ภาพเป็นข่าว

ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยตีปีกร่วมหนุนสภาแก้ไขรธน.

6 พฤศจิกายน 2019 เวลา 19:06
ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยตีปีกร่วมหนุนสภาแก้ไขรธน.
เปิดอ่าน 289

ชงสเป็คปธ.กมธ.วิสามัญแก้รธน. ดันสภาตั้งกรรมการถกแถลงแห่งชาติจัดกิจกรรมวิ่งเพื่อรธน.

 

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 62   นายอนุสรณ์ ธรรมใจ  เลขาธิการคณะกรรมการอำนวยการและประธานคณะกรรมการบริหาร ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย (Associate for Democratic Constitution) ได้ออกคำชี้แจงต่อสาธารณชน   โดยสนับสนุนการส่งสัญญาณของประธานรัฐสภาให้มีการแก้ใขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย แก้ไขระบบเลือกตั้งที่มีปัญหา ทบทวนบทบาทและที่มาของสมาชิกวุฒิสภา  นำเสนอคุณสมบัติ 4 ข้อสำหรับผู้มาเป็นประธานกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมข้อเสนอการแก้ไขมาตรา 256

 

โดยระบุว่า    ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทาง “ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” ได้ไปพบปะหารือและติดต่อประสานงานผ่านช่องทางต่างๆไปยังสมาชิกสภาผู้แทนและสมาชิกวุฒิสภาเพื่อสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ซึ่งส่วนใหญ่ตอบรับในทางสนับสนุนให้มีการแก้ไข พร้อมทั้งได้ไปพบท่านประธานรัฐสภาชวน หลีกภัยเมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา ท่านประธานรัฐสภาเห็นด้วยกับหลักการสี่ข้อในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของทางภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย อันประกอบไปด้วย

 

หลักการที่หนึ่ง     การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนจากทุกภาคส่วน และเปิดกว้างให้มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพทางวิชาการ และเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างเต็มที่

 

หลักการที่สอง     ต้องทำให้เนื้อหาในรัฐธรรมนูญเป็นไปตามหลักการที่อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน โดยสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต้องได้รับการคุ้มครอง และยุติการสืบทอดอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน

 

หลักการที่สาม     ต้องทำให้เกิดฉันทามติร่วมกันในสังคมเพื่อยุติความขัดแย้งและสร้างความปรองดองสมานฉันท์

 

หลักการที่สี่         ต้องทำให้เกิดกระบวนการที่ทำให้ประชาธิปไตยเข้มแข็งมั่นคงขึ้นพร้อมขับเคลื่อน    การปฏิรูปประเทศทางด้านต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายได้  ถกแถลงและปรึกษาหารือกันเพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและประเทศดีขึ้น

 

ส่วนข้อเสนอการจัดตั้งเวทีการถกแถลงแห่งชาติเพื่อรัฐธรรมนูญของทุกคน ของ “ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” โดยให้สภาผู้แทนราษฎรแต่งตั้งคณะกรรมการถกแถลงแห่งชาติฯ ให้มีโครงสร้างคล้ายกับ สสร ปี 2540 ท่านประธานรัฐสภาได้แนะนำให้เสนอผ่านคณะกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

ทาง “ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” สนับสนุนการส่งสัญญาณของประธานรัฐสภาให้มีแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย แก้ไขระบบเลือกตั้งที่มีปัญหา ทบทวนบทบาทและที่มาของสมาชิกวุฒิสภาตามที่ท่านได้กล่าวบรรยายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เนื่องในโอกาสวันธรรมศาสตร์สามัคคีเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ผู้นำนักศึกษายุค พ.ศ.2494 นำนักศึกษาขับไล่คณะเผด็จการทหารยึดอาคารเรียนท่าพระจันทร์ไว้

 

 




 

ในส่วนของผู้ที่มาทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ทาง “ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” เห็นว่าต้องมีคุณสมบัติดังนี้ 1. ต้องมีจุดยืนประชาธิปไตยเข้มแข็งและยึดถือหลักการ ไม่เคยตัดสินใจหรือดำเนินการใดๆที่สะท้อนถึงความไม่เชื่อมั่นในหลักการประชาธิปไตย

 

2. มีความปรารถนาให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์และสันติสุขในบ้านเมือง 3. มีความสามารถในการประสานงานได้กับทุกฝ่ายและมีความเป็นกลางทางการเมือง 4. ต้องไม่เป็นผู้ที่มีเจตนาในการใช้เวทีของคณะกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเวทีในการเตะถ่วง หน่วงเหนี่ยวเพื่อไม่ให้อำนาจอธิปไตยกลับมาอยู่ที่ประชาชนอย่างแท้จริง หรือ ยื้อเวลาอยู่ในอำนาจรัฐที่ไม่อาจแก้ไขปัญหาของประเทศได้

 

ทาง “ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” เห็นด้วยกับการเริ่มต้นแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการแก้ไขมาตราที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน (มาตรา 256) เพื่อปลดล็อคให้สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ง่ายขึ้น โดยมีข้อเสนอดังนี้ 

 

“มาตรา 256 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะกระทำได้ก็แต่โดยหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้

 

(1) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหรือจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคนตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย

 

(2) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องเสนอเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและให้รัฐสภาพิจารณาเป็นสามวาระ

 

(3) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการ ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

 

(4) การพิจารณาในวาระที่สองขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา โดยการออกเสียงในวาระที่สองนี้ ให้ถือเสียงข้างมากเป็นประมาณ แต่ในกรณีที่เป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ประชาชนเป็นผู้เสนอต้องเปิดโอกาสให้ผู้แทนของประชาชนที่เข้าชื่อกันได้แสดงความคิดเห็นด้วย

 

(5) เมื่อการพิจารณาวาระที่สองเสร็จสิ้นแล้ว ให้รอไว้สิบห้าวัน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้รัฐสภาพิจารณาในวาระที่สามต่อไป

 

(6) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สามขั้นสุดท้าย ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

 

(7) เมื่อมีการลงมติเห็นชอบตาม (6) แล้ว ให้รอไว้สิบห้าวัน แล้วจึงนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย และให้นำความในมาตรา 81 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

(8) ก่อนนายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยตาม (7) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกทั้งสองสภารวมกัน มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา หรือของทั้งสองสภารวมกัน แล้วแต่กรณี มีสิทธิเข้าชื่อกันเสนอความเห็นต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกหรือประธานรัฐสภา แล้วแต่กรณี ว่าร่างรัฐธรรมนูญตาม (7) ขัดต่อมาตรา 255 และให้ประธานแห่งสภาที่ได้รับเรื่องดังกล่าวส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง ในระหว่างการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรีจะนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยมิได้

 

(9) ภายในสิบห้าวันที่มีการรอตาม (7) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา มีจำนวนไม่น้อยกว่าสามในห้าของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อกันเสนอเรื่องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก แล้วแต่กรณี ว่าร่างรัฐธรรมนูญตาม (7) มีสาระสำคัญที่ควรให้มีการลงประชามติ ให้ประธานแห่งสภาที่ได้รับเรื่องดังกล่าวส่งเรื่องให้คณะกรรมการเลือกตั้งเพื่อให้จัดให้มีการออกเสียงประชามติตามกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติโดยไม่ชักช้า ถ้าผลการออกประชามติเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม จึงให้ดำเนินการตามข้อ (7) ต่อไป

 

 


 

เนื้อหาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นย่อมมีความแตกต่างหลากหลาย จึงเห็นว่า ควรมุ่งไปที่การแก้ไขมาตราที่ไม่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยก่อน แก้ไขเพื่อให้ระบบการเมืองและระบบเลือกตั้งสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนโดยไม่บิดเบือน ส่งเสริมระบบนิติรัฐนิติธรรมให้เข้มแข็งขึ้น ส่งเสริมการกระจายอำนาจ และไม่เป็นอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาของประชาชน

 

รวมทั้ง สร้างระบบที่ออกแบบให้รัฐบาลมีเสถียรภาพโดยไม่ต้องอาศัยเสียงจาก ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช ควรใช้โอกาสในการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ เสริมสร้างบรรยายการเจรจาหารือเพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์และการปฏิรูประเทศให้ดีขึ้น

 

โดยทาง “ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” จะทยอยจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น โครงการเดินวิ่งเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย Democracy Run โครงการเสวนาทางวิชาการเพื่อให้ความรู้กับประชาชน จัดประชุมกลุ่มต่างๆเพื่อร่วมกันทำกิจกรรมรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยโดยจะเริ่มต้นที่กลุ่มผู้นำเยาวชนและผู้นำนิสิตนักศึกษาก่อน เป็นต้น

โครงการ Democracy Run “สูดลมหายใจมาให้เต็มปอด หอบความหวังมาให้เต็มหัวใจ วิ่งเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” คาดว่าจะจัดภายในเดือนธันวาคมนี้

                                                     



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน