ภาพเป็นข่าว

"ไบโอไทย"วิเคราะห์เทปลับการประชุมยืดเวลาแบนสารพิษ

7 ธันวาคม 2019 เวลา 20:29 น.
เปิดอ่าน 238

พบการชงข้อมูลของกระทรวงเกษตรฯมีความผิดปกติ ชี้ชัด"รมว.เกษตรฯ" เปลี่ยนไป

เพจ BIOTHAI หรือ มูลนิธิชีววิถี  องค์กรที่ต่อต้านการใช้สารเคมืทางการเกษตร ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ ภายหลังสื่อมวลชนได้เผยแพร่ “เทปลับ” การประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งเป็นที่มาของมติการยกเลิกการแบนไกลโฟเซต และเลื่อนการบังคับใช้การแบนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสออกไปอีก 6 เดือน มีประเด็นที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

 

1. ดูเหมือนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะตั้งธงเอาไว้ในใจแล้วว่าจะยกเลิกการแบนไกลโฟเซต สอดคล้องกับที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562

 

2. รศ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ ตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุข และตัวแทนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแสดงความคิดเห็นให้คงมติเดิมที่ให้มีการแบนทั้ง 3 สาร โดยปรับเวลาการบังคับใช้ได้

 

3. จุดยืนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จากการนำเสนอของปลัดกระทรวงฯ และตัวแทนจากกรมวิชาการเกษตร มุ่งไปที่การยกเลิกการแบนทั้ง 3 สาร โดยเสนอเหตุผลประกอบซึ่งจะนำไปสู่การจำกัดการใช้เท่านั้น ความแตกต่างของข้อเสนอกระทรวงเกษตรฯคือ ในคราวการลงมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อ 22 ตุลาคม 2562 นั้น ข้อเสนอของกระทรวงเกษตรฯมาจากการผลักดันของนางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยฯ ซึ่งเป็นประธานคณะทำงานหารือ 4 ฝ่าย

 

ในขณะที่คราวนี้ ข้อเสนอมาจากคณะทำงานซึ่งตั้งขึ้นโดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการฯ ซึ่งมอบหมายให้ปลัดกระทรวงฯเป็นประธาน โดยนอกจากนางมนัญญา จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆแล้ว ยังรู้สึกว่าตนเองถูกกีดกันออกไปจากวงนี้ด้วย

 

4. รศ.จิราพร และกระทรวงสาธารณสุข พยายามมีส่วนร่วมในการเสนอร่างมติที่ชัดเจนแต่ไม่สำเร็จ ร่างมติที่ต่อมาอ้างว่าเป็น “มติเอกฉันท์” และต่อมาถูกอธิบายว่าเป็น “เสียงส่วนใหญ่” ต่อสื่อมวลชน ปรากฎว่าไม่มีรายละเอียดการลงคะแนนเสียงว่ามีผู้เห็นชอบเท่าไหร่หรือผู้ไม่เห็นชอบเท่าไหร่ แตกต่างจากการลงมติในคราวก่อนหน้านี้ทั้ง 3 ครั้งที่ชัดเจนที่ให้กรรมการแต่ละคนสามารถลงมติว่าจะแบนสารใดหรือไม่ และคะแนนเสียงเป็นเท่าไหร่ในแต่ละมติ

 

5.บทบาทของผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คน คือ ผู้ทรงฯสมศรี ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการสำนักวัตถุอันตราย กรมโรงงานอุตสาหกรรม และผู้ทรงฯชุติมา อดีตข้าราชการกรมวิชาการเกษตร และต่อมาเป็นอดีตผู้อำนวยการสมาคมที่เกี่ยวกับการค้าสารเคมี มีบทบาทอย่างมากในเสนอให้ยกเลิกการแบนทั้ง 3 สาร

 

6. การประชุมครั้งนี้ ไม่มีการแจ้งให้กรรมการแสดงตนว่า ตนเองมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องมีส่วนได้เสียหรือไม่ ไม่มีการนับองค์ประชุมก่อนการลงมติ และไม่มีการให้กรรมการแต่ละท่านลงมติอย่างชัดเจน ซึ่งอาจมีปัญหาว่ามติของที่ประชุมในวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ตามข้อสังเกตของนักกฎหมายมหาชนบางท่าน

 

ทั้งนี้เนื่องจากในมาตรา 12 ของพ.ร.บ.วัตถุอันตราย ระบุว่า “การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

 

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียเป็นการส่วนตัวในเรื่องใดกรรมการผู้นั้นไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น”

 

7. น่าเชื่อได้ว่า “เทปลับ” นี้น่าจะถูกเผยแพร่มาจากแหล่งข่าวแถวทุ่งพญาไท เพราะทราบละเอียดเมื่อถอดเทปว่าเสียงที่แสดงความเห็นนั้นมาจากกรรมการคนใด !?

 

การประชุมครั้งนี้ยาว 4 ชั่วโมง แต่ข้อมูลที่ถอดเทปแล้วเหลือความยาวเพียง 10 หน้ากระดาษ A4 แสดงว่ายังมีข้อความอื่นอีกซึ่งถูกตัดออกไป ซึ่งน่าสนใจว่าข้อความเหล่านั้นมีความ “อ่อนไหว” อย่างไรหรือไม่ ? ถึงถูกตัดออกไป

 

ลิงค์เทปลับ
https://www.thansettakij.com/content/416125