Inside ครม.

เปิดแฟ้มครม.สัญจร แก้ภัยแล้งออกมาตรการระงับฝุ่นควัน

20 มกราคม 2020 เวลา 20:38
เปิดแฟ้มครม.สัญจร แก้ภัยแล้งออกมาตรการระงับฝุ่นควัน
เปิดอ่าน 137

เปิดแฟ้มครม.ติดตามแก้ภัยแล้ง ออกมาตรการแก้ฝุ่นควันระยะเร่งด่วน ชงพรฎ.เลือกตั้งซ่อม

 

เรียกได้ว่าย้ายสถานที่ไปประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) หรือ ครม.สัญจร ครั้งแรกในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่จ.นราธิวาส   แน่นอนวาระการประชุมครั้งนี้ จึงต้องโฟกัสไปที่คณะกรรมการภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ภาคใต้  จะมีข้อเสนอเกี่ยวกับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอะไรบ้าง

 

ขณะเดียวกัน การไปปักหมุดพื้นที่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงใช้โอกาสนี้ ในการสนับสนุนงบประมาณแก้ปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 

 

ซึ่งการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน นราธิวาส ปัตตานี และยะลา เช้านี้ ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  เป็นประธาน จะเร่งรัดการเดินหน้าโครงการสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

 

 ที่กำหนดให้จังหวัดยะลาเป็นเมืองต้นแบบ "การพัฒนาที่พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน"  จังหวัดปัตตานีเป็นเมืองต้นแบบ "โมเดลอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป" และจังหวัดนราธิวาส เป็นเมืองต้นแบบ "การค้าชายแดนระหว่างประเทศ”  

 

โดยจะพิจารณาหลายโครงการสำคัญ เช่น การเร่งรัดการจัดซื้อที่ดินพัฒนาเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนราธิวาส เนื้อที่ประมาณ 1,683 ไร่  การเสนอจัดตั้ง duty free ที่ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก เบตง และ หนองจิก โดยอนุญาตให้ประชาชนทั่วไป สามารถซื้อสินค้าปลอดภาษีได้ ในวงเงินไม่เกิน 20,000 บาท ภายใน 30 วัน

 

โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ  การขอรับการสนับสนุนด้านอัตรากำลัง มาเพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลกัลยาณิวัฒนาการุณย์  การปรับปรุงถนนจากอำเภอเมืองยะลาไปสู่อำเภอเบตง เป็นถนน 4 เลน  การขยายผิวจราจรจาก 9 เมตร ให้เป็น 12  เมตร เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง  โครงการส่งเสริมการผลิตพืชน้ำมันคุณภาพรองรับอุตสาหกรรมเกษตร และโครงการพัฒนาศักยภาพปศุสัตว์อย่างครบวงจรชายแดนใต้  เป็นต้น

 



 

วาระพลาดไม่ได้  หนีไม่พ้นสถานการณ์ฝุ่นควันเป็นพิษที่รัฐบาลยังออกแอ็คชั่นในการแก้ปัญหาไม่มากเท่าที่ควร  ดังนั้น ครม.จะใช้โอกาสนี้หารือถึงข้อเสนอกระทรวงต่างๆในการแก้ปัญหาฝุ่นควันในลักษณะบูรณาการ

 

ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษ เสนอ 12 มาตรการยาแรง การแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

 

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอมาตรการในระยะเร่งด่วน  ให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ ได้แก่ สํานักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ปฏิบัติต่อไปนี้

1. ขยายเขตพื้นที่จำกัดรถบรรทุกดีเซลเข้า กทม. จากวงแหวนรัชดาภิเษก เป็นวงแหวนกาญจนาภิเษก

2. ออกข้อบังคับให้รถบรรทุกดีเซลเข้าเขตพื้นที่ชั้นในของ กทม. ได้เฉพาะวันคู่ ตามช่วงเวลาที่กำหนด ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2563 

3. ยกระดับความเข้มงวดในการตรวจจับรถยนต์ควันดำ

และ 4. ออกประกาศห้ามใช้รถยนต์ที่มีมลพิษเกินมาตรฐาน

และเสนอพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก

 

กรมการขนส่งทางบก ให้ปฏิบัติต่อไปนี้ 1. ตรวจสอบรถโดยสาร (ไม่ประจำทาง) ทุกคัน โดยเพิ่มชุดตรวจเป็น 50 ชุด ใน 50 เขต  2. ร่วมกับ บก.จร. ยกระดับความเข้มงวดการตรวจจับควันดำรถโดยสารและรถบรรทุก และออกคำสั่งห้ามใช้รถ

 

กระทรวงคมนาคม เสนอแนวทางยุติข้อพิพาททางด่วน  ระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด ที่มีภาระหนี้กว่า 1.3 แสนล้านบาท  เสนอโครงการในปีงบประมาณ 2564 ที่มีมูลค่าเกิน 1 พันล้านบาท จำนวน 46 โครงการ คิดเป็นมูลค่าลงทุนวงเงินรวม 1.79 แสนล้านบาท

 

 

กรมโรงงานอุตสาหกรรม ให้ปฏิบัติต่อไปนี้  1. ตรวจสอบโรงงานที่มีนัยสำคัญทำให้เกิดฝุ่นละออง หากเกินมาตรฐานให้สั่งหยุดปรับปรุง 2. ขอความร่วมมือโรงงานอุตสาหกรรมลดกำลังการผลิตในช่วงวิกฤตสถานการณ์ฝุ่นละออง 3. เพิ่มแรงจูงใจสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่ให้ความร่วมมือในการลดกำลังการผลิต

 

กรุงเทพมหานคร ให้ปฏิบัติต่อไปนี้ 1. ควบคุมฝุ่นละอองจากการก่อสร้างรถไฟฟ้า รวมถึงการก่อสร้างประเภทอื่น 2. เข้มงวดไม่ให้มีการเผาในที่โล่งโดยเด็ดขาด ฝ่าฝืนมีบทลงโทษทั้งจำและปรับ

 

อีกวาระ  คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)  เสนอร่างพระราชกฤษฏีกาจัดให้มีการเลือกตั้งซ่อม เขต 2 จ.กำแพงเพชร แทน พ.ต.ท. ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ที่ถูกศาลตัดสินจำคุก คดีล้มการประชุมอาเซียน 

 

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เสนอโครงการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก  : นวัตกรรม ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และ ระบบอัจฉริยะ

 


Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน