Inside ครม.

มีร้ายก็มีดี ธนาคารโลกจัดอันดับความยากง่ายทำธุรกิจไทยพุ่งรอบ10ปี

6 พฤศจิกายน 2019 เวลา 19:23 น.
เปิดอ่าน 1217

ผลการจัดอันดับประเทศไทยอยู่อันดับ 21 จาก190 ประเทศมีคะแนน80.10 สูงที่สุดในรอบ 10 ปี

 

แม้ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 6 พ.ย.62   ได้รับทราบรายงานจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)  ถึงผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum : WEF)"  ภาพรวมปี 2562 ปรากฏว่า สิงคโปร์ได้ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 จากทั้งหมด 141 ประเทศ ตามด้วยสหรัฐอเมริกาและฮ่องกง

 

ขณะที่ประเทศไทย มีอันดับลดลง 2 อันดับ จากอันดับที่ 38 ในปี 2561 เป็น 40 ในปี 2562 แม้จะทำคะแนนได้ดีขึ้นเล็กน้อย จาก 67.5 เป็น 68.1 แต่ยังไม่ชัดเจนและรวดเร็วมากพอเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ  ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวดูจะไม่เป็นที่น่าพอใจนัก 

 

อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมครม. วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร.ได้นำข้อมูลอีกส่วนหนึ่งรายงานต่อครม. นั่นคือ รายงานผลการจัดอันดับความยาก – ง่ายในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลก Doing Business  2020
 

ผลการจัดอันดับ พบว่า   ประเทศไทยอยู่ในอับดับที่ 21 จาก 190 ประเทศทั่วไป  สูงขึ้น 6 อันดับ  มีคะแนน (Ease of Doing Business Score)  เท่ากับ 80.10 คะแนน สูงที่สุดในรอบ 10 ปี

 

โดยมีด้านที่ติดอันดับ TOP 10 ของโลก  2 ด้าน ได้แก่ ด้านการคุ้มครองผู้ลงทุนเสียงข้างน้อย  อยู่ในอันดับที่ 3 และด้านการขอใช้ไฟฟ้า อยู่ในอันดับที่ 6 ของโลก มีการปฏิรูปการบริการภาครัฐที่ทำให้การประกอบธุรกิจง่ายขึ้น

 

มี 1 ด้าน คือ ด้านการขออนุญาตก่อสร้าง มีการแก้ไขระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขออนุญาต  และการควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2525  เพื่อลดขั้นตอนการตรวจสอบอาคาร  จากเดิม 8 ครั้ง เหลือ 3 ครั้ง  คือ (1) เมื่อเริ่มก่อสร้าง (2) เมื่อทำการก่อสร้าง และ (3) เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ  และลดระยะเวลาขออนุญาตจากเดิม  118 วัน  เหลือ 113 วัน 

 

 ผลการจัดอันดับและคะแนนที่ดีขึ้นเป็นผลจากการที่รัฐบาลมีความมุ่งมั่นปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการบริหารจัดการภาครัฐอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 46  โดยมีการปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการให้รวดเร็วขึ้น  นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้การประกอบธุรกิจง่ายขึ้น  ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การบริการภาครัฐสะดวกขึ้น

 

 

นอกจากนี้  ธนาคารโลกได้แจ้งว่าตัวชี้วัดด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ จะอยู่ในการศึกษาเพื่อจัดอันดับความยาก – ง่ายในการประกอบธุรกิจ (Doing Business 2021)

 

เพื่อให้การปรับปรุงงานส่งผลต่อการขับเคลื่อนประสิทธิภาพในการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาบริการผ่านระบบดิจิทัลให้มีความสะดวกเข้าถึงง่าย  และสื่อสารให้ผู้รับบริการมาใช้บริการมากยิ่งขึ้น  ซึ่งสำนักงาน ก.พ.ร. จะได้ดำเนินการรวบรวมแผนการดำเนินงานในระยะต่อไปของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันการดำเนินการตามข้อเสนอของธนาคารโลก

 

รวมทั้งจะจัดการประชุมรายงานผลการดำเนินการตามแนวทางการปรับปรุงสภาพแวดล้อมสำหรับการประกอบธุรกิจในประเทศไทยของธนาคารโลก (Doing Business) โดยมีนายสมคิด  จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานโดยเร็วต่อไป
                   

ทั้งนี้  ธนาคารโลกได้จัดทำรายงาน Doing Business  ซึ่งเป็นรายงานประจำปีที่จัดทำขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 (พ.ศ. 2546) เพื่อเสนอผลการจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business) ของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งเป็นการสำรวจความคิดเห็นจากภาคเอกชนที่เป็นบริษัทที่ปรึกษาเกี่ยวกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานของรัฐ ทั้งขั้นตอน  ระยะเวลา  ค่าใช้จ่าย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจว่าเอื้อต่อผู้ประกอบธุรกิจเพียงใด 

 

โดยมีตัวชี้วัดในการศึกษา 10 ด้าน  ได้แก่  ด้านการเริ่มต้นธุรกิจ  ด้านการขออนุญาตก่อสร้าง  ด้านการขอใช้ไฟฟ้า   ด้านการจดทะเบียนทรัพย์สิน  ด้านการได้รับสินเชื่อ ด้านการคุ้มครองผู้ลงทุน ด้านการชำระภาษี ด้านการค้าระหว่างประเทศ ด้านการบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง และด้านการแก้ไขปัญหาการล้มละลาย