ภาพเป็นข่าว

วุฒิสภาเมินร่วมสภาผู้แทนฯถกแก้รธน.

15 พฤศจิกายน 2019 เวลา 15:09 น.
เปิดอ่าน 21

พรเพชร ปล่อยสภาผู้แทนฯถกรื้อรธน. ยัน ส.ว.ไม่ร่วมกมธ.เว้นแต่เป็นกมธ.สองสภา

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่อาคารสุขประพฤติ ถนนประชาชื่น นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เปิดเผยว่า การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ของสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องมีสัดส่วนจากฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และคณะรัฐมนตรี จะไม่มีองค์ประกอบของส.ว. ถ้าอยากให้มีส.ว.ก็ต้องเสนอเป็นญัตติพิจารณาร่วมกันของรัฐสภา

 

นายพรเพชร กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หากมีการเชิญส.ว.เข้าร่วมด้วยก็เป็นสิทธิของส.ว.คนนั้น ตนคงไปบังคับไม่ได้ แต่จากกระแสข่าวที่มีชื่อส.ว. 2 คนอาจจะไปร่วมด้วยนั้น ก็ได้ออกมาปฏิเสธแล้ว และยังไม่ได้มีการติดต่อมาที่ตนแต่อย่างใด และขณะนี้ก็ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการฯ ของส.ว.ขึ้นมาศึกษาควบคู่กับของกมมาธิการฯ ของสภาฯ เนื่องจากญัตติของสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้เป็นไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่เพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ


ส่วนกรณีที่มีการตั้งคำถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญควรมีการแก้ไขในส่วนของที่มาส.ว.ด้วยหรือไม่นั้น นายพรเพชร กล่าวว่า ถ้าพูดว่าไม่ควรมีส.ว. หรือส.ว.เป็นไส้ติ่ง ตัดทิ้งไปนั้น อยากถามว่า ตลอดระยะเวลา 87 ปีของประชาธิปไตยนั้น เรามีแค่สภาฯ เดียวตอนไหน ตอบได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมามี 2 สภาฯ มาโดยตลอด ทั้งนี้ 5 เดือนที่ผ่านมาของส.ว.ชุดนี้ เราตั้งกรรมาธิการฯ ได้ในเวลาที่เร็วพอสมควร เข้ามาก็ทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย พิจารณาร่างพระราชกำหนดต่างๆ ไปตามปกติ รวมถึงวางโครงการวุฒิสภาพบประชาชนด้วย เรียกว่าชัดเจนกว่าสมัยสนช.ด้วยซ้ำ เพียงแต่ประชาชนไม่เห็น ซึ่งอาจเป็นเพราะได้สัมผัสกับผู้ที่ทำงานน้อยไป แต่ยืนยันว่า ตลอด 5 เดือนที่ผ่านมาไม่ได้ล้มเหลว และได้ผลงานเป็นที่พอใจ


สำหรับกรณีที่ส.ว.ถูกมองว่าชอบออกมารับลูกรัฐบาลนั้น นายพรเพชรกล่าวว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภา ต่างเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ชาติโดยตำแหน่ง ดังนั้น ต้องมีส่วนร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ชาติด้วย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ได้มีการรับลูกอะไร เมื่อกฎหมายปฏิรูปหรือกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติเข้าสู่การพิจารณา ก็จะได้เห็นการทำหน้าที่ของส.ว.อย่างแน่นอน