ควรแตะเท่าที่จำเป็น

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปรากฎว่าท่าทีของผู้เสนอญัตติในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคชาติไทยพัฒนาแสดงจุดยืนชัดเจนว่าควรต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันไม่เกิดการรัฐประหาร  

 

เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผู้เสนอญัตติ อภิปรายว่า "จุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ คือ การไม่มีกระบวนการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกจากตำแหน่ง แต่ใช้กลไกของศาลฎีกาแทน นอกจากนี้ มาตรา 195 ที่กำหนดให้สามารถอุทธณ์คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ซึ่งควรจะปราบโกงให้เด็ดขาดด้วยการให้ตัดสินเพียงศาลเดียว เช่นเดียวกับการปราบทุจริตการเลือกตั้ง ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังมีการซื้อเสียงครั้งมโหฬาร 350 เขตเลือกตั้งยังไม่มีการให้ใบแดงแม้แต่ใบเดียว จึงมีข้อสงสัยว่ารัฐธรรมนูญปราบโกงได้จริงหรือไม่"

 

"การได้มาซึ่งส.ว. ปัจจุบันมีส.ว.250คน ซึ่งมาจากการแต่งตั้งก็ไม่มีจุดยึดโยงกับประชาชน และเข้ามาเลือกพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ เหมือนการผลัดกันเกาหลัง เราทำประชามติในช่วงที่มีมาตรา 44 และไม่มีการรณรงค์อย่างเสรี คนที่ออกมาคัดค้านเพื่อให้ประชาชนเห็นจุดอ่อนก็ทำไม่ได้ เป็นการกระทำที่ไม่แฟร์ แต่อีกฝ่ายหนึ่งกลับทำอะไรก็ได้ โดยเฉพาะการใช้กลไกรัฐทำการโฆษณาชวนเชื่อ เป็นการชกข้างเดียว" 

 

เทพไท ย้ำถึงจุดยืนของพรรคว่า "พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนเรื่องรัฐธรรมนูญชัดเจน เสนอแก้ไขมาตราเดียว คือ มาตรา 256 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพราะมาตรานี้เป็นมาตราที่เขียนให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยาก เหมือนกับไม่ต้องการให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะต้องใช้เสียงของส.ว.ทั้งในวาระที่1 และวาระที่ 3 จำนวนไม่น้อยกว่า 1ใน3 หรือ 84 เสียง แค่ผมอภิปรายไปแตะส.ว.ก็ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยากแล้ว" 

 

"มาตรา 256 ควรมีการแก้ไข เพราะกุญแจดอกแรกของบ้าน ถ้าเราไม่สามารถไขกุญแจประตูบ้านก็คงไม่สามารถจัดบ้านได้ หากไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายรวมทั้งรัฐบาลแล้ว จะไม่มีทางแก้ไขได้เลย ต้องใช้การรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญเท่านั้น จึงเป็นที่มาของการอยากให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้" เทพไท สรุป

 




 

เช่นเดียวกับ พรรคชาติไทยพัฒนา นำโดย 'นิกร จำนง' ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญมาจากการรัฐประหาร และประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ ฝ่านรณรงค์ไม่รับรัฐธรรมนูญไม่สามารถเปิดเวทีอภิปรายได้ตอนการทำประชามติ ดังนั้น การอ้างประชามติจึงยังคงเป็นประเด็นที่เป็นปัญหาอยู่ 

 

"รัฐธรรมนูญปัจจุบันได้พิสูจน์ให้เห็นถึงปัญหาของการบังคับใช้ เช่น มาตรา 144 ที่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญมองนักการเมืองในด้านลบ จึงห้ามไม่ให้นักการเมืองแตะงบประมาณเลย เป็นการกำหนในแง่ลบมากเกินไป จริงอยู่เรื่องงบประมาณอาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่หากตัวแทนของประชาชนไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้เลย ก็อาจจะไม่ถูกต้องเสียทีเดียว"

 

"ผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีการทำลายตัวเองในอนาคต เพราะมีการกำหนดให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยาก ทั้งการมีส.ว.ต้องให้ความเห็นชอบด้วย และการกำหนดให้ต้องได้เสียงฝ่ายค้านจำนวน 20% รวมทั้งต้องมีการทำประชามติ ซึ่งไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะบางหมวดที่มีการแก้ไขไม่จำเป็นต้องมีการทำประชามติ เช่น หมวดการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือ องค์กรอิสระ เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการทำประชามติ โดยควรให้สภาดำเนินการไปตามระบบ ทั้งหมดนี้ทำให้รัฐธรรมนูญแก้ไขไม่ได้เลย จึงคิดว่าควรมีการแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดการฉีกรัฐธรรมนูญ" นิกร กล่าวย้ำ

 


 

ขณะที่ พรรคพลังประชารัฐ แสดงท่าทีต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปในทำนองว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มีความคล้ายคลึงกับรัฐธรรมนูญที่ได้รับการยอมรับอย่างรัฐธรรมนูญ 2540 แต่ก็ยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็มีปัญหาที่สมควรแก้ไขเช่นกัน 

 

วิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ผู้เสนอญัตติ อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญของไทยในอดีตจนถึงปี 2540 มีความแตกต่างกันหลายประเด็น เดิมทีก่อนปี 2540 รัฐสภาเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดและทำหน้าที่ทุกเรื่อง แต่หลังจากรัฐธรรมนูญปี 2540 จนถึงรัฐธรรมนูญปี 2560 มีสิ่งแตกต่างไป คือ 1.มีองค์กรอิสระตั้งแต่ปี 2540 2.สภาไม่ใช่ผู้มีอำนาจแทนปวงชาวไทยในทุกเรื่อง เพราะสภาได้ถูกลดอำนาจลง เมื่อเกิดข้อขัดแย้งทำให้สภาไม่ได้เข้ามาตัดสิน ทำให้เกิดความขัดแย้งและเกิดการรัฐประหารในปี 2549" 

 

"รัฐธรรมนูญ 2560 ถ้าได้อ่านโดยละเอียดจะพบว่ารัฐธรรมนูญ 2540 ก็มีความเหมือนกันหลายประการ โดยเฉพาะหลักประกันสิทธิเสรีภาพ ในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะพบว่าก็มีความคล้ายคลึงกัน เช่น การห้ามแก้ไขเพิ่มเติมในบทที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และห้ามไม่ให้เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ แตกต่างกันเล็กน้อยตรงในเรื่องของกระบวนการแก้ไข โดยปัจจุบันมีเงื่อนไขพิเศษ คือ จะต้องผ่านการทำประชามติในบางหมวดของรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไข" 

 

"การเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพราะบทบัญญัติของกฎหมายกำหนดให้ต้องมีการคำนวนจำนวนส.ส.ใหม่ หากมีการเลือตั้งใหม่เพราะเหตุทุจริตภายใน 1 ปี ด้านหนึ่งอาจเป็นเรื่องที่ดี แต่มีผลกระทบตามมามาก โดยเฉพาะเสียงในสภากระทบความมั่นคงของรัฐบาล ทำให้การบริหารประเทศมีความอ่อนแอ ความไม่แน่นอนตรงนี้นำไปสู่ความไม่มีเสถียรภาพ" 

 

"เช่นกันกับมาตรา 144 วรรคสอง ที่กำหนดห้ามไม่ให้ส.ส.แปรญัตติในทางที่จะมีผลกระทบต่อการพิจารณาเพิ่มในงบประมาณ ถ้อยคำในรัฐธรรมนูญไม่มีความชัดเจนว่ามีการห้ามขนาดไหน ทำให้การทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ จะเสนอความต้องการและนำเสนอปัญหาของประชาชนได้อย่างไร มาตรานี้มีเจตนารมณ์ต้องการไม่ให้ไปหาประโยชน์ในทางมิชอบ แต่การเขียนกฎหมายควรมีการจำกัดและมีขอบเขตชัดเจนเพื่อให้ส.ส.สามารถทำหน้าที่เพื่อประชาชนได้ และเพื่อให้รัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อไปดูแลประชาชนได้" 

 

วิเชียร สรุปว่า รัฐธรรมนูญ 2560 มีเนื้อหาที่คุ้มครองเสรีภาพของประชาชนแบบเดียวกับรัฐธรรมนูญ 2540 ดังนั้น ควรพิจารณาในประเด็นที่เป็นปัญหาสำคัญเท่านั้น   

 

จากนั้นประธานในที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ส.ส.แสดงความจำนงในการอภิปรายกันอย่างหลากหลาย จนกระทั่งได้ปิดประชุมในเวลา 21.00น.และนัดประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาญัตติดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 18 ธ.ค.



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน