Inside ครม.

ครม.ไฟเขียว 1 ม.ค.นี้ เริ่มแผน งดใช้ “ถุงพลาสติก”

12 พฤศจิกายน 2019 เวลา 17:17
ครม.ไฟเขียว 1 ม.ค.นี้ เริ่มแผน งดใช้ “ถุงพลาสติก”
เปิดอ่าน 382

เดินหน้าในห้าง ซุปเปอร์มาร์เก็ต  ร้านสะดวกซื้อ คาดลด 45,000 ล้านใบต่อปี

 

12 พ.ย. “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นั่งหัวโต๊ะ ประชุม ครม.สัญจร ครั้งแรกของรัฐบาลใหม่ โดยนายนายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ ครม.และมีมติเห็นชอบ “กลไกการขับเคลื่อนการงดให้ถุงพลาสติก”

           

เพื่อขับเคลื่อนการงดให้ถุงพลาสติกในห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป โดยมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค และผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมมือกับภาคเอกชนในการรณรงค์และประชาสัมพันธ์การสร้างการรับรู้ และความเข้าใจมาตรการดังกล่าวกับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ  

 

พร้อมมอบหมายให้กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชน 43 ราย พิจารณากำหนดแนวทางและวิธีการปฏิบัติสำหรับมาตรการงดให้ถุงพลาสติก   แล้วให้กรมควบคุมมลพิษและกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานในการติดตามผลและรายงานผลให้คณะรัฐมนตรีทราบ

 

สำหรับ “กลไกการขับเคลื่อนการงดให้ถุงพลาสติก”

 

1.ให้กรมควบคุมมลพิษและกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ประชุมหารือร่วมกับภาคีเครือข่าย 43 ราย เพื่อกำหนดแนวทาง วิธีการปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับมาตรการงดให้ถุงพลาสติก โดยแนวทาง วิธีการที่จะดำเนินการขึ้นอยู่กับห้างร้านที่จะพิจารณาเลือกแนวทางวิธีการที่เหมาะสม แต่ต้องเป็นไปตามหลักการงดให้ถุงพลาสติก รวมทั้งการกำหนดวิธีการปฏิบัติผ่อนผัน การรองรับที่ชัดเจนสำหรับภาชนะหรือถุงบรรจุของร้อน อาหารเปียก เนื้อสัตว์ และผลไม้ 

 

2.การสร้างการรับรู้และความเข้าใจกับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ  โดยให้กรมประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนภาคเอกชนร่วมกันรณรงค์และประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจกับผู้บริโภคและผู้ประกอบการในช่วง 4 เดือนก่อนหยุดให้ถุงพลาสติกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ 76 จังหวัดทั่วประเทศ    

 

 




 

สำหรับผู้ประกอบการห้างอื่น ๆ (นอกเหนือจาก 43 ราย) รวมทั้งร้านขายของชำและตลาดสด ให้กรมประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และภาคเอกชน ร่วมกันรณรงค์และประชาสัมพันธ์ รวมทั้งจัดส่งข้อมูลแนวทางการประชาสัมพันธ์ให้กับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค เพื่อร่วมกับภาคเอกชนในจังหวัดร่วมประชาสัมพันธ์ระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคม 2563 

 

3.กรมควบคุมมลพิษและกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ว่าราชการจังหวัด ในการดำเนินมาตรการงดให้ถุงพลาสติกในห้างอื่น ๆ รวมทั้งร้านขายของชำและตลาดสดในพื้นที่ในลักษณะ Road – show ใน 4 ภูมิภาค คือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ เพื่อนำไปเป็นข้อมูลประกอบการยก (ร่าง) พระราชบัญญัติการจัดการขยะพลาสติกโดยกำหนดเป้าหมายให้ถุงพลาสติกหูหิ้วหมดไปจากท้องตลาด ในวันที่ 1 มกราคม 2564 

 

4.กรมควบคุมมลพิษประชุมหารือร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย สถาบันพลาสติก และกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อหาแนวทางการใช้วัสดุทดแทนพลาสติกและส่งเสริมการนำพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้สำหรับกระบวนการ Pyrolysis ในการหลอมขยะพลาสติกให้เป็นน้ำมัน และนำน้ำมันมาผลิตเม็ดพลาสติก (พลาสติกมีส่วนประกอบหลักทางเคมีเหมือนกับน้ำมัน ดังนั้น ถ้าหากนำพลาสติกไปเผาแล้วกลั่นแยกส่วนจะได้ผลผลิตเป็นน้ำมัน แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่คุ้มค่ากับการลงทุนเนื่องจากน้ำมันมีราคาถูก จึงเป็นการศึกษาเพื่อพิจารณาทางเลือก)  

 

5.จัดการขยะพลาสติก โดยการทบทวน ปรับปรุง (ร่าง) พระราชบัญญัติส่งเสริมการลดและนำของเสียมาใช้ประโยชน์ พ.ศ. .... เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป 

 

6.ผลที่คาดว่าจะได้รับ คือ ปริมาณขยะถุงพลาสติกหูหิ้วลดลง 45,000 ล้านใบต่อปี ส่งผลให้ปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดลดลง 225,000 ตันต่อปี และหน่วยงานภาครัฐประหยัดงบประมาณในการจัดการขยะมูลฝอยได้ 340 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งประหยัดพื้นที่รองรับและกำจัดขยะมูลฝอยในการฝังกลบได้ประมาณ 616 ไร่ 

 

อย่างไรก็ตาม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คาดการณ์ว่า จะประกาศเลิกใช้ถุงพลาสติก ได้ในวันที่ 1 ม.ค.2564

         



Add LINE ติดตามข่าวสารจากเรา @nationweekend คุณจะไม่พลาดข่าวเจาะ เราวิเคราะห์ทุกสถานการณ์ร้อน