Inside ครม.

ตีปี๊บผลงานรบ. 6 เดือน

1 ธันวาคม 2019 เวลา 12:57 น.
เปิดอ่าน 462

นายกฯสั่งเตรียมผลงาน6เดือนแถลงต่อสภาและให้ประชาชนทราบ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งเตรียมจัดแถลงผลงาน 6 เดือนรัฐบาลต่อรัฐสภา ก่อนจะมีการแถลงให้ประชาชนได้รับรับทราบ ในช่วงเดือนมกราคมนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบว่า รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งนั้น มีผลงานโดดเด่นอย่างไรบ้าง สร้างความพึงพอใจต่อพี่น้องประชาชนอย่างไร อันจะเป็นแนวทางในการเดินหน้านโยบายต่อไปในอนาคต

 

สำหรับนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา ประกอบด้วย 12 นโยบายเร่งด่วน และ 12 นโยบายหลัก

 

12 นโยบายเร่งด่วน ประกอบด้วย 1) แก้ไขปัญหาการดำรงชีวิตของประชาชน 2) ปรับปรุงระบบสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน 3) มาตรการเศรษฐกิจเพื่อรองรับการผันผวนของ เศรษฐกิจโลก 4) การให้ความช่วยเหลือเกษตรกร 5) พัฒนานวัตกรรมการยกระดับศักยภาพของแรงงาน 6) การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต 7) การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21

 

8) แก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการทั้งฝ่ายการเมือง และฝ่ายข้าราชการประจำ 9) แก้ไขปัญหายาเสพติดและความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 10) พัฒนาระบบการให้บริการประชาชน 11) สนับสนุนให้มีการศึกษาการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และดำเนินเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และ 12) การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง

 

ส่วน 12 นโยบายหลัก ได้แก่ 1) ปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ 2) สร้างความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุข ของประเทศ 3) ทำนุบำรุงศาสนาและวัฒนธรรม 4) การสร้างบทบาทของไทยในเวทีโลก 5) การพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย 6) การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจและการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค 7) การพัฒนาสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก

 

8) ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของไทยทุกช่วงวัย 9) สาธารณสุขความเสมอภาคและสวัสดิการที่เหมาะสมกับกลุ่มประชาชน 10) การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการเติมโตอย่างยั่งยืน 11) การปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐ และ 12) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบและกระบวนการยุติธรรม

 

 

ความจริงแล้วรัฐบาลเพิ่งจะเข้ามาบริหารงานได้เพียง 4 เดือน หากจบครบ 6 เดือนจะต้องรอนับเดือนมกราคม 2563 ด้วย โดยรัฐบาลผสมนี้ มีผลงานโดดเด่นของแต่ละกระทรวงแตกต่างกันไป 

 

พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) มีผลงานโดนเด่นที่กระทรวงการคลัง ที่มี "นายอุตตม สาวนายน" เป็นรัฐมนตรี โดยนอกจากจะสานต่อนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ยังมีการต่อยอดนโยบายดังกล่าว ด้วยให้สิทธิ์แก่ผู้ถืองบัตรเพิ่ม โดยอุดหนุนค่าไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วยต่อครัวเรือน, ค่าน้ำ 100 บาทต่อครัวเรือน, ค่าแก๊สหุงต้ม 100 บาทต่อครัวเรือน เบื้องต้นช่วยเหลือเป็นเวลา 1 ปี นอกจากนี้ ยังให้เงินก้อนเป็นค่าเดินทาง 500 บาทต่อคน, ค้าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 200-300 บาท

 

นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง ยังออกโครงการ "ชิม ช้อม ใช้" ซึ่งได้รับกระแสการตอบรับเป็นอย่างดี จนต้องขยายโครงการออกไปเป็น 3 เฟส สำหรับ "ชิม ช้อป ใช้" เป็นมาตรการสร้างแรงจูงใจการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์เพื่อรับเงิน 1,000 บาท ไปจับจ่ายใช้สอยต่างภูมิลำเนาเดิม โดยเฟส 1 มีประชาชนลงทะเนียน 8.5 ล้านคน เฟส 2 ลงทะเบียน 3 ล้านคน และเฟส 3 จำนวน 2 ล้านคน

 

ส่วน "พรรคประชาธิปัตย์" ซึ่งนำโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เจ้าตัวได้เดินสายไปต่างประเทศ เพื่อนำเสนอสินค้าไทย ภายใต้แรงกดดันการส่งออกซึ่งติดลบอย่างต่อเนื่อง

 

ที่แล้วมา "นายจุรินทร์ " ได้ลงนาม MOU ซื้อขายยางพาราและผลิตภัณฑ์จากยางพารา รวม 9,000 ล้านบาท กับทางการอินเดีย พร้อมลง MOU ขายยางพารา ข้าว มันสำปะหลัง หมอนยางพารา อาหาร ให้ตุรกีมูลค่ากว่า  15,512 ล้านบาท, ลงนามในสัญญาซื้อ ขายยางพารา ระหว่างการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และ 2 บริษัท จากจีนและฮ่องกง มูลค่ารวมประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท ฯลฯ

 

แต่ทั้งหมดยังเป็นการข้อตกลง ยังไม่มีการซื้อขายกันจริงๆ ทว่าผลงานของพรรคประชาธิปัตย์ ยังมีเด่นๆอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มี "นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน" เป็นรัฐมนตรีตรีฯ โดย 4 เดือนมานี้ นโยบายประกันราคาพืชผลการเกษตรคืบหน้าไปมาก เริ่มจาก ประกันราคาข้าว ที่อนุมัติราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ 15,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน, ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 14,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน, ข้าวเปลือกเจ้า 10,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน ,ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 11,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน และ ข้าวเปลือกเหนียว 12,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน

 

ประกันราคาปาล์มน้ำมัน ราคากิโลกรัมละ 4 บาท ช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่, ประกันราคายางพารา 3 ชนิด 1.ยางแผ่นดิบคุณภาพดี ราคา 60 บาทต่อกิโลกรัม 2.น้ำยางสด (DRC 100%) ราคา 57 บาทต่อกิโลกรัม 3.ยางก้อนถ้วย (DRC 50%)  ราคา 23 บาทต่อกิโลกรัม, ประกันมันสำปะหลัง กิโลกรัมละ 2.50 บาท

 

 

ขณะที่พรรคภูมิใจไทยของ "เสี่ยหนู" นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดดเด่นตั้งแต่ออกตัว ด้วยการผลัด "นโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์" ซึ่งตอนนี้ได้ประกาศเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์แบบผสมผสานแผนปัจจุบันและแผนไทยแล้วในโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งสิ้น 110 แห่ง และคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทย 27 แห่ง นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังลงนามประกาศเรื่องกัญชง และแก้ไขกฎหมายกัญชาเพิ่มเติมเพื่อให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนสามารถปลูกกัญชาได้ โดยขออนุญาตกับ อย.ตามขั้นตอน

 

ผลงานเด่นของพรรคภูมิไทย ยังอยู่ที่กระทรวงคมนาคมด้วย โดยมี "นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ เป็นผู้ขับเคลื่อน ซึ่งตลอด 4 เดือน มีผลงานเด่นจับต้องได้ เช่น ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 62 เป็นเวลา 3 เดือน จากราคาค่าโดยสารสูงสุด 70 บาทลดเหลือ 47 บาท รถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงนอกเวลาเร่งด่วนลดเหลือ 20 บาทตลอดสาย รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จากราคาสูงสุด 45 บาท ลดเหลือเฉลี่ย 25 บาท

 

ขณะที่ "พล.อ.ประยุทธ์" สั่งการให้ทุกกระทรวงเร่งประชาสัมพันธ์ผลงาน ให้ประชาชนรับทราบ ว่าได้ดำเนินการเรื่องใดไปแล้ว และกำลังจะดำเนินเรื่องใดตามมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ไว้วางใจแก่ประชาชน