Inside ครม.

เปิดที่มาให้อำนาจท้องถิ่น เก็บค่าที่จอดรถ-ล็อคล้อ ได้

13 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 7:00
เปิดที่มาให้อำนาจท้องถิ่น เก็บค่าที่จอดรถ-ล็อคล้อ ได้
เปิดอ่าน 1,572

การจัดเก็บค่าจอดรถได้ เป็นไปตามกม.จัดระเบียบการจอดรถในเขตองค์กรกครองส่วนท้องถิ่นปี62

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความใน พ.ร.บ.จัดระเบียบการจอดรถในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2562 รวม 3 ฉบับ โดยเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์การเก็บค่าที่จอดรถโดย อปท. ซึ่ง อปท.สามารถจัดเก็บค่าที่จอดรถได้ในที่ชุมชน เช่น  ตลาด ที่อยู่อาศัย สถานที่ราชการ สถานศึกษา สถานพยาบาล สถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น  

ร่างกฎกระทรวงดังกล่าว ออกตามความใน พ.ร.บ.จัดระเบียบการจอดรถในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 โดยมีสาระสำคัญ

กำหนดให้ผู้บริหารท้องถิ่น ,รองผู้บริหารท้องถิ่น พนักงานส่วนท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่อื่นของ อปท.ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นแต่งตั้ง มีอำนาจเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อทำหน้าที่

1.ควบคุมการจอดรถในที่จอดรถให้เป็นไปตามระเบียบการจอดรถ

2.เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจอดรถ ในที่จอดรถตามอัตราและวิธีการที่กำหนด

3. สั่งให้ผู้จอดรถในที่ที่มีกฎหมายห้ามจอดรถตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกเคลื่อนย้าย

รถออกไปจากที่ดังกล่าว ในกรณีที่ไม่พบผู้ขับขี่รถนั้น จะใช้เครื่องมือบังคับไม่ให้เคลื่อนย้ายรถหรือ

เคลื่อนย้ายรถไปไว้ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นก็ได้

นอกจากนี้ยังให้อำนาจ อปท.มอบให้เอกชนทำหน้าที่เรียกเก็บค่าที่จอดรถแทน โดยผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ยอมจ่ายค่าที่จอดรถ กฎหมายกำหนดให้ต้องเสียค่าปรับ ไม่เกิน 1,000 บาท และหากไม่เสียค่าปรับ จะต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี จนกว่าจะชำระครบถ้วน 

 




ขณะเดียวกัน ยังให้อำนาจ อปท.มีสิทธิยึดหน่วงรถที่อยู่ในครอบครองของพนักงานเจ้าหน้าที่ ไว้ได้จนกว่าจะได้รับชำระค่าปรับ โดยในการยึดรถดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับเจ้าพนักงานจราจรตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก

อย่างไรก็ตาม กฎกระทรวงนี้ กำหนดให้มีมาตรการประกันรายได้ของ อปท. และมาตรการป้องกันการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจนเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร รวมถึงมาตรการการแข่งขันอย่างเป็นธรรมด้วย

โดยเงินค่าที่จอดรถ ค่าใช้จ่าย ค่าดูแลรักษารถ และค่าปรับ ให้ตกเป็นรายได้ของ อปท.

 


สำหรับค่าธรรมเนียมในการจอดรถ ซึ่ง ครม.เห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 11 ก.พ. มีดังนี้

1. รถจักรยานยนต์ ชั่วโมงแรก 5 บาท ชั่วโมงต่อไป 10 บาท

2. รถยนต์ขนาดไม่เกิน 4 ล้อ ชั่วโมงแรก 10 บาท ชั่วโมงต่อไป 20 บาท

3. รถยนต์ขนาด 6 ล้อ ชั่วโมงแรก 20 บาท ชั่วโมงต่อไป 30 บาท

4. รถยนต์ขนาด 8 ล้อ ชั่วโมงแรก 30 บาท ชั่วโมงต่อไป 40 บาท

5. รถยนต์ขนาด 10 ล้อ ชั่วโมงแรก 40 บาท ชั่วโมงต่อไป 60 บาท

6. รถยนต์ขนาดเกิน 10 ล้อ ชั่วโมงแรก 50 บาท ชั่วโมงต่อไป 80 บาท

7. ยานพาหนะทางบกประเภทอื่น ชั่วโมงแรก 50 บาท ชั่วโมงต่อไป 80 บาท

 

อัตราค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องมือบังคับไม่ให้เคลื่อนย้ายรถได้ไม่เกินอัตราคันละ 500 บาท ส่วนอัตราค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายรถ ดังนี้

1. รถจักรยานยนต์ คันละ 500 บาท

2. รถยนต์ขนาดไม่เกิน 4 ล้อ คันละ 1,500 บาท

3. รถยนต์ขนาด 6 ล้อ คันละ 1,500 บาท

4. รถยนต์ขนาด 8 ล้อ คันละ 2,000 บาท

5. รถยนต์ขนาด 10 ล้อ คันละ 2,000 บาท

6. รถยนต์ขนาดเกิน 10 ล้อ คันละ 2,500 บาท

7. ยานพาหนะทางบกประเภทอื่น คันละ 2,500 บาท

 

อัตราค่าดูแลรักษารถที่ถูกเคลื่อนย้าย

1. รถจักรยานยนต์ คันละ 200 บาท

2. รถยนต์ขนาดไม่เกิน 4 ล้อ คันละ 300 บาท

3. รถยนต์ขนาด 6 ล้อ คันละ 500 บาท

4. รถยนต์ขนาด 8 ล้อ คันละ 500 บาท

5. รถยนต์ขนาด 10 ล้อ คันละ 500 บาท

6. รถยนต์ขนาดเกิน 10 ล้อ คันละ 500 บาท

7. ยานพาหนะทางบกประเภทอื่น คันละ 500 บาท

 

 

 



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน