ภาพเป็นข่าว

อนาคตใหม่ ร่อนจดหมายโต้กกต.ทำคดีกู้เงินมีพิรุธ

6 ธันวาคม 2019 เวลา 11:03 น.
เปิดอ่าน 371

อนค.โต้กกต.คดีกู้เงิน 3 ปม ติงยังไม่แจ้งข้อหาแต่กลับเร่งสอบ ยัน ส่งหลักฐานสู้คดีแล้ว

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. พรรคอนาคตใหม่ได้มีหนังสือที่ อนค.กพ.(ว)1206/2562 เรื่อง ชี้แจงกรณีข่าวคณะกรรมการการเลือกตั้งเรียกเอกสารการกู้ยืมเงินของพรรคอนาคตใหม่  ส่งถึงสมาชิกพรรคและสื่อมวลชน โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

 

ตามรายงานข่าวสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2562 มีใจความว่า กรณีพรรคอนาคตใหม่ไม่สามารถส่งเอกสารหลักฐานการกู้เงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ภายในวันที่ 2 ธันวาคม 2562 ที่ประชุม กกต. เห็นว่า เอกสารที่ กกต. ให้พรรคอนาคตใหม่ ส่งภายในวันที่ 2 ธันวาคม 2562 เป็นเอกสารที่มีอยู่ในครอบครองของพรรคอนาคตใหม่อยู่แล้ว  และถือเป็นประโยชน์ของพรรคอนาคตใหม่ที่จะยืนยันให้ กกต.เชื่อว่ามีการกู้เงินจริง เมื่อพรรคอนาคตใหม่ไม่สามารถส่งเอกสารหลักฐานดังกล่าวได้ ถือเป็นผลเสียต่อพรรคอนาคตใหม่เอง ดังนั้น กกต.จึงมีมติตัดพยานหลักฐานที่เหลือ และ กกต.จะพิจารณาเอกสารที่พรรคอนาคตใหม่ส่งมาบางส่วน นั้น

 

พรรคอนาคตใหม่ขอโต้แย้งดังนี้

 

1. กกต. ได้ออกหมายเรียกพยานเอกสารจำนวนหลายรายการ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา และพรรคอนาคตใหม่ได้จัดส่งพยานเอกสารบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงินให้แก่ กกต. ทั้งสิ้นแล้ว อันได้แก่ สัญญากู้เงิน และหลักฐานการชำระหนี้เงินกู้ เอกสารเหล่านี้ เป็นหลักฐานสำคัญว่ามีการชำระหนี้เงินกู้จริง ซึ่งชำระเข้าบัญชีธนาคารของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 เป็นต้นมา

 

2. เอกสารที่พรรคอนาคตใหม่ยังมิได้จัดส่งให้ กกต. นั้น ล้วนเป็นเอกสารที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงินทั้งสิ้น เป็นที่น่าสังเกตว่า กกต. ได้เรียกเอกสารทั้งปวงโดยที่ กกต. ก็ไม่รู้ว่า จะนำเอกสารดังกล่าวไปดูในประเด็นอะไร จึงมีหมายเรียกเอกสารทางการเงินในลักษณะกวาดกองเอกสารทั้งปวงที่พรป.พรรคการเมือง กำหนดให้พรรคการเมืองจัดทำขึ้นและรายงานต่อ กกต. ปีละครั้งภายในเดือนเมษายนของปีปฏิทินถัดไป เป็นเอกสารตามหมายเรียก อันได้แก่ ก. บัญชีรายวันและแสดงรายได้หรือรายรับและแสดงค่าใช้จ่ายหรือรายจ่าย ข. บัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค ค. บัญชีแยกประเภท ง. บัญชีแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน 

 

กกต.เรียกเอกสารดังกล่าวของวันที่ 1 มกราคม 2562 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 โดยทำเป็นสำเนาและลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสารทุกหน้า

 

พรรคอนาคตใหม่ขอเรียนว่า ตามวิสัยและพฤติการณ์ กกต.เรียกให้ส่งเอกสารดังกล่าว โดยไม่คาดหมายว่า จะใช้ประโยชน์จากเอกสารดังกล่าวจริง และไม่คาดหมายว่า พรรคอนาคตใหม่จะส่งเอกสารให้แก่ กกต. ได้ทันหรือไม่ เพราะ กกต. กำหนดระยะเวลาส่งเอกสารสั้นอย่างยิ่ง กล่าวคือ สั่งเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 และกำหนดให้ส่งเอกสารภายในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 และต่อมา เมื่อพรรคอนาคตใหม่แจ้งส่งเอกสารบางรายการและผัดส่งเอกสารบางรายการ กกต.ก็ขยายระยะเวลาให้ถึงวันที่ 2 ธันวาคม 2562 ทั้ง ๆ ที่ทราบดีอยู่แล้วว่า เอกสารดังกล่าวจะจัดส่งให้ กกต.ได้ พรรคอนาคตใหม่จะต้องได้รับการตรวจรับรองความถูกต้องจาก “ผู้ตรวจบัญชี” เสียก่อน ซึ่งมีกำหนดตรวจปีละหนึ่งครั้ง ก่อนส่งยื่นบัญชีประจำปีให้แก่ กกต.

 

การที่ กกต. เร่งรัดเอกสารดังกล่าว โดยไม่นำพาว่า จำนวนปริมาณของเอกสารที่ต่อให้สำเนาทั้งวันทั้งคืน และลงลายมือชื่อทั้งวันทั้งคืน ก็ไม่อาจจัดสำเนาได้ทันระยะเวลาที่กำหนด (ย้ำว่า “สำเนาเอกสาร”) กล่าวได้ว่า เอกสารทั้งสี่รายการแต่ละเดือน เทียบกับปีที่ผ่านมา เมื่อบรรจุลงแฟ้มความจุขนาดสันหนา 3 นิ้ว ข้อมูลเอกสารดังกล่าวจะมีจำนวนประมาณ 10 แฟ้มต่อหนึ่งเดือน จะเห็นได้ว่า กกต.แสร้งเรียกเอกสารที่พรรคอนาคตใหม่ต้องจัดทำส่งให้ กกต อยู่แล้ว ในแต่ละปีภายในเดือนเมษายนของปีปฏิทินถัดไป โดยสร้างภาระให้พรรคอนาคตใหม่จัดทำบัญชีรายการดังกล่าวให้เสร็จภายในวันที่ 2 ธันวาคม 2562 จึงแสดงให้ตั้งเป็นปัญหาได้ว่า เป็นการใช้อำนาจโดยสุจริตหรือไม่

 

3. การที่ กกต. ไม่วินิจฉัยว่า การกู้ยืมเงิน และมีการชำระหนี้เงินกู้กันจริง ตามเอกสารที่พรรคอนาคตใหม่ได้จัดส่งให้ กกต.แล้ว ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แต่ในทางตรงข้าม กกต. กลับเรียกเอกสารบัญชีของพรรคอนาคตใหม่ โดยไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการกู้ยืมเงินกู้ และโดยที่ กกต. ยังไม่เคยแจ้งข้อกล่าวหาต่อพรรคอนาคตใหม่ หรือนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในเรื่องนี้ ฉะนั้น การตัดพยานของผู้ถูกกล่าวหา สามารถกระทำได้หรือไม่ ทั้ง ๆ ที่คดีนี้ยังไม่เริ่มการสอบสวนแต่อย่างใด ยังไม่มีผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้ต้องหาแต่อย่างใด พรรคอนาคตใหม่ขอตั้งข้อสังเกตว่า จากเนื้อข่าวของที่ประชุม กกต ดังกล่าว ส่อธงคำตอบบางประการของ กกต. หรือไม่ อย่างไร และการอาศัยช่องว่างของกระบวนการสืบสวนเรียกพยานเอกสารในทางที่เป็นปฏิปักษ์ต่อบุคคลที่จะถูกกล่าวหา เช่นนี้ ชอบธรรมเพียงใด และเป็นการตัดสิทธิให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเองของผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่

 

ในท้ายนี้ พรรคอนาคตใหม่ขอสงวนสิทธิดำเนินการทางกฎหมายในกรณีที่พบว่า มีการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบต่อเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุดทั้งทางแพ่งและอาญา

 

ทั้งนี้ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ในส่วนเรื่องคดีเงินกู้เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม กกต.มีหนังสือเชิญบุคคลไปชี้แจง ประกอบด้วย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค นายนิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ เหรัญญิกพรรค และตนเอง ซึ่งได้เดินทางไปชี้แจงในวันที่ 12 ก.ค. กกต.ได้ก็ทำหนังสือออกมาอีกว่า จะขอเอกสารต่างๆ ซึ่งเราก็ขอขยายเวลา จนในท้ายที่สุดช่วงปลายเดือนพ.ย.หลังจากที่นายธนาธร ตัดสินใจฟ้อง กกต.ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง  กกต. ก็ได้ทวงเอกสารผ่านเอกสารแจกสื่อมวลชน โดยกกต.ได้ร้องขอเอกสารมาจำนวนมาก ซึ่งเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้อง เอกสารที่ขอมาเพิ่มเติมคือ บัญชีรายวันและแสดงรายรับรายจ่าย หรือแสดงค่าใช้จ่าย บัญชีรายรับจากการบริจาค บัญชีแยกประเภท บัญชีแสดงทรัพย์สินหนี้สิน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม- 30 กันยายน 2562 ย้อนหลัง 9 เดือน

 

นายปิยบุตร กล่าวว่า กกต.ได้เรียกเอกสารจากพรรคอนาคตใหม่หลายรายการทั้งๆ ที่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้เราส่งเอกสารต่อกกต.ไปแล้ว เช่น สัญญากู้เงิน หลักฐานการชำระหนี้เงินกู้ ซึ่งเอกสารเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่าเป็นการกู้เงิน จริงๆ และมีการคืนเงินจริงๆ เมื่อเป็นเช่นนั้นเราก็ขอเวลาจากกต.ในการรวบรวมเอกสาร แต่กกกต. ก็ไม่รับฟัง โดยเอกสารที่กกต. ต้องการรวมกันอาจจะมากถึง 90 แฟ้ม เรียงกันสูง 3 เมตร ซึ่งต้องทำสำเนาด้วย แบบนี้มันเป็นไปไม่ได้ เอกสารเหล่านี้พรรคการเมืองทุกพรรคต้องส่งให้กกต. ทุกเดือนเม.ย.ของปีถัดไปโดยต้องมีผู้ตรวจสอบบัญชีรับรอง เช่น ปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ต้องส่งให้กกต. ภายใน เมษายน 2563 เรื่องพวกนี้กกต. ทราบดี แต่เราก็ไม่ทราบว่ากกต. จะขอเอกสารเหล่านี้ไปทำไม เรื่องนี้มันอยู่ที่สามารถกู้เงินได้หรือไม่ได้ แล้วเราก็ยืนยันไปแล้วว่าเรากู้เงินจริง และพรรคอนาคตใหม่ก็นำเงินคืนต่อนายธนาธรจริงๆ 


"คดีเหล่านี้เป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ แต่การที่ให้สื่อบางสื่อไปขยายความกันต่อให้ชี้นำ เช่น การนำเสนอ และปั่นกระแสข่าวว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ยอมส่งเอกสาร จากนั้นปล่อยข่าวว่า ให้โอกาสแล้วแต่ไม่ยอมส่งเอกสารทั้งที่ครอบครองอยู่แล้ว ซึ่งก็พูดไม่ครบ เพราะเราส่งเอกสารไปแล้ว และขอเวลาในการรวบรวมเอกสารเพิ่ม นี่คือกลวิธีการทำคดีที่พัวพันกับการเมืองให้ไปอยู่มือสื่อ และใช้เทคนิกสื่อชี้นำไปเรื่อยๆ เรายืนยันว่าเราพร้อมส่ง แต่ถ้ากกต. เร่งเวลาแบบนี้ก็คงทำไม่ทัน แต่เราต้องขอสงวนสิทธิ์ว่า หากการสอบสวนในชั้นสอบสวน ของกกต.ทำไปโดยไม่สุจริต ไม่ที่ยงธรรม กลั่นแกล้ง ใช้อำนาจโดยมิชอบ ไม่ชอบมาพากล เราจะฟ้องกกต. ทั้งทางแพ่งและทางอาญา" นายปิยบุตร กล่าว