ภาพเป็นข่าว

อนาคตใหม่ ชิงวินิจฉัยก่อนศาลรธน.แจง 9 ข้อควรรู้เชือด"ธนาธร"ได้ไง

20 พฤศจิกายน 2019 เวลา 11:04 น.
เปิดอ่าน 557

แจงแหลก  9 ข้อควรรู้ ก่อนฟังคำวินิจฉัยศาลรธน.คดีวีลัคของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ 

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.62  ก่อนถึงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย คดี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.)  ถือครองหุ้นสื่อ มีคุณสมบัติต้องห้ามการเป็นส.ส. หรือไม่  ปรากฎว่า เพจพรรคอนาคตใหม่ ได้เผยแพร่ข้อมูล   " 9 ข้อควรรู้ ก่อนฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีวีลัคของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ "


พรรคอนค. ระบุ ดังนี้


1. หากนับระยะเวลาตั้งแต่ขั้นตอนรับเรื่องร้องเรียนของ กกต. ไปจนถึงวันที่ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กระบวนการทั้งหมดของดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ใช้เวลา 417 วัน ส่วนของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ใช้เวลา 53 วัน


.
2. ในบรรดา ส.ส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้งหมดที่ถูกร้อง ไม่ว่าจะเป็นธนาธร ส.ส. ทั้งฝั่งรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือรัฐมนตรีรวมแล้วอีกหลายสิบคน มีเพียงธนาธรคนเดียวเท่านั้นที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว



3. กกต ยังไม่ได้สอบปากคำพยานที่ลงลายมือชื่อในตราสารโอนหุ้นสักปาก ขณะที่ ปพพ กำหนดบทสันนิษฐานให้ข้อความในตราสารและสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นถือว่าถูกต้องเป็นจริง แต่ กกต. ไม่ได้แสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อหักล้างบทสันนิษฐานทางกฎหมายดังกล่าว การสอบสวนไต่สวนในชั้น กกต.ยังไม่แล้วเสร็จ แต่ กกต. กลับเร่งยื่นคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ



4. ธนาธรได้โอนหุ้นเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562 ก่อนการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งฯ และจวบจนบัดนี้ ยังไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดมาหักล้างบทสันนิษฐานความถูกต้องแท้จริงแห่งการโอนหุ้นดังกล่าวได้เลย



5. ในคดีนายดอน ได้มีการส่งหลักฐานบางชิ้นหลังการสืบพยานในศาลรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญเรียกสอบพยานของดอนเพียง 3 ปาก และศาลเชื่อว่ามีการโอนหุ้นจริง ส่วนธนาธรโดนเรียกไต่สวนทั้งหมด 10 ปาก


6. บริษัท วีลัค มิได้ประกอบกิจการเป็น “สื่อมวลชน” หากแต่วีลัคเป็นกิจการรับจ้างตีพิมพ์เท่านั้น อาทิ รับจ้างตีพิมพ์นิตยสารที่แจกบนเครื่องบิน และวีลัคยังไม่มีอำนาจควบคุมเนื้อหาหรือแม้แต่ตีพิมพ์นิตยสารโดยพลการด้วย เพราะเป็นอำนาจของผู้ว่าจ้าง



7. บริษัท วีลัค ได้แจ้งหยุดกิจการต่อสำนักงานประกันสังคมแล้วตั้งแต่มกราคม 2562 บริษัทไม่มีผลิตภัณฑ์ สินค้า และพนักงาน ตั้งแต่ก่อนธนาธรสมัคร ส.ส. ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562



8. เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ คือต้องการไม่ให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีอิทธิพลอำนาจหรือควบคุมสื่อมวลชนเพื่อนำไปเป็นคุณต่อตนเองและเป็นโทษต่อคู่แข่งทางการเมือง คำถามที่น่าสนใจคือ กระบวนการทั้งหมดที่พยายามเอาผิดกับธนาธรนั้นตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมายแล้วหรือไม่?


9. ในขณะที่ธนาธรและ ส.ส. อีกหลายสิบคนกำลังร้อนๆ หนาวๆ ว่าบริษัทของตนเองที่แม้ไม่ได้ทำสื่อจริง แต่มีเขียนระบุไว้ในบริคณห์สนธิว่าประกอบกิจการสื่อด้วยนั้นจะมีความผิดหรือไม่ แต่ยังมี ส.ส. คนหนึ่งที่นั่งสบายใจในสภาเพราะไม่ถูกร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ทุกคนในประเทศก็รู้ดีว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้สื่อมวลชนเครือหนึ่งเพื่อเป็นคุณแก่พรรคพวกตนเองและเป็นโทษต่อคู่แข่งทางการเมืองอย่างประจักษ์ชัด