ภาพเป็นข่าว

องค์กรสิทธิอาเซียน ติงคำวินิจฉัยศาลรธน.

20 พฤศจิกายน 2019 เวลา 21:40 น.
เปิดอ่าน 1997

สมาชิกรัฐสภาอาเซียน ไม่เห็นด้วยกับศาลรธน.วินิจฉัย ‘ธนาธร’ ชี้ สะเทือนประชาธิปไตย

สมาชิกรัฐสภาอาเซียนแสดงความผิดหวังต่อคำตัดสินของศาลในวันนี้ซึ่งเพิกถอนสถานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน และเรียกร้องให้หยุดนํากฎหมายมาเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้ง สมาชิกพรรคฝ่ายค้านและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย

 

ธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกตัดสินว่ามีความผิดตามมาตรา 98(3) ตามรัฐธรรมนูญ ในข้อหามีหุ้นสื่อขณะที่ลงสมัครเลือกตั้งในเดือนมีนาคม ในวันที่ 23 พฤษภาคม ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ธนาธรหยุดพักการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกรัฐสภาระหว่างการพิจารณาคดีแต่ตอนนี้สถานะการเป็นสมาชิกรัฐสภาของเขาถูกเพิกถอน ธนาธรกล่าวว่า เขาขายหุ้นสื่อไปเมื่อเดือนมกราคม 2019

 

“การตัดสิน ในวันนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าถึงแม้จะมีการเลือกตั้งในปีนี้ผู้มีอำนาจของไทยก็ยังไม่พร้อมจะมีประชาธิปไตยที่โปร่งใสและเป็นอิสระ” Charles Santiago สมาชิกรัฐสภามาเลเซียและประธานกลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (APHR) กล่าว

 

“คดีนี้ควรได้รับการพิจารณาจากบริบทที่กว้างกว่าที่สมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้านและพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคอนาคตใหม่ ถูกเลือกปฏิบัติโดยสถาบันที่ว่ากันว่ากันว่าเป็นอิสระ สัญญาณทุกอย่างบ่งชี้ว่านี่คือความพยายามของหลายฝ่ายในการปิดปากพรรคการเมืองที่สั่นคลอนสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากพรรคพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ”

 

พรรคอนาคตใหม่ชนะการเลือกตั้งมาเป็นลำดับที่สามในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมาและได้ที่นั่ง 80 ที่ในรัฐสภา ในฐานะฝ่ายค้าน พรรคได้ตั้งคำถามอย่างสม่ำเสมอต่อบทบาทของทหารในการเมืองไทย ตั้งแต่นั้นมาผู้มีอำนาจก็ใช้กฎหมายกลั่นแกล้งพรรคและสมาชิกพรรค

 

 

ณ ปัจจุบัน สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ถูกฟ้องกว่า 27 คดีซึ่งรวมถึงคดีที่ฟ้อง พรรณิการ์วานิช โฆษกพรรค และ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการของพรรค คดีที่อยู่ระหว่างการฟ้องเหล่านี้รวมถึงคดีหมิ่นศาลตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และข้อหายุยงปลุกปั่น หนึ่งในคดีเหล่านี้อาจนําไปสู่การยุบพรรคได้

 

คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาก็เป็นเหตุมาจากคำร้องของคณะกรรมการเลือกตั้งซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากต่อการจัดการการเลือกตั้งในเดือนมีนาคม องค์กรภาคประชาสังคมก็ตั้งคำถามกับความเป็นอิสระของศาลรัฐธรรมนูญเช่นกัน เพราะมีคำสั่งคสช.ซึ่งขยายเวลาการดำรงตำแหน่งของผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเองก็ถูกมองว่าลำเอียงต่อทหารและพันธมิตรของทหาร ซึ่งรวมถึงข้อเท็จจริงที่เมื่อพรรคอนาคตใหม่ยื่นคำร้องต่อสมาชิกรัฐสภาคนอื่นๆ 41 คน ซึ่งต่างมีหุ้นในสื่อกลับไม่มีสมาชิกรัฐภาคนใดถูกสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่

 

APHR กล่าวว่า ถึงแม้ว่าจะจะมีการกล่าวอ้างว่าการปกครองของรัฐบาลทหารได้สิ้นสุดไปแล้ว คดีความจำนวนมากที่ดำเนินต่อสมาชิกฝ่ายค้านแสดงให้เห็นว่ายังคงมีการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและความไม่อดทนอดกลั้นต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อรัฐบาลและอิทธิพลของทหาร

 

“ภายใต้การแสดงตนว่าเป็นประชาธิปไตย ระบอบการปกครองซึ่งกดขี่ของไทยยังคงโจมตีสมาชิกฝ่ายค้านด้วยคดีความ เป็นที่ชัดเจนว่าพรรคอนาคตใหม่ตกเป็นเป้าเพราะผลเลือกตั้งที่น่าตกใจของพรรคและการต่อต้านทหารซึ่งมีอำนาจ การริบที่นั่งในสภาของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่คือการริบเสียงของผู้ที่ีไปเลือกตั้ง การโจมตีพรรคฝ่ายค้านพรรคใดก็ตาม คือ การโจมตีโดยตรงต่อเสรีภาพในการพูดและประชาธิปไตย” Eva Sundari อดีตสมาชิกรัฐสภาอินโดนีเซียและสมาชิก APHR กล่าว

 

ในเดือนสิงหาคม APHR ออกข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลไทย เรียกร้องให้ผู้มีอำนาจฟื้นคืนประชาธิปไตยและเคารพเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

 

APHR กังวลว่าการตัดสนิ ในวันนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของแนวโน้มและความเป็นไปที่น่ากังวลในระดับภูมิภาคที่ผู้มีอำนาจพยายามปิดปากสมาชิกพรรคฝ่ายค้านโดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือและใช้ตอบโต้ในรูปแบบต่างๆ และวันนี้ยังเป็นวันครบรอบ 1000 วันที่สมาชิกวุฒิสภา Leila de Lima ถูกกักตัว

 

“ข้อหาต่อสมาชิกวุฒิสภา Leila de Lima เป็นข้อหาที่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมืองและเป็นผลมาจากการทำงานของเธอในการหยุดสงครามต้านยาเสพติดอันกระหายเลือดของ Duterte ข้อหาทุกอย่างควรถูกยกฟ้อง เธอต้องได้รับการปล่อยตัวทันทีและต้องได้รับอนุญาตให้ทำหน้าที่ในฐานะวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งในสภาของชาติ” Mu Sochua อดีตสมาชิกรัฐสภากัมพูชาและสมาชิก APHR กล่าว

 

“สมาชิกรัฐสภากำลังถูกไล่ล่าและจำคุกเพียงเพราะทำงานเพื่อตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจบริหาร และนี่เป็นภยันตรายต่อทุกคน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาด้วยกัน เราจะดำเนินการสนับสนุนในทุกระดับต่อไป เพื่อให้แน่ใจว่าเพื่อนร่วมงานของเราในระดับภูมิภาคสามารถทำงานโดยปราศจากความกลัวและการถูกโต้กลับ”