ภาพเป็นข่าว

"สุวัจน์ "ห่วงรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ หวั่นกระทบเสถียรภาพ

10 ธันวาคม 2019 เวลา 12:37
"สุวัจน์ "ห่วงรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ หวั่นกระทบเสถียรภาพ
เปิดอ่าน 90

สุวัจน์ฯ ห่วงรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แพ้โหวตบ่อยครั้งอันตรายต่อเสถียรภาพ ย้ำต้องรักษาเสียงส.ส.ให้ครบตลอดเวลา ถ้ามีการปรับครม.สามารถดึงเสียงสนับสนุนเพิ่มได้จะแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง หนุนไทยเที่ยวไทยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศช่วงซบเซา  แนะรัฐธรรมนูญแก้ไขได้อยู่ที่ประชามติ ขอให้ประชาชนมีส่วนร่วม

วันที่ 10 ธ.ค.62 เวลา 08.30 น. คณะผู้บริหารพรรคชาติพัฒนา นำโดย นายสุวัจน์ ลิปพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส. โคราชเขต 2  นายณัฏฐชัย ศรีรุ่งสุขพินิจ และ นายดล เหตระกูล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ได้เข้าร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันพระราชพิธีฉลองวันพระราชทานรัฐธรรมนูญ ณ ห้อง 402 - 403 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (เกียกกาย) 

 

นายสุวัจน์ ลิปพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตั้งแต่เลือกตั้งก็ได้มีการพูดถึงรัฐธรรมนูญว่าเมื่อใช้ไประยะเวลาหนึ่งแล้วเกิดทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าอะไรที่ควรแก้และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมพรรคก็มีมติเห็นชอบที่จะให้การสนับสนุนในญัตติเรื่องการที่จะมีการตั้งคณะกรรมธิการวิสามัญ เพื่อจะพิจารณาปรึกษาแนวทางในการแก้ไขปัญหารัฐธรรมนูญทางพรรคก็ให้การสนับสนุน คือ เราอยากที่จะเห็นความคิดเห็นร่วมกันของคณะกรรมาธิการที่จะเป็นประโยชน์ว่าประเด็นไหนที่ดีก็ดำเนินการไปตามรัฐธรรมมนูญ ประเด็นไหนที่มีความเห็นตรงกันว่าควรจะมีการแก้ไขก็จะได้ศึกษาเป็นแนวทางว่ามีประเด็นไหนบ้าง และวิธีการแก้ไขจะเป็นอย่างไร “ผมคิดว่ากรอบเบื้องต้นก็คงจะเป็นกรอบว่ามีประเด็นไหนบ้าง วิธีการและระดับความสำคัญ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับที่ประชุมมีมติความคิดว่าอย่างไร เพราะเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นนโยบายของรัฐบาล พี่น้องประชาชนก็ให้ความสนใจ ฉะนั้น พรรคก็มีแนวทางที่จะให้การสนับสนุนอยู่แล้วกับมติที่ประชุมสภาในเรื่องของการแก้ไข”

 

 




 

สุวัจน์ กล่าวและย้ำว่า "พรรคการเมืองก็ไม่อยากจะไปชี้นำอยากให้คณะกรรมาธิการที่เลือกขึ้นมาเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมมากกว่า ผมคิดว่าสมมุติถ้ามีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา ผมอยากเสนอให้มีความคิดเห็นที่มีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในการที่จะให้ความคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเด็นที่คณะกรรมาธิการจะเสนอ และคณะกรรมาธิการเองก็คงจะมีความคิดเห็นเพราะรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ซึ่งก่อนประกาศใช้ เราก็ยังมีการประชามติ ฉะนั้น ถ้าจะมีการเปิดรับฟังเปิดเวทีในการที่จะรวบรวมข้อมูลจากพี่น้องประชาชนที่อยู่ข้างนอกแล้วนำมาพิจารณาร่วมกันมันก็จะทำให้เกิดข้อมูลที่เป็นประโยชน์" 

 

