ภาพเป็นข่าว

"อุตตม" เผย อีอีซี คืบหน้ารื้อย้าย-เวนคืนที่ สร้างรถไฟสามสนามบิน

18 พฤศจิกายน 2019 เวลา 19:53 น.
เปิดอ่าน 156

(18 พ.ย.) มีการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(กบอ.) ครั้งที่ 2/2562 โดยนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประธานการประชุม เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีรายงานที่น่าสนใจหลายเรื่องอาทิ 

         

1.รายงานผลการส่งมอบพื้นที่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินณวันที่ 13 พ.ย. 2562 ที่ผ่านมาพบว่า มีความคืบหน้าไปมากแล้ว เช่น การเวนคืน การโยกย้ายผู้บุกรุก การรื้อย้ายสาธารณูปโภค การก่อสร้างทดแทน ช่วงดอนเมือง– พญาไท และลาดกระบัง- อู่ตะเภา เป็นต้น 

     

2. การจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษการแพทย์จีโนมิกส์ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและสร้างความรู้ด้านการแพทย์จีโนมิกส์ นำไปสู่การรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพที่ดีขึ้น โดยคาดว่าจะใช้พื้นที่ในโครงการนี้ประมาณ 3.8 ไร่เป็นอาคารรวม 12 ชั้นขนาดประมาณ 24,000 ตร.ม. แต่จะมีการลงทุนในระยะแรกประมาณ 1,700 ตร.ม. ใช้เงินลงทุนเครื่องมือทางด้านเทคนิคประมาณ 1,250 ล้านบาทภายในเวลา 5 ปีซึ่ง ขณะนี้มีนักลงทุนจากสหรัฐอเมริกาเกาหลีใต้ และสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้ความสนใจที่จะเข้าร่วมลงทุน 

 

      

3. การจัดการขยะในพื้นที่อีอีซี ที่พบว่าในปี 61 มีปริมาณขยะประมาณ 4,200 ตัน/วันและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 6,800 ตัน/วันในปี 2580 โดยปัจจุบันการกำจัดขยะในพื้นที่ยังขาดประสิทธิภาพ และไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่ยังคงใช้วิธีฝังกลบซึ่งเกิดผลเสียการใช้พื้นที่และผลกระทบการปนเปื้อนน้ำใต้ดิน ดังนั้น จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำข้อเสนอโครงการจัดการขยะในพื้นที่อีอีซี สู่ต้นแบบการกำจัดขยะอย่างยั่งยืนให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน 

     

และให้กลุ่มบริษัท ปตท. บริษัทโกลบอล เพาเวอร์ซินเนอร์ยี่ จำกัดมหาชน  (GPSC) เข้าร่วมในการศึกษารวมทั้งให้จัดหาพื้นที่ สำหรับจัดตั้งโรงงานขยะและโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าจากขยะโดย ให้กระทรวงพลังงานพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าจากขยะดังกล่าว 

     

สำหรับความก้าวหน้าเกี่ยวกับตัวเลขการขอตั้งโรงงานใหม่ในพื้นที่อีอีซี ณ ปัจจุบัน มีโรงงานเปิดกิจการแล้ว 339 ราย เกิดมูลค่าการลงทุน 79,910.90 ล้านบาท และมีตัวเลขการจ้างงานใหม่ 17,011 คนโดยคาดว่าสิ้นปี 62 นี้จะมีตัวเลขการลงทุนในอีอีซีมากกว่า 1 แสนล้านบาท