Hot social

'บอส อยู่วิทยา'ได้ยา'อะม็อกซีซิลลิน' จาก'หมอฟัน'อาจส่งผลลวงต่อการตรวจ

31 กรกฎาคม 2020 เวลา 17:25
'บอส อยู่วิทยา'ได้ยา'อะม็อกซีซิลลิน' จาก'หมอฟัน'อาจส่งผลลวงต่อการตรวจ
เปิดอ่าน 783

"คกก.สอบข้อเท็จจริงตร." คดี "บอส อยู่วิทยา" ดูเฉพาะ "ตำรวจ" ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบปฏิบัติหรือไม่ แจง "สารโคเคน" ในร่างกาย ไม่พบ โดยตรง ตามรายงาน "รพ.รามาฯ" เปิดชื่อตัวยา "อะม็อกซีซิลลิน" ที่ "หมอฟัน" ให้มา อาจส่งผลลวงต่อการตรวจ ลั่น ขอเวลาถามผู้เชี่ยวชาญ หากสุดท้ายเกิดจากสารเสพติด จ่อชง "ผบ.ตร." ดำเนินการตามกม.

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมพล.ต.ท.สมชาย พัชรอินโต ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี และพล.ต.ท.กฤษณะ ทรัพย์เดช จเรตำรวจ ได้แถลงชี้แจงภายหลังการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง คดีที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส อยู่วิทยา ขับรถชนดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิตเมื่อปี 2555 ซึ่งวันนี้ได้ดำเนินการตรวจสอบเป็นวันที่ 3 โดยคณะกรรมการฯ 

พล.ต.อ.ศตวรรษ กล่าวว่า คณะทำงานได้ดำเนินการประชุม โดยยึดถือกรอบที่จะดำเนินการโดยเฉพาะกรอบแรกเกี่ยวกับการทำงานของพนักงานสอบสวนที่ได้ดำเนินการ จนกระทั้งมีการเสนอความเห็นสั่งฟ้องไปที่พนักงานอัยการในข้อหาขับรถโดยประมาท กรอบที่ 2 จะพิจารณาเรื่องที่พนักงานสอบสวนได้มีการสอบเพิ่มเติมตามคำสั่งอัยการ และกรอบสุดท้ายเกี่ยวกับเรื่องความเห็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีความเห็นไม่แย้งกับความเห็นของอัยการ ขณะนี้คณะทำงานได้ลงลึกในรายละเอียด ยืนยันว่าคณะกรรมการนี้จะพิจารณาเฉพาะการดำเนินการของตำรวจเท่านั้นว่าถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบการปฏิบัติหรือไม่ และมีการดำเนินการอย่างไร 

พล.ต.อ.ศตวรรษ กล่าวว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันนี้ประเด็นแรก ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการพบสารที่เกี่ยวกับโคเคนหรือโคเคอีน ในการตรวจนายบอส ซึ่งได้มีการตรวจเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 ผลการตรวจออกมาวันที่ 11 ตุลาคม 2555 โดยแพทย์ผู้ตรวจยืนยันว่าสารที่ตรวจพบเกิดจากกระบวนการสลายตัวของสารที่เกี่ยวกับโคเคอีนกับแอลกอฮอล์ โดยไม่มีการพบโคเคนโดยตรง ตามรายงานของสาขานิติเวชวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี 

นอกจากนี้ได้มีการสอบถามไปที่นิติเวชตำรวจด้วย สารที่ตรวจพบทั้งหมดมีอยู่ 4 ประกอบด้วย1.สารอัลฟาโซแลม เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภทที่ 4 ตามพ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท หรือทางการแพทย์อาจจะเรียกว่ายานอนหลับ 

2.Benzoylecgonine( เบนโซอิลเอคโกนีน ) 

3.Cocacthylene((โคเคแอคทีลีน) 

และ4.คาเฟอีน (Caffeine) เป็นสารที่อยู่ในกาแฟ ซึ่งจะมีปัญหาอยู่ที่สารตัวที่ 2 และ 3 ซึ่งเป็นผลของการย่อยสลาย ที่ทางการแพทย์บอกว่ามาจากโคเคน หรือโคเคอีน




พล.ต.อ.ศตวรรษ ย้ำอีกว่า เป็นการย่อยสลาย ไม่ใช่โคเคอีนโดยตรง สารตัวนี้ทางการแพทย์ยืนยันว่าเป็นสารที่สามารถที่จะ Benzoylecgonine เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท แต่เป็นสารที่เกิดขึ้นในร่างกายเมื่อเสพโคเคอีน จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ส่วนสาร Cocacthylene ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทแต่เป็น Metabolism ที่เกิดขึ้นในร่างกายเมื่อเสพโคเคอีนร่วมกับแอลกอฮอล์ สิ่งที่เป็นประเด็นคือสารตัวที่ 2 และ 3 ถ้าเราพบตัวนี้ก็แสดงว่าเราเสพโคเคอีน แต่จากการยืนยันของผู้ต้องหาหรือนายบอส ได้บอกว่าได้มีการไปหาทันตแพทย์และหมอมีการให้ยา ยาตัวที่หมอให้มาเป็นยาอะม็อกซีซิลลิน 500 มิลิกรัม และหมอยืนยันในบันทึกคำให้การอย่างชัดเจนว่า “ไม่มียาเสพติด” ยืนยันว่ายาที่หมอให้นายบอสไม่มีสารเสพติด 

พล.ต.อ.ศตวรรษ กล่าวว่า ส่วนสารที่ 2 และ 3 ที่บอกว่าเกิดจากการเสพโคเคอีน อาจจะมาจากได้ 1.เกิดจากยาปฏิชีวนะหรือไม่ 2.การเสพโคเคนหรือโคเคอีนเพียงอย่างเดียว ซึ่งทางคณะกรรมการจะดำเนินการ เพื่อให้รู้ว่ากรณีนี้จะเป็นข้อมูลในการที่จะแจ้งข้อหาเพิ่มกับนายบอสได้หรือไม่ ซึ่งขอเวลาไปสอบถามจากผู้รู้ผู้ชำนาญ หรือจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อนำข้อมูลมาประมวลในคณะกรรมการ

อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้นำผลการตรวจดังกล่าวไปสอบสวนแพทย์ทั้ง 2 โรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าเป็นสารเสพติดหรือไม่  ซึ่งแพทย์ให้ความเห็นว่าผลการตรวจดังกล่าวอาจเกิดจากยาปฎิชีวนะ ที่อาจส่งผลลวงต่อการตรวจหรือเป็นสารเสพติดจริง เมื่อนำมาพิจารณาในคณะพนักงานสอบสวนแล้วเห็นว่าสารทั้ง 2 ชนิดไม่ถูกบัญญัติว่าเป็นสารที่ผิดกฎหมาย ประกอบกับไม่มีหลักฐานอื่นจึงไม่ได้แจ้งข้อหาในความผิดที่เกี่ยวข้อง แต่ได้ทำรายงานความเห็นเรื่องที่ส่งไปยังอัยการ

ส่วนที่มีการนำเรื่องนี้ไปชี้แจงกับคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ และมีการเปิดเผยข้อมูลว่าสารโคเคนดังกล่าวเกิดจากการรักษาฟันนั้น เชื่อว่าเป็นความเข้าใจที่คาดเคลื่อนและข้อมูลดังกล่าวมีการตรวจสอบยืนยันเป็นเอกสารชัดเจน ส่วนการดำเนินการหลังจากนี้คือการหาผู้เชี่ยวชาญที่จะชี้ชัดได้ว่าสารทั้ง 2 ชนิด เกิดจากอะไร ซึ่งอาจประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหาข้อสรุปและหากท้ายที่สุดพบว่าเป็นสารเสพติดจริงจะเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


พล.ต.อ.ศตวรรษ กล่าวว่า ส่วนการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง หนึ่งในพยานปากสำคัญที่จังหวัดเชียงใหม่ ยืนยันว่าไม่มีผลต่อการทำงานของชุดพนักงานสอบสวนครั้งนี้แต่ก็ได้อธิบายว่านายจารุชาติเป็นพยานที่ให้การเมื่อเดือนกันยายน 2555 ในฐานะผู้เห็นเหตุการณ์ แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลเรื่องความเร็ว จนกระทั้งปี 2562 อัยการเรียกให้สอบปากคำในประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติมพร้อมกับพยานที่เป็นนายทหาร 

อย่างไรก็ตาม เรื่องการพิจารณทข้อเท็จจริงเรื่องความเร็วรถในขณะนั้น ยังมีข้อถกเถียงในที่ประชุม ยังไม่ได้ข้อยุติจึงต้องมีการสอบสวนในประเด็นนี้ต่อ ส่วนการทำสำนวนคดีของพนักงานสอบสวนชุดแรกจะมีความบกพร่องทางวินัยหรือไม่อย่างไร ป.ป.ช. ได้พิจารณาไต่สวนเรื่องนี้ไปหมดแล้ว ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเสร็จสิ้นใน 15 วันหรือไม่นั้น ยังตอบไม่ได้แต่จะพยายามเร่งรัดให้ทันกำหนด



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน