ภาพเป็นข่าว

แฉกก.วัตถุอันตรายโดนปล้นมติแบนสารพิษ ย้ำชัดไม่มีการลงมติในที่ประชุม

29 พฤศจิกายน 2019 เวลา 14:54
แฉกก.วัตถุอันตรายโดนปล้นมติแบนสารพิษ ย้ำชัดไม่มีการลงมติในที่ประชุม
เปิดอ่าน 419

อดีตกก.วัตถุอันตรายเปิดโปง ไม่มีการลงมติ "สุริยะ"แถลงความเห็นส่วนตน เตือนโดนตีความ

เมื่อวันที่ 29 พ.ย.  ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชัน   รศ.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม  เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ถึงเบื้องหลังการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ทีมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธาน อีกครั้งโดยยืนยัน การประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ไม่ได้มีมติเอกฉันท์ตามที่นายสุริยะ ไปแถลง การแถลงของนายสุริยะ เป็นการแสดงความคิดเห็นมากกว่า  เพราะในที่ประชุมก็มีการแสดงความเห็นคัดค้านหลายคน อีกทั้งตน ก็ให้ยืนยันตามมติเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมาให้แบนสารพิษทั้งสามชนิด เพราะมีอันตรายส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน

 

"อย่างที่ดิฉันโพสต์ข้อความไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่ารู้สึกผิดหวังกับกระบวนการหรือวิธีการประชุม ซึ่งค่อนข้างที่จะสับสน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระเบียบวาระ หรือการรับฟังความคิดเห็นของกรรมการ ซึ่งตนเองแสดงความเห็นคัดค้านทั้ง 3 สารเคมีว่า มีอันตราย และเห็นควรยืนยันมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2562 ที่ให้แบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิดมาตลอดการประชุม

 

แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า สุดท้ายแล้วสิ่งที่ดิฉันไปขอให้ฝ่ายเลขาฯ บันทึกไว้เรื่องคงมติวันที่ 22 ต.ค.กลับไม่ได้ปรากฏออกมา จึงรู้สึกผิดหวังและหดหู่ในการที่จะทำงานลักษณะนี้ จึงต้องแสดงจุดยืนในการที่จะขอลาออก เพราะคงลำบากในการที่ทำหน้าที่ต่อ จากกลไกคณะกรรมการระดับชาติในการกำหนดนโยบายที่ดีในการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมที่มีความสับสนเช่นนี้"  รศ.ภญ.จิราพร กล่าว 


รศ.ภญ.จิราพร ย้ำว่า การประชุมวันนั้นก็เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของแต่ละฝ่าย ซึ่งตนเองยืนยันให้คงมติเดิม และก็มีหลายท่านที่ยังยืนยันให้มีการแบน ดังนั้น จึงไม่ใช่มติเอกฉันท์ตามที่แถลง แต่การแถลงเป็นเพียงความเห็นที่เกิดขึ้นในที่ประชุม อย่างเรื่องระยะเวลาก็เป็นเรื่องที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำเสนอว่า ไม่สามารถที่จะทำได้ทัน ซึ่งจากลักษณะของการประชุม ที่ไม่ได้มีความชัดเจน จึงเกิดความสับสน และสุดท้ายเหมือนเป็นภาวะจำยอม


"วันนั้นไม่ได้มีการนับองค์ประชุมหรือลงมติที่ชัดเจน ว่าจะให้มีการยกเลิกมติเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ดังนั้น เมื่อไม่มีการโหวตเช่นนี้ ส่วนตัวจึงเชื่อว่ามติเดิมวันที่ 22 ต.ค. ที่ให้แบนสารเคมียังคงมีผล และการประชุมก็เป็นแค่แสดงความคิดเห็นและบันทึกลงในการประชุม ซึ่งคงต่อไปดูอีกทีว่า สรุปบันทึกการประชุมออกมาเป็นเช่นไร จึงเป็นภาวะจำยอมที่จบการประชุมไปแบบสับสนเช่นนั้น แต่ รมว.อุตสาหกรรมในฐานะประธาน กลับไปแถลงว่าเป็นมติเอกฉันท์ของที่ประชุม ไกลโฟเซตไม่มีอันตรายสุขภาพ ซึ่งยืนยันว่าในที่ประชุมเรายืนยันไปแล้ว"   อดีตกรรมการวัตถุอันตราย กล่าว 


 



 

ทั้งนี้  รศ.ภญ.จิราพร กล่าวว่า ไม่ทราบ ผลการประชุมกก.วัตถุอันตรายจะมีผลทางกฎหมายอย่างไร  เพราะไม่ใช่ฝ่ายกฎหมาย คงต้องให้นักกฎหมายตีความและไปหารือว่าเป็นเช่นไร แต่ตนเองคงไม่ทำการยื่นขอให้มีการตีความเรื่องนี้ หรือทำอะไรแล้ว เพราะลาออกมาแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม คิดว่าคงมีนักกฎหมายดำเนินการต่อ เพราะนี่เป็นปัญหากับสุขภาพ ทุกภาคส่วนที่แข็งแรงในสังคมต้องออกมาช่วยกัน ตนคนเดียวคงทำอะไรได้ไม่มาก คงได้แต่ยืนยันในจุดยืนของตัวเองว่า สารเคมีเหล่านี้มีปัญหาต่อสุขภาพจริงๆ ทั้งพาราควอต คลอร์ไพรีฟอส และไกลโฟเซต ซึ่งมีข้อมูลยืนยันทางวิชาการและยังยึดตามมติให้มีการยกเลิกการใช้ตามมติวันที่ 22ต.ค.ที่ผ่านมา ส่วนวันนี้ที่พบกับนายอนุทิน ในการประชุมคสช.ท่านไม่ได้พูดอะไรมากบอกเพียงท่านเข้าใจเรื่องนี้ดีซึ่งผู้แทนของกระทรวงก็ยืนยันเช่นเดียวกัน

 

"ส่วนตัวคงไม่ดำเนินการอะไร แต่เรียนว่าในการประชุมเรื่องสำคัญ การอภิปรายการให้ความเห็นนั่นก็คือจุดยืนของเราที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าให้มีการยกเลิกสารเคมี แต่กลับมีมติออกมาว่าเป็นเอกฉันท์จึงทำให้ดิฉันท์รู้สึกหดหู่"  รศ.ภญ. จิราพร กล่าว 

 

ภายหลังการประชุมได้มีบุคลากรจำนวนหนึ่งมอบดอกไม้เพื่อให้กำลังใจแก่ รศ.ภญ.จิราพร ที่เป็นตัวแทนภาควิชาการเข้าไปต่อสู้เรื่องของการแบนสารเคมีทางการเกษตรทั้ง 3 ชนิด คือ พาราควอต คลอร์ไพรีฟอส และไกลโฟเซต ในคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา

 

 


Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน