ภาพเป็นข่าว

"คารม"ซัดเด็กพปชร.ไปอ่านประวัติศาสตร์การเมืองไทยให้มากกว่านี้

19 พฤศจิกายน 2019 เวลา 14:54 น.
เปิดอ่าน 192

ยอมไม่ได้หลังถูกโจมตี "นิติสงคราม" ชี้อย่าแสดงความเห็นเอาใจนายแต่ต้องดูหลักความจริง


เมื่อวันที่ 19 พ.ย.62 นายคารม​ พลพรกลาง​ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่กล่าวถึงกรณีที่​ นางสาว​ทิพานัน  ศิริชนะ  รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐแสดงความคิดเห็นถึงกรณี ที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ บรรยายกลไกทำงานเกี่ยวกับลอว์แฟร์ หรือ Lawfare หรือการใช้กระบวนการทางยุติธรรมเป็นเครื่องมือกำจัดศัตรูทางการเมือง

 

โดยนายคารมกล่าวว่าความจริงรองโฆษกพรรคพปชร.อาจมีความรู้ทางการเมืองน้อยไปหน่อยหรือไม่อย่างนั้นก็อาจจะหยิบเอา เฉพาะในส่วนที่ตัวเองได้ประโยชน์มาโจมตี อาจารย์ปิยบุตร  

 

น่าจะหาเวลาศึกษาว่าเวลาทหารยึดอำนาจ  หรือทำรัฐประหารส่วนใหญ่ทหารจะไม่เข้าไปทำอะไรกับศาลไทย แต่หลังปี  2549 ที่อดีตประธานศาลฎีกา  คือคุณชาญชัย  ลิขิตจิตถะ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการยึดอำนาจจากนั้นขบวนการตุลาการภิวัฒน์ก็เป็นที่รับรู้ของสังคมไทยมาเป็นลำดับว่าศาลกับการเมืองเกี่ยวข้องกันว่ารองโฆษกพรรค พปชร. อาจไม่ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์เหล่านี้


    
อ.ปิยบุตร  พูดถึงเรื่องลอว์แฟร์ในมิติของหลักการว่าศาลควรจะวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะศาลมีพวกมีเพื่อนมีชีวิตจิตใจศาลเป็นคนเพราะฉะนั้นการพูดถึงศาลจึงพูดถึงได้โดยเฉพาะนักการเมืองที่ประชาชนเลือกมาเป็นคนใช้อำนาจอธิปไตยเหมือนกับศาล ยิ่งต้องวิพากษ์วิจารณ์ศาลได้เพราะฐานะเท่ากัน 

 

แต่ประเทศไทยพยายามจะบอกว่าศาลมีฐานะสูงกว่าทุกองค์กร   ศาลมีกฎหมายพิเศษคุ้มครอง  อาจารย์ปิยบุตรทราบดีจึงไม่มีทางจะไปกดดันศาลได้  เท่าที่ฟังเรื่องที่อ.ปิยบุตรพูดก็เป็นการพูดเชิงหลักการที่เป็นสากล เรื่องหลายเรื่องเราเลือกอะไรที่เป็นสากล  แต่พอบางเรื่องเราจะบอกว่านี่ประเทศไทยไปเอาความเป็นสากลมาเทียบไม่ได้​ สรุปง่ายๆคืออะไรดีกับตัวเองจะเอามาใช้ว่างั้น

 

 

รองโฆษกพรรคพปชร.ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นไม่รู้หรือว่าในต่างประเทศเขาวิพากษ์วิจารณ์คำพิพากษาของศาลได้เต็มที่ไม่แปลกใจเหรอทำไมประเทศที่พัฒนาแล้วศาลจึงได้รับการยอมรับ เพราะศาลเขาแยกออกจากการเมืองนั้นเอง


รองโฆษกพรรค พป.ชร. ควรจะหาความรู้เรื่องนี้ให้มากไม่ต้องรีบพูดพรรคอนาคตใหม่ยึดหลักการที่เป็นสากลในการทำงานทุกระดับและเข้าใจกติกาบ้านเมืองดี แต่ที่เราต้องพูดความจริงเพราะเราอยากเห็นทุกอย่างเป็นที่ยอมรับของสังคมโลกไม่ใช่พูดให้ถูกใจใคร หรือเอาใจผู้มีอำนาจเพียงเพราะอยากมีอำนาจได้นานๆบนหลักการที่บิดเบี้ยวแต่ระยะยาวบ้านเมืองจะเสียหาย