ภาพเป็นข่าว

เลื่อนอ่านฎีกาคดีภาษีหุ้น"โอ๊ค-เอม"

26 พฤศจิกายน 2019 เวลา 12:10 น.
เปิดอ่าน 383

เหตุคนใกล้ชิด"คุณหญิงอ้อ"ป่วยกระทันหัน นัดฟังคำพิพากษาวันที่ 26 ธ.ค.

เมื่อวันที่  26 พ.ย. 62   ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง  เลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางเบญจา หลุยเจริญ อดีต รมช.คลัง สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และอดีตรองอธิบดีกรมสรรพากร น.ส.จำรัส แหยมสร้อยทอง อดีต ผอ.สำนักกฎหมาย กรมสรรพากร น.ส.โมรีรัตน์ บุญญาศิริ อดีต ผอ.สำนักกฎหมาย กรมสรรพากร นายกริช วิปุลา นุสาสน์ ผอ.สำนักกฎหมาย กรมสรรพากร และ น.ส.ปราณี เวชพฤกษ์พิทักษ์ คนใกล้ชิดเลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้องเพชร อดีตภรรยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยที่ 1-5

 

ในความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีไม่ให้นายพานทองแท้ ชินวัตร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร (คุณากรวงศ์) บุตรของนายทักษิณ ต้องเสียภาษีอากร หรือเสียภาษีน้อยกว่าที่จะต้องเสีย จากกรณีการซื้อหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด เมื่อปี 2549 เสียหายกว่า 7.9 พันล้านบาท

 

โดยวันนี้ จำเลยที่ 1-4 และนายประกันเดินทางมาศาลซึ่งมีคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดจำนวนมากมาให้กำลังใจ ส่วน น.ส.ปราณี คนใกล้ชิดเลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน จำเลยที่ 5 ไม่ได้เดินทางมาศาล คงมีเพียงนายประกันและทนายความ มาศาล พร้อมแถลง ขอศาลเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาวันนี้ออกไปก่อน

 

เนื่องจากจำเลยที่ 5 มีอาการป่วยกระทันหัน เวียนศีรษะลักษณะอาการบ้านหมุน อาเจียนรุนแรง ซึ่งขณะนี้เข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า โดยทนายความได้นำใบรับรองแพทย์มาแสดงต่อศาลระบุต้องเข้ารักษาอาการตั้งแต่วันที่ 25- 27 พ.ย.นี้

 

ศาลสอบถาม ทนายความ ป.ป.ช.ฝ่ายโจทก์แล้วไม่คัดค้านคำขอเลื่อน ศาลพิเคราะห์เหตุจำเป็นและใบรับรองแพทย์ที่ยื่นแล้วน่าเชื่อว่าจำเลยที่ 5 มีอาการป่วยจริง จึงเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาฎีกาวันนี้ออกไปก่อนโดยนัดฟังคำพิพากษาฎีกาอีกครั้งในวันที่ 26 ธ.ค.นี้ เวลา 10.00 น.

 

 

 

สำหรับคดีนี้ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น นางเบญจา น.ส.จำรัส น.ส.โมรี และนายกริช มีความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 83 จำคุกคนละ 3 ปี ส่วน น.ส.ปราณี มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 86 มีโทษ 2 ใน 3 ให้จำคุกเป็นเวลา 2 ปี และเมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีของจำเลยทั้งหมด จึงไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