ภาพเป็นข่าว

วัชระ ยื่นหนังสือจี้ชวน พักราชการเลขาสภา

11 ธันวาคม 2019 เวลา 12:39 น.
เปิดอ่าน 212

"วัชระ" จี้ "ชวน" พักราชการเลขาฯ สภา เอื้อประโยชน์เอกชน

(11ธ.ค.62) นายวัชระ  เพชรทอง อดีต สส.ปชป.กล่าวตอบโต้กรณีนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อ้างว่าได้เซ็นขยายสัญญาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาครั้งที่ 4 เมื่อช่วงค่ำวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยขยายออกไปอีก 382 วันนั้นเป็นการพิจารณาตามเหตุผลด้วยความเหมาะสม

 

เพราะทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นฝ่ายผิดนั้น ทำให้น่าสงสัยในพฤติกรรมและคำพูดของนายสรศักดิ์ว่าเหตุใดต้องรีบร้อนออกมาบอกว่าสภาเป็นฝ่ายผิด เพราะการไปยอมรับโดยหัวหน้าส่วนราชการอย่างชัดเจนถึงเหตุผลของการขยายเวลาในครั้งนี้ว่าสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (ผู้ว่าจ้าง) เป็นฝ่ายผิดนั้น ทั้งที่ในข้อเท็จจริงยังมีประเด็นว่า การที่สภายังสร้างไม่เสร็จอาจเกิดจากการไม่ประสานการทำงานระหว่าง บ.ชิโน่ (ผู้รับจ้าง) กับ ผู้รับจ้างการทำงานระบบ IT ของสภา (ตามที่ข้าราชการฝ่ายพัสดุ มีหนังสือ ไม่เห็นด้วย กับการใช้เหตุผลในเรื่องนี้)
 

 

เท่ากับว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจงใจสละข้อต่อสู้กับ บ. ชิโน่ ในเรื่องการเรียกร้องค่าปรับที่ต้องจ่ายวันละประมาณ 12 ล้านบาท รวมทั้งยอมรับค่าเสียหายต่างๆที่ บ.ชิโน่ จะเรียกรัองต่อไปในอนาคตด้วย เพราะสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปยอมรับแล้วว่า เป็นความผิดของตนเองทำให้เป็นผลร้ายของทางการที่ไม่สามารถยกข้อต่อสู้กับ บ. ชิโน่ ได้ ซึ่งการกระทำคณะกรรมการตรวจการจ้าง และหัวหน้าส่วนราชการในเรื่องนี้ ถือเป็นการจงใจก่อให้เกิดความเสียหายกับทางราชการ และไม่ใช่การประมาทเลินเล่อ เพราะเจ้าหน้าที่ที่มีหน้ารับผิดชอบโดยตรง

 

คือ ฝ่ายพัสดุ ได้ทำหนังสือคัดค้านแล้ว แต่หัวหน้าส่วนราชการไม่รับฟัง และตัดสินใจเอง การจะอ้างว่าได้ลดจำนวนวันขยายเวลาที่ บ. ชิโน่ ขอมา 502 วัน เป็น 382 วันแล้วเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะการขยายเวลาต้องขึ้นอยู่เหตุผลและต้องไปตามที่สัญญาระบุไว้ ถ้าไม่มีเหตุผลเพียงพอและไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญา การขยายให้แม้เพียง 1 วัน ก็ทำไม่ได้ เพราะ จะทำให้การก่อสร้างล่าช้าออกไป รวมทั้งทางราชการไม่ได้ค่าปรับ วันละ 12 ล้านบาท จากผู้รับจ้างก่อสร้าง และเหตุใดผู้รับจ้างก่อสร้างจึงไม่ต้องจ่ายค่าปรับวันละ 12 ล้านบาทให้แก่ทางราชการ และมีผลโดยตรงต่อราคาหุ้นของ บ.ชิโนทันที

 

ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เป็นการจงใจให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ การพูดของนายสรศักดิ์ยอมรับว่าสำนักงานเป็นฝ่ายผิดง่ายๆโดยไม่สนใจคำทักท้วงของฝ่ายพัสดุ เป็นเรื่องมักง่ายเกินไปหรือไม่ และนายสรศักดิ์ได้สอบถามจากฝ่ายกฎหมายสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้วหรือไม่ รวมทั้งได้รายงานเรื่องการขยายเวลาให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรทราบเมื่อใด เป็นช่วงก่อนหรือหลังบริษัทผู้รับเหมา


เพราะนายชวนให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมว่ายังไม่ได้รับรายงานและให้ฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาเรื่องการขยายสัญญา แต่วันเดียวกันผู้รับเหมากลับรับทราบเรื่องการขยายสัญญาล่วงหน้าก่อนแล้ว การที่นายสรศักดิ์อ้างว่าได้เซ็นขยายสัญญาครั้งที่ 4 ในวันที่ 4 ธันวาคมช่วงค่ำๆ

 


เหตุใดจึงไม่รีบรายงานประธานสภาผู้แทนราษฎรเพราะเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของสภา หากนายสรศักดิ์จะแถลงในวันนี้ก็ให้ตอบคำถามให้ชัดเจนและฝากถามด้วยว่าเรื่องรัฐสภาทองคำที่จะสร้างถวายในหลวงไปถึงไหนแล้ว และเรื่องส่งไลน์คุกคามทางเพศข้าราชการหญิงผู้ใต้บังคับบัญชานายสรศักดิ์ได้ทำจริงหรือไม่


นายวัชระ ย้ำว่า จากพฤติกรรมต่างๆของนายสรศักดิ์นั้น ขอเสนอให้นายชวน หลีกภัย  ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนนายสรศักดิ์เนื่องการขยายเวลาครั้งที่ 4 และสั่งพักราชการนายสรศักดิ์ได้แล้ว เพราะพฤติกรรมอย่างนี้ไม่แตกต่างอะไรจากพระยาจักรีคราวเสียกรุงศรีอยุธยาเลยทีเดียว โดยเฉพาะการรีบรับสมอ้างว่าสำนักงานเป็นฝ่ายผิดเพื่อให้เอกชนได้ประโยชน์ แต่ขอยืนยันว่าสภาเป็นถูก และนายชวน หลีกภัย เป็นผู้ยึดหลักกฎหมาย หลักนิติรัฐนิติธรรม และหลักประหยัด คงไม่ชอบให้ประเทศชาติเสียประโยชน์หรือเกิดค่าโง่ขึ้นในสมัยนี้อย่างแน่นอน