ถามว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบัน มีผลกระบทต่อพรรคชาติพัฒนามั้ย "ผมคิดว่าทุกคนก็คงยังไม่คุ้นชินกับวิธีการใหม่ๆ โดยเฉพาะกฎกติกาการเลือกตั้งเราไม่อยากบอกว่าเราได้รับผลกระทบอะไร เราเป็นนักกีฬาก็เล่นตามกติกา ไม่ได้บอกว่าเรื่องนี้มีผลกระทบอะไรต่อพรรคมันไม่สำคัญเท่ากับผลกระทบต่อประเทศคือ ถ้าดีก็ดีถ้าไม่ดีก็แก้ไขกัน ในส่วนเราแพ้ชนะเราไม่ได้มองแต่มองว่าถ้าดีก็ใช้ถ้าไม่ดีก็แก้ไข อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ต่อเศรษฐกิจ ก็เป็นเรื่องที่ดีที่จะได้ข้อสรุป"

 

สำหรับเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีนั้น สุวัจน์ บอกว่าเป็นดุลพินิจของท่านนายกฯ ก็ต้องยอมรับก่อนว่ารัฐบาลชุดนี้จัดตั้งด้วยความยากลำบากพอสมควรในช่วงจัดตั้งรัฐบาลเพราะช่วงนั้นการเมืองเราค่อนข้างที่จะตึงมีการแบ่งขั้วกันชัดเจน จนกระทั่งก่อให้เกิดความยากลำบากในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพก็เลยเป็นที่มาของรัฐบาลที่มีเสียงเกินมานิดเดี่ยว หรือที่เรียกว่า รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ การที่เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำมันก็เกิดผลกระทบหลายหลายอย่างทั้งที่รัฐบาลชุดนี้ดูจากนโยบายที่แสดงต่อสภาเป็นนโยบายที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของโลกและของประเทศไทยปัจจุบันในการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆให้ประสบความสำเร็จ เสถียรภาพของรัฐบาลก็เป็นพื้นฐานที่สำคัญ ฉะนั้น ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ในสภาเวลาที่เสียงครบหรือเสียงไม่ครบ หรือว่าบางครั้งรัฐบาลจะแพ้ในการลงประชามติในบางเรื่องมันก็ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อการลงทุน 

 


 

ฉะนั้น ผมคิดว่าเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลและการโหวตในสภาเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ซึ่งรัฐบาลมีสองทางเลือก สมมุติว่ามีเสียงในรัฐสภาปัจจุบัน เสียง 253-254 เสียง แล้วก็ต้องมีการทำความเข้าใจกันในกลุ่มเสียงปัจจุบัน ทำความใกล้ชิด ความคุ้นเคย ความเข้าใจในญัตติ ปัญหาต่างๆที่จะต้องลงมติเพื่อให้เกิดเอกภาพ รวมทั้งให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นพรรครัฐบาลเดียวกัน นโยบายเดียวกันถ้าเราสามารถควบคุมตัวนี้ได้เสียง 253-254 ทุกครั้งที่โหวตมาก็จะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าโหวตมาแล้วเสียงไม่คบอยู่เรื่อยๆ ความจำเป็นที่จะต้องมีเสียงมาเพิ่มเสถียรภาพให้เกิดมาร์จิ้นมากขึ้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องมีความจำเป็นถ้ารัฐบาลสามารถจะทำได้จะด้วยวิธีการอะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ การปรับคณะรัฐมนตรีก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สามารถที่จะเพิ่มเสียงให้รัฐบาลมีเสถียรภาพแล้ว ภาพความเชื่อมั่นก็จะตามมา การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก็จะดีขึ้น ความต่อเนื่องในการทำงานก็จะดีขึ้น จะปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ปรับอย่างไรก็เป็นเรื่องของท่านนายกฯ แต่พรรคชาติพัฒนาไม่ได้มีอะไรที่บอกว่าควรทำหรือไม่ควรทำแต่คิดว่าถ้าภาครัฐบาลมีเสียงมาเพิ่มมากขึ้นสภาพการทำงานที่ดีขึ้น

 

 

 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน