Inside ครม.

เห็นชอบร่างข้อตกลงส่งทหารไปศึกษาต่อหลักสูตรนร.นายร้อยรัสเซีย

14 มกราคม 2020 เวลา 16:55
เห็นชอบร่างข้อตกลงส่งทหารไปศึกษาต่อหลักสูตรนร.นายร้อยรัสเซีย
เปิดอ่าน 864

ครม.ไฟเขียวให้บริษัท"ทีโอทีฯ"ควบรวมกิจการ"กสท.โทรคมนาคม เป็น "บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ"

 

การประชุมคณะรัฐมนตรีประจำวันอังคารที่ 14 ม.ค. 63  ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  เป็นประธานมีมติเห็นชอบหลายเรื่องสำคัญ  อาทิ  ครม.เห็นชอบ ให้กระทรวงกลาโหม (กห.) จัดทำความตกลง ว่าด้วยการรับกำลังพลของราชอาณาจักรไทยเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาทหารของกระทรวงกลาโหมแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย (ร่างความตกลงฯ)และให้ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ร่วมลงนามในร่างความตกลงฯ

 

ทั้งนี้หากมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของร่างความตกลงฯ โดยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสาระสำคัญของร่างความตกลงฯ ให้ กระทรวงกลาโหมพิจารณาดำเนินการได้ตามความเหมาะสม ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ

                  

ร่างความตกลงฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางในการส่งกำลังพลของไทยไปเข้ารับการฝึกศึกษาในหลักสูตรที่จัดขึ้นโดยกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ซึ่งกระทรวงกลาโหมจะเสนอรายชื่อหลักสูตรที่ต้องการส่งกำลังพลเข้ารับการศึกษาให้กระทรวงกลาโหมรัสเซียพิจารณาภายในวันที่ 15 มกราคมของทุกปี

 

โดยจะแจ้งรายชื่อหลักสูตรที่สามารถสนับสนุนที่นั่งศึกษาได้ให้ฝ่ายไทยทราบภายในวันที่ 15 มิถุนายนของทุกปี เพื่อเข้ารับการศึกษาหลักสูตรเตรียมความพร้อมและภาษารัสเซีย ตั้งแต่เดือนตุลาคมของทุกปีเป็นระยะเวลา 10 เดือน ก่อนเข้าศึกษาหลักสูตรทหารต่อไป

 

ทั้งนี้ ฝ่ายรัสเซียได้แจ้งว่านายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้อนุมัติให้ไทยอยู่ในกลุ่มมิตรประเทศที่สามารถได้รับทุนการศึกษาแบบให้เปล่า โดยเฉพาะหลักสูตรนักเรียนนายร้อยสหพันธรัฐรัสเซีย สำหรับหลักสูตรอื่นจะพิจารณาเป็นรายกรณี

 

โดยร่างความตกลงฯ มีสาระสำคัญ ประกอบด้วย 1) เนื้อหาของความตกลง 2) ข้อกำหนดในการฝึกอบรม 3) การสมัครเข้ารับการฝึกอบรมและรายชื่อผู้สมัคร 4) การลงนามในผนวกแนบท้ายความตกลง 5) การคัดเลือกผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรม 6) หนังสือเดินทางตรวจลงตราและการลงทะเบียน 7) การสนับผู้เข้ารับการฝึกอบรม 8) ประกาศนียบัตรรับรองการฝึกอบรม 9) ความรับผิดชอบของผู้เข้ารับการฝึกบอรม 10) การปฏิบัติตามข้อบังคับด้านการรักษาความปลอดภัย 11) การยุติข้อพิพาท และ 12) การมีผลใช้บังคับของความตกลง




 

ครม.มีมติเห็นชอบให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (บมจ.ทีโอที) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (บมจ.กสท) ควบรวมกิจการเป็นบริษัทเดียวตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยให้บริษัทที่ตั้งใหม่ใช้ชื่อ “บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (National Telecom: NT Co.)” (บริษัท NT) และมีกระทรวงการคลัง (กค.) ถือหุ้นทั้งหมด

                    

กำหนดให้บริษัท NT ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่ใช้กับรัฐวิสาหกิจทั่วไปมาใช้บังคับในหลักการเดียวกันกับที่ บมจ. ทีโอที และ บมจ. กสท ได้รับเมื่อแปลงสภาพเป็นบริษัทจำกัด ตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542

                    

ส่วนประเด็นที่เกี่ยวกับเงินเดือนค่าจ้าง ค่าตอบแทนและสวัสดิการต่าง ๆ มากำหนดขอบเขตสภาพการจ้าง ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

ประเด็นให้บริษัท NT สามารถจัดซื้อจัดจ้างในลักษณะการจัดซื้อจัดจ้างระหว่างภาครัฐ (G2G) ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

เพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัท NT ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.)  พิจารณานำเสนอคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาความเหมาะสมในประเด็นการกำหนดให้บริษัท NT เป็นผู้สนับสนุนนโยบายของรัฐในการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและความมั่นคง รวมทั้งบริการเพื่อสังคมอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยให้รัฐสนับสนุนคลื่นความถี่ที่เหมาะสมในการทำภารกิจดังกล่าว 

  

ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2560 และให้ยุบเลิก บริษัท โครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ จำกัด (บริษัท NBN) และบริษัทโครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต จำกัด (บริษัท NGDC) โดยให้ บมจ. ทีโอที และ บมจ. กสท รับพนักงานที่ลาออกไปทำงานที่บริษัท NBN และบริษัท NGDC ให้กลับเข้าทำงานใน บมจ. ทีโอที และ บมจ. กสท ในระดับเดิม และได้สิทธิประโยชน์เท่าที่ได้อยู่เดิมในวันที่ลาออกไปอยู่บริษัท NBN และบริษัท NGDC และให้นับอายุงานต่อเนื่อง

 

เห็นชอบหลักการและแนวทางการถือหุ้นของ บมจ. ทีโอที และ บมจ. กสท ในบริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (บริษัท INET) ตามที่เสนอ และให้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

มอบหมายให้ ดศ. กำกับดูแลและดำเนินการข้างต้นให้เป็นไปตามเป้าหมายและกรอบระยะเวลาที่กำหนดโดยให้ บมจ. ทีโอที และ บมจ. กสท ดำเนินการควบรวมบริษัทให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน นับจากวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ และรายงานความคืบหน้าให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ทราบทุกเดือนต่อไป


 

ครม.มีมติอนุมัติตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ จำนวน 4 คน ดังนี้  1. นายสมภพ อมาตยกุล  2. นายปรัชญา เวสารัชช์ 3. นายพงศ์โพยม วาศภูติ 4. นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

 

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักงบประมาณเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 ราย  ดังนี้ 

 

1. นายกรณินทร์ กาญจโนมัย ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณเชี่ยวชาญ) สำนักงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณทรงคุณวุฒิ) สำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2562 

 

2. นายสมมิตร โตรักตระกูล ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณเชี่ยวชาญ) สำนักงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณทรงคุณวุฒิ) สำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2562 

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

 

ติดตามมติครม.อื่นๆ ได้ที่นี่  https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/25791



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน