Inside ครม.

ครม.ไฟเขียวกู้เงิน 800 ล้านโปะหนี้การรถไฟขาดทุน

21 มกราคม 2020 เวลา 17:32
ครม.ไฟเขียวกู้เงิน 800 ล้านโปะหนี้การรถไฟขาดทุน
เปิดอ่าน 151

ครม. เสนอเอกสารเพิ่มเติมดันแก่งกระจานเป็นมรดกโลก-ผ่านร่างพรฎ.เลือกตั้งซ่อมกำแพงเพชร

 

เมื่อวันที่  21 ม.ค. 63  การประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ที่จ.นราธิวาส ซึี่งมี พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน มีมติเห็นชอบหลายเรื่องที่สำคัญ  เริ่มจาก  ครม.อนุมัติ ตามข้อเสนอของกระทรวงคมนาคม  เสนอ  การกู้เงินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)

 

โดยให้กระทรวงการคลัง (กค.)  เป็นผู้ค้ำประกัน รวมทั้งพิจารณาวิธีการกู้เงิน เงื่อนไขและรายละเอียดตามความเหมาะสม สำหรับการขอยกเว้นค่าธรรมเนียมการกู้เงินให้ รฟท. พิจารณาดำเนินการตามความเห็นของ กค. ดังต่อไปนี้

 

1. เงินกู้เพื่อบรรเทาการขาดสภาพคล่องในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงิน 10,910.69  ล้านบาท

2. เงินกู้ระยะสั้น (วงเงินกู้เบิกเกินบุญชี) วงเงิน 800.00 ล้านบาท  โดยให้ รฟท. พิจารณาคัดเลือกสถาบันการเงินด้วยวิธีการประมูลตามความเห็นของ กค.

 

สาระสำคัญของเรื่อง

คค. รายงานว่า 1.รฟท. ได้เสนอขออนุมัติกู้เงินเพื่อใช้การดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ซึ่ง คณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยได้มีมติเห็นชอบแล้ว เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2562 มีรายละเอียด ดังนี้

 

การกู้เงินเพื่อใช้ในการดำเนินงาน (เงินกู้เพื่อบรรเทาการขาดสภาพคล่อง)  รฟท. ได้ประมาณการกรอบวงเงินกู้เพื่อบรรเทาการขาดสภาพคล่องที่ได้รับการบรรจุวงเงินกู้ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2563 จำนวน 10.910.69 ล้านบาท

 

ทั้งนี้  รฟท. มีผลประกอบการขาดทุน เนื่องจากรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและ รฟท. ไม่มีการปรับเพิ่มรายได้การขนส่งให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน 

 

ตั้งแต่ปี 2528 ในขณะที่การชดเชยการขาดทุนฯ ของ รฟท. ตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 ที่รัฐต้องจ่ายให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเท่าจำนวนที่ขาด  ถ้ารายได้มีจำนวนไม่พอสำหรับรายจ่ายและการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่สามารถหาเงินจากทางอื่นได้ ซึ่งภาครัฐมีเงินจำกัดไม่สามารถจัดสรรให้เพียงพอกับการขาดทุนจริง ทำให้ รฟท. ต้องกู้เงินโดยให้รัฐบาลค้ำประกันเพื่อมาใช้ในการดำเนินงานอันก่อให้เกิดภาระดอกเบี้ยจ่ายในการกู้เงิน

 

1.เงินกู้ระยะยสั้น  รฟท.  มีความจำเป็นต้องกู้เงินระยะสั้นเพื่อให้มีวงเงินสำรองไว้ใช้เสริมสภาพคล่อง

ในช่วงที่ประสบปัญหาเงินสดขาดมือ โดยได้ทำสัญญาเงินกู้ระยะสั้น วงเงิน 800 ล้านบาท  อายุสัญญา 1 ปี  โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562  รฟท. ได้ต่ออายุสัญญาเงินกู้ดังกล่าวกับธนาคารกรุงไทย  จำกัด (มหาชน) แล้ว และจะครบกำหนดอายุสัญญาในวันที่ 29 มีนาคม 2563 รฟท.จึงมีความจำเป็นต้องต่ออายุสัญญาเงินกู้ระยะสั้นไว้สำหรับใช้ในกรณีที่ขาดเงินทุนหมุนเวียนในช่วงใดช่วงหนึ่ง เพื่อไม่ให้การดำเนินงานต้องหยุดชะงัก ต่อไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2563 ถึง 29 มีนาคม 2564 

 

รฟท. รับภาระต้นเงินกู้ ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายในการกู้เงิน และ กค. ค้ำประกันการกู้เงิน รวมทั้งพิจารณาวิธีการกู้เงิน  เงื่อนไข และรายละเอียดตามความเหมาะสม พร้อมขอยกเว้นการคิดค่าธรรมเนียมการค้ำประกันเงินกู้ให้แก่ รฟท.



 

ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 2 แทนตำแหน่งที่ว่าง 

 

ทั้งนี้ เนื่องด้วยศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยลงโทษจำคุกและปรับ พ.ต.ท. ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส. กำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 2 ฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรและเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน

 

จึงเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ ส.ส. ของ พ.ต.ท. ไวพจน์ฯ สิ้นสุดลงเมื่อต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 101 (13) และต้องตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. แทนตำแหน่งที่ว่าง ภายใน 45 วันนับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง (ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563)

 

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเอกสารเพิ่มเติม (Additional Information) การนำเสนอพื้นที่กลุ่ม ป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก และมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม (Additional Information) การนำเสนอพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก ต่อศูนย์มรดกโลก ภายในวันที่ 31 มกราคม 2563 ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอ

 

สาระสำคัญของเรื่อง

 เอกสารเพิ่มเติม (Additional Information) การนำเสนอพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเพื่อเป็นมรดกโลก เป็นการจัดทำคำชี้แจงประเด็นต่าง ๆ และรายงานผลการดำเนินงานตามข้อมติคณะกรรมการมรดกโลก ในการประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ 43 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน – 9 กรกฎาคม 2562 วาระการประชุม 8B.5 การพิจารณาการนำเสนอพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก ที่มีมติให้ส่งกลับเอกสาร (Referral) ให้ดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ สรุป ดังนี้

 

1. ปรับปรุงแนวขอบเขตการนำเสนอแหล่งมรดกทางธรรมชาติ โดยอยู่บนพื้นฐานของข้อตกลงระหว่างรัฐภาคีราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

 

ราชอาณาจักรไทยได้ดำเนินการปรับขอบเขตพื้นที่การนำเสนอฯ ตามบันทึกการหารือ (Agreed Minutes) ในการประชุมหารือร่วมกันของคณะเจ้าหน้าที่เทคนิคไทย – เมียนมา วันที่ 25 – 26 เมษายน 2562 ณ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ กรุงเทพมหานคร และตามที่ได้หารือร่วมกันในระหว่าง  การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 43 ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน โดยพื้นที่นำเสนอฯ มีขนาด 4,089.4 ตารางกิโลเมตร

 

 2. เตรียมการและนำเสนอข้อมูลที่ปรับปรุงด้านการศึกษาเปรียบเทียบที่แสดงให้เห็นว่าการลดขนาดของพื้นที่การนำเสนอแหล่งเป็นมรดกโลกยังคงมีคุณค่าความโดดเด่นเพียงพอตรงตามหลักเกณฑ์ในข้อที่ 10 และยังคงแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของความครบถ้วนสมบูรณ์ การปกป้องคุ้มครองและแผนการบริหารจัดการ

ราชอาณาจักรไทยได้ดำเนินการวิเคราะห์เปรียบเทียบคุณค่าของพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานในเรื่องส่วนความหลากหลายทางชีวภาพของสังคมพืชและสัตว์ ความเหมาะสมของถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่นำเสนอใหม่ และแผนการป้องกันและการบริหารจัดการพื้นที่ที่ยังคงดำเนินการครอบคลุมเต็มพื้นที่และเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการจัดให้มีการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) และการติดตั้งกล้องดักถ่ายสัตว์ป่าในการป้องกันและรักษาทรัพยากรในพื้นที่

 

3. แสดงให้เห็นว่าข้อห่วงกังวลทั้งหมดได้รับการแก้ไขโดยการปรึกษาอย่างเต็มที่ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น ตามเอกสารแนวทางการอนุวัตตามอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ย่อหน้าที่ 123

 

ราชอาณาจักรไทยมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาตามข้อห่วงกังวลของสำนักข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่ได้หยิบยกประเด็นเกี่ยวกับชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน และการรับฟังความคิดเห็นและข้อห่วงกังวลของชุมชนต่อการนำเสนอพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก โดยจัดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของชุมชนในพ้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประกาศพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2562 – 2563 ได้จัดกิจกรรมดังกล่าวในชุมชน   ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติและพื้นที่ต่อเนื่อง จำนวน 52 หมู่บ้าน ทั้งชุมชนชาวไทยและชุมชนชาวกะเหรี่ยง –  กะหร่าง โดยมีชาวบ้านจำนวน 1,947 ราย จาก 40 หมู่บ้าน ให้การสนับสนุนการขึ้นทะเบียนพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก

 

4. สนับสนุนให้หารืออย่างต่อเนื่องระหว่างราชอาณาจักรไทยและองค์กรที่ปรึกษาและเสนอแนะให้เชิญสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) ในฐานะองค์กรที่ปรึกษาปฏิบัติภารกิจในการให้คำปรึกษาในการดำเนินการจัดเตรียมเอกสารข้อมูลเพิ่มเติมตามที่ร้องขอตามข้อมติ

 

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีหนังสือถึงผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลก เพื่อเชิญผู้แทนจากสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) ในฐานะองค์กรที่ปรึกษาทางธรรมชาติของคณะกรรมการมรดกโลกตรวจเยี่ยมพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน และอยู่ระหว่างรอการตอบรับคำเชิญ

 

5. สนับสนุนให้รัฐภาคีสมาชิกไทยและเมียนมาดำเนินงานร่วมกันในการเชื่อมต่อแนวระบบนิเวศ และร่วมมือด้านการอนุรักษ์ระหว่างแหล่งที่อยู่ระหว่างการนำเสนอเป็นแหล่งมรดกโลก และพื้นที่อนุรักษ์ในฝั่งเมียนมา

 

ราชอาณาจักรไทยมีความพร้อมและยินดีที่จะร่วมกับเมียนมา เพื่อร่วมกันจัดทำเอกสารนำเสนอพื้นที่คุ้มครองข้ามพรมแดน เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกข้ามพรมแดน (Trans boundary) ร่วมกัน

 

ติดตามมติครม.ประจำวันที่  21 ม.ค. 63  ได้ที่นี่ https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/25960


Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน