ภาพเป็นข่าว

เสวนาร้อน 'คดี (กระทิงแดง) ชนตำรวจ' คาใจหลายปม 'บอส อยู่วิทยา'

1 สิงหาคม 2020 เวลา 20:36
เสวนาร้อน 'คดี (กระทิงแดง) ชนตำรวจ' คาใจหลายปม 'บอส อยู่วิทยา'
เปิดอ่าน 354

เปิดเสวนาร้อน “คดี (กระทิงแดง) ชนตำรวจ : นักกฎหมายเห็น สังคมรู้สึก คำถามที่กระบวนการยุติธรรมต้องตอบ” คาใจปมไม่สั่งฟ้อง

ที่ห้องประชุมจิตติ ติงศภัทิย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ศูนย์กฎหมายอาญา และอาชญาวิทยา จัดเสวนาโต๊ะกลม ในหัวข้อ “คดี (กระทิงแดง) ชนตำรวจ : นักกฎหมายเห็น สังคมรู้สึก คำถามที่กระบวนการยุติธรรมต้องตอบ” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย นายสุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล ผู้อำนวยการศูนย์กฎหมายอาญาและอาชญาวิทยา นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด นายปริญญา เทวานฤมิตรกูล รองอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ และนายรณกรณ์ บุญมี รองคณบดีนวัตกรรมและพัฒนาและผู้อำนวยการบัณฑิตศึกษา คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

ทั้งนี้ นายสุรศักดิ์ ได้ให้มุมมองน่าสนใจว่า การสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องคดีจะต้องอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง หากสั่งไม่ฟ้องจะต้องมีเหตุผลในการสั่งด้วย เช่น พยานหลักฐานเพียงพอหรือไม่ พยานหลักฐานได้มาด้วยความชอบธรรมหรือไม่ และเหตุผลเรื่องดุลยพินิจ ซึ่งจะต้องมีความชัดเจนเพราะเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ขณะนี้ต้องย้อนกลับไปดูด้วยว่า กระบวนการยุติธรรมน่าเชื่อถือหรือไม่ ส่วนกรณีที่ กมธ.กฎหมาย สนช.เรียกพยานมาสอบข้อเท็จจริงนั้น มองว่า กมธ.สนช.ไม่มีสิทธิ์สืบพยาน คนที่มีหน้าที่สอบสวนคือพนักงานสอบสวน หาก กมธ.เห็นว่ายังมีความไม่เป็นธรรม ก็ควรส่งเรื่องไปที่พนักงานสอบสวนเพื่อให้เกิดการสอบสวนใหม่ ไม่ใช่ส่งความเห็นควรสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องของตัวเองไปให้อัยการ และต้องมีการพิจารณาต่อไปด้วยว่าเหตุผลนี้มีน้ำหนักและเกิดผลเพียงพอให้ดำเนินคดีต่อไปหรือไม่




ด้านนายปริญญา ระบุว่า เราจะทำให้เรื่องนี้ถึงศาลยุติธรรมได้อย่างไร เพราะวิธีเดียวที่จะคืนความเชื่อถือได้ คือให้คดีไปถึงศาลยุติธรรม แต่จะมีวิธีการใดเพราะลำพังสั่งไม่ฟ้อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติสืบสวนคัดค้านได้ แต่กลับบอกว่าอัยการสูงสุดได้พิจารณาแล้ว มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีต่อนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทุกข้อกล่าวหา ส่วน ผบ.ตร.ไม่แย้งคำสั่งอัยการ ที่ผ่านมาผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่ตอบเรื่องเหตุผล ว่าเหตุใดไม่คัดค้าน 

"ในวันแรกที่คนไทยรู้ข่าว ก็รู้จากสำนักข่าวต่างประเทศ ทั้งที่เป็นคดีอยู่ในความสนใจคนไทยมาตลอด 8 ปี คนจึงสงสัยว่า เงินง้างความยุติธรรมได้จริงหรือไม่ เพราะสั่งไม่ฟ้องไปเงียบๆ"นายปริญญา กล่าว


นายปริญญา กล่าวว่า ผบ.ตร.จะลอยตัวไม่ได้อีกต่อไป เพราะต้องตอบคำถามสื่อมวลชน แต่สงสัยว่าลำพังมีเพียงพยานใหม่ 4 คนก็หักล้างหลักฐานเก่าได้เลยหรือไม่ หรือเหตุใดพยานเหล่านี้เพิ่งมาปรากฏตัวเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ทั้งยังไม่ได้มีการให้คำอธิบายอย่างสิ้นสงสัย เนื่องจากความจริงเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์น่าจะคุยกันได้ ขนาดเราขับรถเกินอยู่เนืองๆ ยังถูกตรวจวัด แต่กรณีนี้แตกต่างกันมาก กับความเร็วที่หายไป จาก 177 กับ 76 กม./ชม.

"อีกหลักฐานคือ คดีเสพโคเคนขณะขับรถ ซึ่งการเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 ผิดกฎหมาย ทำไมไม่ตั้งข้อหานี้ เราปิดผับ ร้านเหล้า เราจับคนขับรถเพื่อตรวจฉี่ม่วง ที่บอกว่ามาจากยาชา ในวงการทันตแพทย์เลิกใช้เป็นส่วนประกอบมา 150 ปีแล้ว ไปถามหมอฟันคนนั้น ซึ่งหมอก็บอกว่าไม่อยู่ในยาชา"นายปริญญา ระบุ

นายปริญญา กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ คดีผ่านไป 8 ปีแล้วถามว่าขาดอายุความแล้วหรือไม่ ใน พ.ร.บ.ยาเสพติด มาตรา 91 ระบุว่า เสพยาประเภท 1-2 มีโทษสูงสุดจำคุก 3 ปี ดังนั้น อายุความคือ 10 ปี เท่ากับว่าอายุความยังไม่ขาด จึงขอตั้งคำถามต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าท่านตรวจพบสาร แต่ไม่ตั้งข้อหา เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน