ภาพเป็นข่าว

วัชระ แฉ ซิโนไทยฯสร้างสภาไม่เสร็จ ยังมีหน้าขอค่าปรับจากสภา 1,600 ล้าน

10 ธันวาคม 2019 เวลา 13:18
วัชระ แฉ ซิโนไทยฯสร้างสภาไม่เสร็จ ยังมีหน้าขอค่าปรับจากสภา 1,600 ล้าน
เปิดอ่าน 534

วัชระ เพชรทอง แฉขยายเวลาสร้างรัฐสภาใหม่ไม่ชอบมาพากล ทำชาติเสียหายยับ จี้นายกฯจัดการ

(10ธ.ค.62) นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยความไม่ชอบมาพากลในเรื่องการขยายเวลาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่มีนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ลงนามขยายสัญญาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งที่ 4 ให้แก่ผู้รับเหมาแล้วจำนวน 382 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2562โดยอ้างเหตุความล่าช้าในการจัดหาผู้รับจ้างรายอื่น คือ 1.งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT) 2.งานสาธารณูปการ งานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร ทั้งๆที่มีข้อสังเกตจากกลุ่มงานพัสดุ สำนักการคลังและงบประมาณแล้วว่าอาจขัดต่อสัญญาได้ และเสนอให้สำนักกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอความเห็นในเรื่องนี้ แต่นายสรศักดิ์ก็รวบรัดรีบลงนามอนุมัติในวันที่ 4 ธันวาคมให้บริษัทผู้รับเหมารู้ก่อนประธานสภาผู้แทนราษฎรใช่หรือไม่ จึงเท่ากับว่านายสรศักดิ์ขยายระยะเวลาก่อสร้างให้กับบริษัทผู้รับเหมาทั้งสิ้น 1,864 วัน 


สัญญาก่อสร้างลงวันที่ 30 เมษายน 2556  ระยะเวลาก่อสร้าง 900 วัน ถ้าสร้างไม่เสร็จจะเสียค่าปรับให้ทางราชการวันละ 12,280,000 บาท มีการขยายครั้งที่ 1 เป็นเวลา 387 วัน ขยายครั้งที่ 2เป็นเวลา  421 วัน


ขยายครั้งที่ 3  อีก 674 วันซึ่งล้วนเป็นฝีมือของนายสรศักดิ์ ทั้งสิ้น อาจเรียกได้ว่านายสรศักดิ์เป็นข้าราชการที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการขยายสัญญาการก่อสร้างเก่งที่สุดของข้าราชการไทย น่าสังเกตว่ามีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่

 

นายวัชระ กล่าวอีกว่า ในยุคนายพรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือยุคคสช. นานถึง 1,482 วันแล้ว ยังมีการขยายครั้งที่ 4   อีก 382 วันในยุคนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรรวมขยายระยะเวลาทั้งสิ้น 1,864 วัน เมื่อบวกกับสัญญาการก่อสร้างเดิม 900 วัน เท่ากับใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 2,764 วัน หรือนานเกือบ 8 ปี


ทั้งนี้ การขยายเวลาก่อสร้างแต่ละวัน สภาต้องจ่ายเงินภาษีของประชาชนวันละประมาณ 2 ล้านบาท เมื่อขยายเวลาไปนานถึง 1,864 วัน สภาก็ต้องจ่ายเงินทั้งที่ไม่ควรจ่ายมากถึงกว่า 3,728 ล้านบาท


ซึ่งในความจริง ตามสัญญาหากก่อสร้างไม่เสร็จในระยะเวลาที่กำหนด 900 วัน บริษัทผู้รับเหมาต้องจ่ายค่าปรับให้สภาวันละ 12,280,000 บาท เมื่อคูณจำนวนวันที่ล่าช้าในการขยายเวลา 3 ครั้งในยุคคสช. จำนวน 1,482 วันบริษัทผู้รับเหมาต้องจ่ายเงินค่าปรับให้กับประเทศชาติเป็นเงินกว่า 18,000 ล้านบาท




 

และขณะนี้ปรากฎหลักฐานเป็นที่แน่ชัดว่า ตั้งแต่การขยายเวลาครั้งที่ 3 จำนวน 674 วันคือตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธุ์ 2561 ถึง 15 ธันวาคม 2562 นายสรศักดิ์อ้างเหตุจากความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่ของโรงเรียนโยธินบูรณะแต่ปรากฏว่าขัดแย้งกับหนังสือของนายสรศักดิ์เองที่ยืนยันว่าได้ส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดให้บริษัทผู้รับเหมาแล้วตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งนายสรศักดิ์ ก็เป็นประธานคณะกรรมการตรวจการจ้างที่ขยายเวลาก่อสร้างให้บริษัทผู้รับเหมาครั้งแรก 387 วัน จากเดิมคณะกรรมการตรวจการจ้างในยุคนายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้นให้ขยายเพียง 287 วัน เมื่อเสนอให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.พิจารณา นายจเรกลับถูกคำสั่งตามม.44 ย้ายไปนั่งตบยุงในทำเนียบ

 

นายวัชระ ย้ำอีกว่า จากกรณีนี้ทำให้บริษัทผู้รับเหมามีหนังสือเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานสภาผู้แทนราษฎรแล้วกว่า 1,600 ล้านบาทเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 ทั้งๆที่สภาควรจะเป็นฝ่ายปรับบริษัทผู้รับเหมา จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า การขยายเวลาการก่อสร้างเป็นการเอื้อประโยชน์กับบริษัทผู้รับเหมาโดยมิชอบหรือไม่ ที่ทำให้ประเทศชาติต้องเสียเงินภาษีอากรของประชาชนจำนวนมหาศาล  เหตุใดสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่รักษาผลประโยชน์ของชาติ ไม่ปรับวันละ 12 ล้านบาท แต่กลับขยายเวลาก่อสร้างให้ผู้รับเหมาไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นบริษัทเอกชนทั่วไปจะทำได้หรือไม่


นายวัชระยังฝากถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่พูดในวันต่อต้านการคอร์รัปชั่นสากลว่า คนทุจริตคือคนไม่ดี เก่งหาช่องโหว่กฎหมายทำจนได้ แล้วสำหรับเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีจะหันมาสนใจแก้ปัญหาการทุจริตการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่บ้างหรือไม่


 

 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน