Hot social

คณบดีเกษตรฯ มข.แจง "กินหมารับน้อง" แค่เรื่องเล่ารุ่นพี่หลอก

8 พฤษภาคม 2020 เวลา 13:39
คณบดีเกษตรฯ มข.แจง "กินหมารับน้อง" แค่เรื่องเล่ารุ่นพี่หลอก
เปิดอ่าน 76

คณบดีเกษตรฯ มข.แจง ดราม่า "รับน้องกินเมนูหมา" แค่เรื่องเล่า รุ่นพี่ยันไม่เคยมี ยันแค่เรื่องอำ

จากกรณีประเด็นดราม่า แฮชแทก #แฉเกษตรมข. เรื่องรับน้องบังคับให้กินอาหารจากเนื้อหมาและยังมีโซตัส กลายเป็นกระแสในโลกโซเชียลขณะนี้ รศ.ดร.ดรุณี โชติษฐยางกูร คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ออกมาชี้แจงถึงการรับน้องว่า เรื่องระบบโซตัส ระบบเชียร์อยู่ในมหาวิทยาลัยเป็นเวลานาน โดยเฉพาะคณะเกษตรศาสตร์ หรืออีกหลายคณะ  มหาวิทยาลัยขอนแก่นให้ความสำคัญ กำกับดูแลเพื่อให้ระบบการเชียร์ในปัจจุบัน สร้างสรรค์ กำหนดการเชียร์จำนวนให้ทำกิจกรรมได้ดีขึ้น ทั้งในห้องเชียร์ มีการพัก 20 นาที ให้เป็นไปตามกฎระเบียบ เลิกในเวลา 4 ทุ่ม

รศ.ดร.ดรุณี ระบุอีกว่า เชื่อว่าระบบโซตัสไม่มีในมหาวิทยาลัยแล้ว สังคมก็เปลี่ยนไป เด็กเกษตรฯ ที่เข้ามาปีแรก จะพาเข้าวัดปฏิบัติธรรมก่อน 7 วันส่วนกิจกรรมอื่นก็มี เพราะต้องมีรุ่นพี่รุ่นน้อง ในเด็กต้องทำงานเป็นทีม ทำให้ต้องมีกิจกรรมอีกหลายอย่าง ระบบโซตัสมีการบังคับหรือเปล่า เราพยายามไม่ให้มีขึ้นอยู่แล้ว ที่เป็นประเด็นขึ้นมาแสดงว่า สิ่งที่เราพยายามควบคุมและทำให้สร้างสรรค์อาจจะมีบางส่วนเราควบคุมได้ไม่ 100% เพราะมหาวิทยาลัยเราคุมกิจกรรมภายใน นอกเวลาจะมีอาจารย์ดูแลตลอด เมื่อมีข่าวคณะก็ให้ความสำคัญ เราจะควบคุมอย่างไรไม่ให้การใช้ความรุนแรงกับรุ่นน้องเกิดขึ้น แต่การกำกับดูแลเพียงสิ่งเดียวคงไม่เพียงพอ เราจะมองเรื่องการส่งเสริมด้วย ให้รุ่นพี่รุ่นน้องรู้จักกัน เคารพสิทธิกันและกัน




รศ.ดร.ดรุณี ระบุว่า ประเด็นเรื่องของการกินเนื้อหมา จริงๆ เป็นตำนานรุ่นพี่หลอกให้สามารถเอาตัวรอด ในความเป็นจริงสภาวะสังคมปัจจุบันเป็นไปไม่ได้ รับรองได้เลยว่า ไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น คณะยังมีการสนับสนุนให้ทางมหาวิทยาลัยร่วมกับคณะสัตวแพทย์ ทำที่พักพิงหมาจรจัดที่มีกว่า 475 ตัว เป็นไม่ได้ที่เด็กเกษตรฯจะทำเหมือนที่เป็นข่าว


ด้านนางสาวณัฐกานต์ พรรณขาม นักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ มข.ปี 4 เปิดเผยว่า เรื่องกินหมาอาจจะเป็นการอำกันเล่นต่อๆ กันมามากกว่าหรือว่าในอดีตอาจจะมี แต่ว่าในปัจจุบันไม่มีแล้วยืนยันได้ เพราะเป็นคนที่มีหน้าที่เตรียมอาหาร เตรียมวัตถุดิบให้กับน้องๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อหมู ไก่ ที่ซื้อจากตลาดสด ซึ่งเป็นหน้าที่ของพี่ปี 2 ปี 3 คอยควบคุมอีกที แต่ถ้ากรณีที่บอกว่าที่กินนั้นเป็นเนื้อหมา เป็นการหลอกน้องมากกว่า ไม่ใช่เนื้อหมาอย่างแน่นอน 

"ส่วนการรับน้องอาจจะดูเหมือนโซตัสบ้าง เป็นการให้น้องเตรียมตัว พร้อมอยู่ในที่ใหม่ ไม่ใช่ชีวิตมัธยม ตนมองว่าที่รุ่นพี่อาจจะมีน้ำเสียงกดดัน เพื่อให้น้องมีความอดทน พอเจอแรงกดดันแบบนี้ จะได้ฝึกไว้ หลังจบไปอาจจะต้องเจอความกดดันในการทำงานมากกว่านี้ ซึ่งส่วนตัวก็ไม่ได้ชอบทั้งหมดในวิธีการรับน้อง แต่สำหรับตนเอง ก็เห็นผลของการรับน้องและอยู่ร่วมกันมาจากที่แต่ก่อนเป็นคนทำงานไม่เป็นระบบ พอมาอยู่ตรงนี้ มีการฝึกให้ทำงานอย่างเป็นระบบ แต่ยืนยันว่าไม่เคยถูกบังคับให้ทำในสิ่งไม่ชอบ หรือทำไม่ได้ ทั้งกินหมา กินเหล้า ปฏิเสธก็ไม่ได้ถูกกลั่นแกล้ง"นางสาวณัฐกานต์ กล่าว



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน